xs
xsm
sm
md
lg

ไต้หวัน-จีน หมากเกมนี้ยังไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online: พรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ที่เคยเป็นศัตรูคู่อาฆาต สู้รบกันจนสูญเสียชีวิตมากกว่า 10 ล้านคน และประณามอีกฝ่ายว่าเป็น “โจร” อยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่วันนี้พรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์ กลับเปลี่ยนจากอริเป็นมิตร ก็เพราะว่า ทั้ง 2 ฝ่ายมีศัตรูร่วมกัน ก็คือ พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ที่มีจุดยืนแยกไต้หวันเป็นเอกราช และทำให้พรรคก๊กมินตั๋ง ที่เคยเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ปกครองไต้หวัน ต้องสูญเสียอำนาจ

การเดินทางเยือนจีนของ นางเจิ้งลี่เหวิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งของไต้หวัน ในวันที่ 7-12 เมษายน และได้มีการพบปะหารือกับนายสี จิ้นผิง ผู้นำของจีนด้วย เป็นการเดินหมากการเมืองของทั้ง 2 ฝ่ายที่ต้องการใช้ประโยชน์ซึ่งกัน หวังผลทั้งการเมืองภายในไต้หวัน-จีนแผ่นดินใหญ่ รวมถึงความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา

เพื่อรับมือกับประธานาธิบดีไต้หวันที่มาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ที่ไม่ยอมรับหลักการจีนเดียว ไม่ว่าจะเป็น นายเฉินสุยเปี่ยน, นางไช่อิงเหวิน จนถึง นายไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ฝ่ายจีนแผ่นดินใหญ่จึงต้องสานสัมพันธ์กับพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่ง พรรคก๊กมินตั๋งเอง ก็ไม่ได้ต้องการรวมชาติกับจีน แต่มีจุดยืนรักษาสถานภาพในปัจจุบัน อยู่ร่วมกันกับจีนแผ่นดินใหญ่อย่างสันติ ไปมาหาสู่กันได้ ค้าขาย ท่องเที่ยว และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งทุกคน ได้รับคำเชิญให้ไปเยือนประเทศจีน ขณะที่นักการเมืองจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ถูกฝ่ายจีนขึ้นบัญชีดำว่าเป็น ผู้แบ่งแยกดินแดน


นางเจิ้งลี่เหวิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งคนปัจจุบัน มีภูมิหลังที่พิเศษกว่าคนอื่น ๆ คือ เธอเคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้ามาก่อน แต่ต่อมาเกิดความขัดแย้งกับแกนนำพรรค และได้ย้ายข้างมาอยู่กับพรรคก๊กมินตั๋ง เจิ้งลี่เหวิน จึงเป็นคนที่รู้เท่าทันพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าเป็นอย่างดี เพราะเป็นอดีตคนในที่แปรเปลี่ยนมาเป็นคู่แข่ง และถึงแม้เธอจะไม่ใช่สายเลือดของพรรคก๊กมินตั๋งแท้ๆ แต่เจิ้งลี่เหวิน จะเปลี่ยนพรรคก๊กมินตั๋งให้หลุดพ้นจากการเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมคร่ำครึ เพื่อมุ่งสู่การหวนคืนสู่อำนาจอีกครั้ง

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ ฝ่ายจีนให้ความสำคัญกับนางเจิ้งลี่เหวินอย่างมาก ก็เพราะว่า ถึงแม้ นายไล่ชิงเต๋อ ผู้นำพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า จะเป็นประธานาธิบดีไต้หวัน แต่ว่าในรัฐสภาชุดปัจจุบัน พรรคก๊กมินตั๋ง ครองเสียงข้างมากในสภา ตำแหน่งประธานสภาก็เป็นของพรรคก๊กมินตั๋ง หรือก็คือ ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อเป็นรัฐบาลเสียงข้างนอก ที่แทบจะทำงานไม่ได้เลย

เรื่องที่นายไล่ชิงเต๋อ ร้อนใจที่สุดในตอนนี้ก็คือ รัฐบาลได้เสนอร่างงบประมาณพิเศษเพื่อจัดซื้ออาวุธมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นงบซื้ออาวุธที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของไต้หวัน แต่ว่าพรรคก๊กมินตั๋งได้ใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา ขัดขวางร่างงบซื้ออาวุธนี้ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ผ่าน

สหรัฐฯ ที่ผูกขาดการขายอาวุธให้ไต้หวันห่วงผลประโยชน์ตัวเองมาก ถึงขนาดที่สมาชิกสภาคองเกรส 37 คนทำจดหมายถึงประธานรัฐสภาไต้หวัน ให้ผลักดันร่างงบประมาณซื้ออาวุธให้ผ่านสภา และยังขู่ด้วยว่า จะเพิกถอนวีซ่าและกรีนการ์ดของสหรัฐฯ ของครอบครัวนักการเมืองไต้หวัน ที่สนับสนุนจีน

แน่นอนว่า ฝ่ายจีนแผ่นดินใหญ่ ต้องการให้พรรคก๊กมินตั๋งคว่ำร่างงบประมาณซื้ออาวุธ และบ่อนเซาะไม่ให้รัฐบาลของประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อทำงานได้สะดวก โดยต้องจับตาการเลือกตั้งท้องถิ่นในไต้หวันที่จะมีขึ้นปลายเดือนพฤศจิกายน ปีนี้ ถ้าหากพรรคก๊กมินตั๋ง ยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ นายไล่ชิงเต๋อและพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า จะยิ่งตกที่นั่งลำบาก


การพบกันของนางเจิ้งลี่เหวิน กับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ยังเป็นจังหวะเวลาก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนประเทศจีนในวันที่ 14-15 พฤษภาคม โดยฝ่ายจีนก็หวังจะใช้นางเจิ้งลี่เหวินเป็นหมาก เพื่อบอกกับสหรัฐฯว่า เห็นมั๊ย ในไต้หวันก็มีคนจำนวนมากที่อยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีน พรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสตีน ที่เคยสู้รบกันแบบต้องตายกันไปข้างหนึ่ง วันนี้ก็ยังหันมาเป็นมิตรกัน ดังนั้น เรื่องของจีนกับไต้หวันเป็น “เรื่องในบ้าน” ที่ 2 ฝ่ายจะคุยกันเอง สหรัฐฯ ไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยว

ฝ่ายนางเจิ้งลี่เหวิน ก็หวังจะหาประโยชน์ทางการเมือง วางตัวเป็น "ผู้นำแห่งสันติภาพ" เพื่อปูทางไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในอีก 2 ปีข้างหน้า คือ ปี 2571 แต่เธอก็ต้องตระหนักไว้ว่า ถ้าหากใกล้ชิดจีนมากเกินไป ก็อาจจะถูกชาวไต้หวันส่วนหนึ่งตราหน้าว่า “ขายชาติ” จนต้องพ่ายแพ้ในเกมการเมือง เหมือนกับที่อดีตผู้นำพรรคก๊กมินตั๋ง อย่าง นายเหลียนจั้น และนายหม่าอิงจิ่ว เคยเผชิญมาแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับจีน ซึ่งสื่อมวลชนตะวันตกมักชอบ "เขียนเสือให้วัวกลัว" ว่าจีนจะบุกยึดไต้หวันภายในปีนั้นปีนี้ แต่การสร้างภาพภัยคุกคามเช่นนี้มีคนที่ได้ประโยชน์ก็คือ คนที่ขายอาวุธ นั่นเอง.