ในทันทีที่เดินทางกลับจากเอสวาตินีถึงท่าอากาศยานนานาชาติไต้หวันเถาหยวนเมื่อวันอังคาร ( 5 พ.ค. ) ประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ลั่นวาจาไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันของจีนอย่างเด็ดขาด
“โลกเป็นของทุกคน ไต้หวันเป็นของโลก ชาวไต้หวันเป็นพลเมืองของโลก ชาวไต้หวันมีสิทธิที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับโลก เมื่อเผชิญกับการปราบปราม เราจะไม่ถอยหนี ” ไล่ประกาศ
จีนถือว่าเกาะไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน จึงไม่มีสิทธิ์ที่จะดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ โดยได้เรียกร้องให้นานาชาติยุติการติดต่อใดๆ กับเกาะแห่งนี้และขอให้เคารพต่อหลักการจีนเดียว
แต่รัฐบาลไต้หวันจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP ) คัดค้านการกล่าวอ้างนั้นอย่างหัวชนฝา การเยือนราชอาณาจักรเอสวาตินีในทวีปแอฟริกา (สวาซิแลนด์ในอดีต) ของไล่ เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีแห่งการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์อึมสวาติที่ 3 จึงถูกจีนสกัดทุกทาง
แผนการเดินทางไปเมื่อเดือนที่แล้วมีอันต้องล้มเลิก รัฐบาลไต้หวันระบุว่า จีนได้บีบให้ เซเชลส์ มอริเชียส และมาดากัสการ์ สามชาติในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทูตที่แน่นแฟ้นกับจีน ไม่อนุญาตให้เครื่องบินผู้นำไต้หวันบินผ่านน่านฟ้า
ไล่เพิ่งไปถึงเอสวาตินีเมื่อวันเสาร์ ( 2 พ.ค. ) เป็นการเดินทางไปอย่างลับ ๆ รัฐบาลทั้งสองฝ่ายไม่มีการป่าวประกาศล่วงหน้า ตามปกติไล่จะเดินทางด้วยเครื่องบินของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ของไต้หวัน แต่คราวนี้เป็นเครื่องบินแอร์บัส 340 ซึ่งเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ของกษัตริย์เอสวาตินี
แอร์บัส 340 ลำเดียวกันพาไล่ออกเดินทางจากเอสวาตินีเมื่อวันจันทร์ ( 4 พ.ค.) เพื่อกลับไต้หวัน โดยต้องบินอ้อมผ่านทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย จากนั้น บินผ่านเกาะคริสต์มาสของออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าสู่เขตน่านฟ้าไต้หวัน ตามข้อมูลจากแอปพลิเคชันติดตามเที่ยวบิน
เที่ยวบินนี้มีนางทูลิซิเล ดลาดลา (Thulisile Dladla) รองนายกรัฐมนตรีเอสวาตินี เดินทางมาด้วย ซึ่งไลกล่าวว่า ดลาดลาได้ดูแลให้เขาและคณะเดินทางไปและกลับจากเอสวาตินีอย่างปลอดภัย
กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯกล่าวถึงการเยือนครั้งนี้ว่า ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่ "น่าเชื่อถือและมีศักยภาพ" ของสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ในระดับโลกของไทเป ซึ่งรวมถึงความสัมพันธ์กับเอสวาตินีได้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก
ด้านรัฐบาลจีนยังไม่ออกมาตอบโต้กับการแสดงท่าทีล่าสุดของผู้นำไต้หวัน เพียงแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จีนได้เปรียบเปรยการไปเยือนเอสวาตินีอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ดังกล่าวว่า ไล่ก็ไม่ต่างอะไรกับ “หนูตัวหนึ่ง”
ปัจจุบัน มีเพียง12 ประเทศเท่านั้นในโลกที่ยังคงความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ซึ่งในจำนวนนี้ไม่มีสหรัฐฯรวมอยู่ด้วย
ก่อนเดินทางไปแอฟริกา การเดินทางต่างประเทศครั้งล่าสุดของไล่คือการท่องเที่ยวในแถบแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงการแวะพักที่ฮาวายและเกาะกวมซึ่งเป็นดินแดนของสหรัฐฯ ในช่วงปลายปี 2567
ข้อมูล : รอยเตอร์


