xs
xsm
sm
md
lg

ราคารถยนต์ในอเมริกาคันหนึ่ง ซื้อ EVจีนได้ถึง 5 คัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Z Convertible EV จาก Denza ซึ่งเป็นแบรนด์รถหรูของค่าย BYD แสดงยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง หรือ Auto China ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 – ภาพ : รอยเตอร์
ปักกิ่ง ออโต้ โชว์ งานแสดงยานยนต์นานาชาติยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในสัปดาห์นี้ นอกจากตั้งเป้าหมายแข่งขันในตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมกับค่ายรถยุโรป ซึ่งครองตลาดในปัจจุบันแล้ว ค่ายรถไฟฟ้า (อีวี) สัญชาติจีนยังนำรถรุ่นใหม่ในราคาประหยัดพร้อมคุณสมบัติน่าสนใจมาประชันกันเพื่อดึงดูดใจลูกค้า
 
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มหกรรมงานแสดงยานยนต์ครั้งนี้เป็นการจัดแสดงที่ทำให้เห็นถึงความเข้มข้นดุเดือดของสงครามหั่นราคาระหว่างค่ายรถต่าง ๆ จนกระทั่งราคาของรถยนต์ที่ออกมาใหม่ในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างจีน ถูกหั่นลงเหลือแค่เศษเสี้ยวเดียวของราคารถยนต์ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับสองรองจากจีน

 
รถยนต์คันใหม่โดยเฉลี่ยในสหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคมมีการตั้งราคาอยู่ที่คันละ 51,456 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1 ล้าน 6 แสน 7 หมื่นกว่าบาท) ตามข้อมูลของ Kelley Blue Book บริษัทประเมินราคารถยนต์และวิจัยยานยนต์
 
ในประเทศจีนมีอีวีมากกว่า 200 รุ่น รวมถึงรถยนต์ไฮบริด ซึ่งวางจำหน่ายในราคาต่ำกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8 แสน 1 หมื่นกว่าบาท) ตามข้อมูลของ DCar ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข้อมูลและการซื้อขายรถยนต์


ผู้เข้าชมตรวจสอบรถยนต์ไฟฟ้า BYD Yuan UPในงานแสดงยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง หรือ Auto China ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 – ภาพ : รอยเตอร์
อาศัยข้อมูลจากDCar  สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รวบรวมรายชื่ออีวีขายดีที่สุด 5 รุ่นในประเทศจีน ซึ่งมีราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 12,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 9 หมื่นกว่าบาท)

อีวีขนาดเล็ก 5 รุ่นได้แก่ Geely EX2 หรือ Geely Star Wish ราคาเริ่มต้นที่ 10,060 ดอลลาร์สหร้ฐฯ ( ราว 3 แสน 2 หมื่น 7 พันกว่าบาท) เป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วน รุ่นที่ขายดีที่สุดในจีนในปี 2568 และเริ่มเริ่มจำหน่ายในบราซิล อินโดนีเซีย และไทยเมื่อปีที่แล้ว


Wuling Hongguang MiniEV ราคาเริ่มต้นที่ 6,560 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 2 แสน 1 หมื่น 3 พันกว่าบาท ) อู่หลิงหงกวงเป็นอีวีทรงกล่องขนาดจิ๋วราคาประหยัดขายดีที่สุดรุ่นหนึ่ง เน้นการออกแบบสไตล์รถรุ่นเก่า ดูน่ารัก จอดได้ถึง 2 คันในพื้นที่เดียวกับที่จอดรถ Ford F-150 รุ่นปกติ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในสหรัฐฯ


เจ้าหน้าที่กำลังปัดฝุ่นรถยนต์ไฟฟ้า BYD Seagull ในงานแสดงยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง หรือ Auto China ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 – ภาพ : รอยเตอร์
BYD Seagull (บีวายดี ซีกัลล์) ราคาเริ่มต้นที่10,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 3 หมื่นกว่าบาท)

BYD Yuan UP (บีวายดี หยวน อัป) ราคาเริ่มต้นที่ 10,945 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 5 หมื่น 5 พันกว่าบาท)


BYD Qin Plus DM (บีวายดี ฉิน พลัส ดีเอ็ม) ราคาเริ่มต้นที่ 11,675 ดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3 แสน 7 หมื่น 9 พันกว่าบาท)


BYD เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กของจีน โดยรถยนต์ยอดนิยมทั้งสามรุ่นนี้ มียอดขายรวม 7 แสนคันในประเทศจีนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา


หญิงคนหนึ่งยืนถ่ายรูปข้างรถยนต์ไฟฟ้า Wuling Hongguang MiniEV รุ่นที่ 5 ในงานแสดงยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง หรือ Auto China ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 – ภาพ : รอยเตอร์
เมื่อเปรียบเทียบราคาดังกล่าวกันแล้ว จะเห็นได้ว่าคนอเมริกันสามารถซื้ออีวีขนาดเล็กของจีนเหล่านี้ได้ถึง 5 คัน แทนการซื้อรถใหม่หนึ่งคันในสหรัฐฯ 

ทว่าอีวีทั้ง 5 รุ่นไม่มีวางจำหน่ายในโชว์รูมแดนลุงแซม ณ ปัจจุบัน และอาจจะไม่มีวันวางจำหน่ายเลยก็ได้ เนื่องจากการตั้งกำแพงภาษีสูงลิ่ว ภายใต้นโยบายการกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯเพื่อปกป้องผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศและเพื่อคลายความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ

Formula X ของแบรนด์ Fang Cheng Bao ของค่าย BYD ในงานแสดงยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง หรือ Auto China ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 – ภาพ : รอยเตอร์

ไฟท้าย Formula S ของแบรนด์ Fang Cheng Bao ของค่าย BYD ในงานแสดงยานยนต์นานาชาติปักกิ่ง หรือ Auto China ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 – ภาพ : รอยเตอร์

คอนเซปคาร์ Avatr Vision Xpectra จสกค่ายยานยนต์ไฟฟ้าจีน Avatr (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

SAIC Z7 จากค่ายรถจีน SAIC(แฟ้มภาพ รอยเตอร์)

 MG4 EV  จากค่ายรถจีน MG (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

Exeed model EX7 จากค่ายรถยนต์ไฟฟ้า Chery  (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

Ora 5 จากค่าย Great Wall Motors (GWM) (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

ยานยนต์ไฟฟ้า จี๋ลี่ ซิงย่วน (Geely GEOME Xingyuan) หรือในชื่อ Geely EX2 นำมาจัดแสดงในงาน “ออโต ไชน่า” (Auto China) วันที่ 26 เม.ย.2026 (แฟ้มภาพรอยเตอร์)