สีว์ จยาอิ้น ผู้ก่อตั้ง ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ยอมรับผิดในข้อหาต่างๆ อาทิ ยักยอกเงินทุน ระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย ฉ้อโกงการระดมทุน ฯลฯ
ระหว่างวันจันทร์และวันอังคาร(13-14 เม.ย.) ศาลประชาชนชั้นกลางนครเซินเจิ้น ได้เปิดการพิจารณาคดีต่อสาธารณะ ซึ่งมีจำเลยคือ ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป หรือ เหิงต้า กรุ๊ป (Evergrande Group /恒大集团) ,เอเวอร์แกรนด์ เรียลเอสเตท (Evergrande Real Estate Group) และ นาย สีว์ จยาอิ้น หรือ ฮุย คายัน (Hui Ka Yan) ผู้ก่อตั้งไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป
สำหรับข้อกล่าวหาที่อัยการนครเซินเจิ้นยื่นฟ้องต่อจำเลย คือ ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ได้แก่ ระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย ระดมทุนโดยผิดกฎหมาย ปล่อยสินเชื่อผิดกฎหมาย ฉ้อโกงในการออกหลักทรัพย์ เปิดข้อมูลสำคัญโดยฝ่าฝืนกฎข้อบังคับ และให้สินบนในนามบริษัท, ส่วนข้อหาของเอเวอร์แกรนด์ เรียลเอสเตท คือ ฉ้อโกงการออกหลักทรัพย์ และข้อหาของสีว์ จยาอิ้น ได้แก่ ระดมเงินฝากจากประชาชนโดยผิดกฎหมาย ระดมทุนโดยผิดกฎหมาย ปล่อยสินเชื่อผิดกฎหมาย ฉ้อโกงในการออกหลักทรัพย์ ยักยอกเงิน ใช้เงินทุนในทางมิชอบ รับสินบนบริษัท
ศาลประชาชนชั้นกลางนครเซินเจิ้น แถลงผ่านบัญชีเวยปั๋วทางการในวันนี้ (14 เม.ย.)ว่า ระหว่างการพิจารณาคดี สีว์ จยาอิ้น ได้กล่าวยอมรับผิด และศาลจะประกาศคำตัดสินบทลงโทษในวันหลัง
ในการพิจารณาคดี ครั้ง “ชี้ชะตา” นี้ มีผู้เข้าร่วมฟังได้แก่ ตัวแทนสมาชิกสภาประชาชน ผู้แทนสภาที่ปรึกษาการเมือง ญาติของจำเลย และตัวแทนผู้ร่วมลงทุน
คดีของเอเวอร์แกรนด์ถือว่าเป็นคดีร้ายแรงระดับสูงสุด การระดมทุนโดยผิดกฎหมายมีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตและยึดทรัพย์สิน ขณะที่การรับสินบนก็อาจต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตเช่นกัน
โตเร็วดับไว " วิกฤตหนี้เอเวอร์แกรนด์ เขย่าเศรษฐกิจมังกรระส่าย
สีว์ จยาอิ้น หรือ ฮุย คายัน เกิดในครอบครัวยากจนในชนบทมณฑลเหอหนัน ฝ่าฟันชีวิตจนสามารถก่อตั้งไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ในนครกว่างโจว มณฑลกว่างตงเมื่อปี 2539 ต่อมา ได้ฉายา “ราชาอสังหาริมทรัพย์” อีกทั้งกลายเป็นสัญลักษณ์การเรืองอำนาจของเศรษฐกิจจีน เอแวอร์แกรนด์ขยายรวดเร็วดันยอดขายถึง 700,000 ล้านหยวน (103,000 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในปี 2563 มีโครงการกว่า 1,300 โครงการใน 280 เมืองในประเทศจีน
จากการจัดอันดับความมางคั่งของ ฟอร์บส (Forbes) ในปี 2560 สีว์ เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย โดยมีทรัพย์สินส่วนตัวมากถึง 45,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2566 สีว์มีสินทรัพย์ส่วนตัว เท่ากับ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทว่า ในชั่วเวลาไม่กี่ปี เจ้าพ่ออสังหาฯ เอเวอร์แกรนด์ กลับกลายเป็นบริษัทอสังหาฯที่ก่อหนี้สินมากสุดในโลก ถึง 300,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยบริษัทฯผิดนัดชำระหนี้ตั้งแต่ปี 2564
ส่วน สีว์ จยาอิ้น ถูกตำรวจจีนควบคุมตัวเมื่อเดือน ก.ย. ปี 2566 ฐานต้องสงสัยว่ากระทำผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเงินของเอเวอร์แกรนด์ (กรณีถ่ายโอนทรัพย์สินไปต่างประเทศ)
ปี 2567 คณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์จีน ได้ปรับเงินสีว์ จยาอิ้น 6.6 ล้านเหรียญสหรัฐ และห้ามเขาเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ตลอดชีวิต ฐานทำการฉ้อโกงในตลาดและรายได้สูงเกิน
ในปี 2567 ศาลฮ่องกงยังสั่งให้เอเวอร์แกรนด์ดำเนินการชำระบัญชี (ยึดทรัพย์สินบริษัท นำออกขายเพื่อนำมาชำระหนี้) และถอนชื่อออกจากตลาดหุ้นฮ่องกงในปีที่แล้ว(2568) ถือเป็นจุดจบของอาณาจักรเจ้าพ่ออสังหาฯแดนมังกรที่เติบโตอย่างรวดเร็วและดับอย่างอนาถ
ปัญหาของเอเวอร์แกรนด์ได้สร้างความเสียหายมหาศาลต่อประเทศโดยส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาฯที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจจีน โดยมีการประมาณว่าภาคอสังหาฯคิดเป็นประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีจีน (รวมทั้งทางอ้อม), สะเทือนระบบการเงินของประเทศในวงกว้าง ตลอดจนทำลายความเชื่อมั่นสังคม สร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชนจำนวนมากที่ซื้อบ้านไม่ได้บ้าน แต่ต้องผ่อนเงินค่างวดใช้คืนหนี้สินเชื่อบ้านแก่ธนาคารถึง 20-30 ปี
ขณะที่ปัญหาหนี้สินของเอเวอร์แกรนด์พ่นพิษออกมา ทำให้โครงการก่อสร้างไปต่อไม่ได้ ต้องหยุดสร้างกลางคัน กลายเป็นปรากฎการณ์ที่ชาวจีนเรียกว่า “บ้านเน่าปลาย” จนถึงเดือนก.พ. ปี 2026 บริษัทเอเวอร์แกรนด์ยังคงมีโครงการที่อยู่อาศัยมากกว่า 300,000 ยูนิตที่ยังไม่ได้ส่งมอบ
ที่มาข่าว กลุ่มสื่อจีน


