นักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยในมณฑลกว่างตงมาเที่ยวสงกรานต์ที่กรุงเทพฯตามคำชักชวนของเพื่อนและโดนลักพาตัวไปขายให้กับสแกมเมอร์เจดีย์สามองค์ที่ตั้งอยู่ชายแดนฝั่งเมียนมา แม้ทางบ้านของนักศึกษาสาวได้จ่ายเงิน 200,000 กว่าหยวนแล้ว แต่แก๊งอาชญากรรมก็ยังไม่ยอมปล่อยตัวเธอ
ข่าวนักศึกษาสาวโดนหลอกไปขายแก๊งคอลเซนเตอร์เป็นข่าวร้อนบนโลกโซเชียลจีนช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ไม่ทันไร ข่าวเกี่ยวกับชาวจีนที่มาเที่ยวไทยแล้วโดนหลอกไปขายแก๊งอาชญากรรมชายแดนเมียนมา ก็กลับมาอีก
เหยื่อสแกมเมอร์รายล่าสุดที่ออกมาเปิดเผยภัยจากสแกมเมอร์ในเมียนมา คืออดีตพลทหารจีน นาย หยัง เล่ย (นามสมมุติ)
นาย หยัง เล่ย ได้เล่านาทีระทึกระหว่างหลบหนีออกจากศูนย์สแกมเมอร์ในเขตชายแดนพม่า-ไทย โดยใช้ทักษะทหารไต่กำแพงสูง ใช้ขี้วัวทาตัวพรางกลิ่นมนุษย์เพื่อไม่ให้สุนัขเฝ้ายามติดตามได้ กระเสือกกระสนฝ่าป่าข้ามเขาสองสามลูกจนรอดชีวิตมาถึงสถานทูตจีน
หยัง เล่ย หนึ่งในของเหยื่อของขบวนค้ามนุษย์และแก๊งสคอลเซนเตอร์ เล่าว่า เขาได้พากลุ่มนักท่องเที่ยวจีน 10 คน เดินทางมายังประเทศไทยในกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เมื่อมาถึงไทยเขาได้ว่าจ้างไกด์ท้องถิ่นช่วยพาไปลิ้มลอง "เมนูสัตว์ป่า" ในเขตชายแดนไทย-เมียนมา
ขณะที่ไกด์ท้องถิ่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตพำนักในท้องที่ พยายามหาวิธีการที่จะพากรุ๊ปทัวร์ผ่านด่านตรวจชายแดน ก็มาเจอกับนักต้มตุ๋นที่หาเหยื่อให้กับแก๊งแสแกมเมอร์ในเมียนมา
ในที่สุด กรุ๊ปทัวร์ 11 ชีวิต รวมทั้งไกด์ท้องถิ่น ก็ถูกหลอกไปขายให้กับนายหน้าของสแกมเมอร์ในราคาหัวละ 20,000 USDT (สกุลเงินดิจิทัล เทียบกับเหรียญสหรัฐฯคือ 1:1)
จากนั้น นายหน้าฯได้ขายเหยื่อให้กับ “แก๊งสแกมเมอร์เจดีย์สามองค์” ในเมืองพญาตองซูในรัฐกะเหรี่ยงซึ่งตั้งอยู่ทางใต้ของพม่า ใกล้กับด่านเจดีย์สามองค์
หยัง เรียกสแกมเมอร์ที่พวกเขาถูกขายให้ เป็นกลุ่ม “เคเค 2.0” ซึ่งหมายถึงสแกมเมอร์สุดฉาวโฉ่ “เคเค พาร์ค” (KK Park) ในเมืองเมียวดี
เมื่อปีที่แล้ว (2025) มีข่าวฮือฮาว่ารัฐบาลเมียนมาได้จู่โจมปราบ“เคเค พาร์ค” อาคารราว 200 หลังที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของแก๊งอาชญากรรมถูกถล่มด้วยระเบิดหลายวันจนพังราบเป็นหน้ากลอง โดยมีจีนและไทยให้ความร่วมมือปฏิบัติการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติรายนี้ด้วย
หยัง เล่าว่าข่าวถล่ม “เคเค พาร์ค” ทำให้เขาคิดว่าเขตชายแดนไทยและเมียนมาปลอดภัย ทว่า ความเป็นจริงที่ทำให้เขาตกตะลึงคือ ศูนย์สแกมเมอร์มากมายราวกับ “เมล็ดพันธุ์ถูกโปรยหว่านเต็มไปทั่วบริเวณเขตเจดีย์สามองค์”
หยัง เล่าว่า พวกเขาถูกทุบตีระหว่างเข้าไปยังศูนย์สแกมเมอร์ ซึ่งเป็นการสั่งสอนวินัยของแก๊งอาชญากรรม
ในคืนแรกที่มาถึงศูนย์สสแกมเมอร์ เขาได้ซ้อมไกด์ท้องถิ่นแทบตาย "เพราะพาพวกเรามาซวย แล้วยังมีหน้ามาแย่งเตียงชั้นล่างอีก”
นาย หยัง อดีตพลทหารจีนที่เคยถูกส่งไปฝึกที่หน่วยทหารราบยานยนต์ในปี 2002 เล่าว่าตอนอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสแกมเมอร์ เขาได้รับ “การปฏิบัติเป็นพิเศษ”
หัวหน้าแก๊งพอใจนายหยังที่เรียนรู้งานเร็ว และได้เรียกเขามาคุยพร้อมกับอนุญาตให้โทรศัพท์คุยกับคนที่บ้าน หัวหน้าแก๊งบอกกับเขาว่า ปกติแล้วสมาชิกในศูนย์ที่ทำงานเกินหนึ่งปีเท่านั้นจึงจะได้รับอนุญาตให้โทรศัพท์คุยกับคนที่บ้านได้เดือนละครั้ง
นาย หยัง โกหกว่า แบตเตอรี่โทรศัพท์ของเขาหมดแล้ว และขออุปกรณ์ชาร์จแบตฯ มาชาร์จแบตฯจาก 62 เป็น 98 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นเขาโทรหาตำรวจจีน
หลังจากนั้นนายหยังได้ย่องมาที่ด้านหลังของหอพัก ซึ่งบริเวณนั้นมียามเดินมาตรวจเป็นระยะๆ ตรงตีนกำแพงสูง 6 เมตร มีถุงทรายกับแผ่นไม้กองอยู่ หยังได้ใช้ทักษะของทหารไต่กำแพงสูง เมื่อนิ้วของเขายึดขอบกำแพงไว้ได้ ยิ่งทำให้เขามีแรงฮึดข้ามไปไต่กำแพงอีกด้าน หยังเล่าว่า “โชคดีที่สายไฟเหนือกำแพงไม่มีไฟฟ้า และอีกด้านของกำแพงไม่มีตึกของแก๊งคอลเซนเตอร์รายอื่น”
จากนั้นเขาเปิดดูแอปแผนที่และก็พบว่าชายแดนอยู่ห่างออกไปเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น
“แต่ผมไม่สามารถวิ่งไปที่นั่นได้ เพราะจะต้องเจอทหารยามและถูกจับตัวส่งกลับมาที่ศูนย์ฯ จึงวิ่งออกไปบริเวณภูเขา และใช้ขี้วัวตามพื้นหญ้ามากลบกลิ่นตัวเพื่อหลบการติดตามของพวกสุนัข”
หยังเล่าว่าตอนนั้นเขาตื่นเต้นกลัวมากทั้งโดนหนามต้นไม้ตามเส้นทางบาดตำเจ็บปวดไปหมด จนกระทั่งเขามาถึงชายแดนตอนราวตีหนึ่งของวันถัดมา หยังมาถึงไทยตอนรุ่งเช้าของวันถัดมา
ระหว่างหลบหนี หยังได้เปิดแอปสนทนาคุยกับอดีตเพื่อนทหารและเจ้าหน้าที่หลายคนและคอยเช็คโทรศัพท์ทุกชั่วโมง แม้เข้ามาถึงไทยแล้ว เขายังระวังตัวมาก โดยซ่อนตัวในตอนกลางวันและเร่งเดินทางสุดชีวิตในตอนกลางคืน
หยังเล่าว่าตอนมาถึงสถานทูตจีนในกรุงเทพฯ แบตฯมือถือของเขาเหลือแค่ 17 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น!
นายหยังต้องทำพาสปอร์ตใหม่ และรออีกครึ่งเดือนเมื่อได้รับพาสปอร์ตแล้วจึงเดินทางกลับจีน
หยัง ได้แชร์ประสบการณ์ระทึกขวัญระหว่างหนีจากขุมนรกแก๊งคอลเซนเตอร์ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียของเขา @qianmanman
“ผมยังฝันร้ายว่า วิ่งหนีอยู่ในป่าเขา และตื่นขึ้นมาเหงื่อท่วมตัว” หยัง เล่า
หยัง กล่าวว่าเขาได้เล่าประสบการณ์เพื่อเตือนคนอื่นๆด้วยความหวังว่าพวกแก๊งสแกมเมอร์จะหมดไปในวันหนึ่ง.
ที่มาข่าว เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์ /กลุ่มสื่อจีน


