ปักกิ่ง ออโต้ โชว์ งานแสดงยานยนต์นานาชาติยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในสัปดาห์นี้ นอกจากตั้งเป้าหมายแข่งขันในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมกับค่ายรถยุโรป ซึ่งครองตลาดในปัจจุบันแล้ว ค่ายรถไฟฟ้า (อีวี) สัญชาติจีนยังนำรถรุ่นใหม่ในราคาประหยัดพร้อมคุณสมบัติน่าสนใจมาประชันกันเพื่อดึงดูดใจลูกค้า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มหกรรมงานแสดงยานยนต์ครั้งนี้เป็นการจัดแสดงที่ทำให้เห็นถึงความเข้มข้นดุเดือดของสงครามหั่นราคาระหว่างค่ายรถต่าง ๆ จนกระทั่งราคาของรถยนต์ที่ออกมาใหม่ในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน ถูกหั่นลงเหลือแค่เศษเสี้ยวเดียวของราคารถยนต์ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับสองรองจากจีน
รถยนต์คันใหม่โดยเฉลี่ยในสหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคมมีการตั้งราคาอยู่ที่คันละ 51,456 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1 ล้าน 6 แสน 7 หมื่นกว่าบาท) ตามข้อมูลของ Kelley Blue Book บริษัทประเมินราคารถยนต์และวิจัยยานยนต์
ในประเทศจีนมีอีวีมากกว่า 200 รุ่น รวมถึงรถยนต์ไฮบริด ซึ่งวางจำหน่ายในราคาต่ำกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8 แสน 1 หมื่นกว่าบาท) ตามข้อมูลของ DCar ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลและการซื้อขายรถยนต์
อาศัยข้อมูลจากDCar สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รวบรวมรายชื่ออีวีขายดีที่สุด 5 รุ่นในประเทศจีน ซึ่งมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 12,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 9 หมื่นกว่าบาท)
อีวีขนาดเล็ก 5 รุ่นได้แก่ Geely EX2 หรือ Geely Star Wish ราคาเริ่มต้นที่ 10,060 ดอลลาร์สหร้ฐฯ ( ราว 3 แสน 2 หมื่น 7 พันกว่าบาท) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน รุ่นที่ขายดีที่สุดในจีนในปี 2568 และเริ่มเริ่มจำหน่ายในบราซิล อินโดนีเซีย และไทยเมื่อปีที่แล้ว
Wuling Hongguang MiniEV ราคาเริ่มต้นที่ 6,560 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 2 แสน 1 หมื่น 3 พันกว่าบาท ) อู่หลิงหงกวงเป็นอีวีทรงกล่องขนาดจิ๋วราคาประหยัดขายดีที่สุดรุ่นหนึ่ง เน้นการออกแบบสไตล์รถรุ่นเก่า ดูน่ารัก จอดได้ถึง 2 คันในพื้นที่เดียวกับที่จอดรถ Ford F-150 รุ่นปกติ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ
BYD Seagull (บีวายดี ซีกัลล์) ราคาเริ่มต้นที่10,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 3 หมื่นกว่าบาท)
BYD Yuan UP (บีวายดี หยวน อัป) ราคาเริ่มต้นที่ 10,945 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 5 หมื่น 5 พันกว่าบาท)
BYD Qin Plus DM (บีวายดี ฉิน พลัส ดีเอ็ม) ราคาเริ่มต้นที่ 11,675 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 7 หมื่น 9 พันกว่าบาท)
BYD เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กของจีน โดยรถยนต์ยอดนิยมทั้งสามรุ่นนี้ มียอดขายรวม 7 แสนคันในประเทศจีนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
เมื่อเปรียบเทียบราคาดังกล่าวกันแล้ว จะเห็นได้ว่าคนอเมริกันสามารถซื้ออีวีขนาดเล็กของจีนเหล่านี้ได้ถึง 5 คัน แทนการซื้อรถใหม่หนึ่งคันในสหรัฐฯ
ทว่าอีวีทั้ง 5 รุ่นไม่มีวางจำหน่ายในโชว์รูมแดนลุงแซม ณ ปัจจุบัน และอาจจะไม่มีวันวางจำหน่ายเลยก็ได้ เนื่องจากการตั้งกำแพงภาษีสูงลิ่ว ภายใต้นโยบายการกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อปกป้องผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศและเพื่อคลายความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ


