ภายหลังจากสหรัฐฯ-อิหร่านประกาศหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 จีนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธทั้งต่อข้อเรียกร้องของอิหร่านและต่อคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ
กรณีนายอับดุลเรซา ราห์มานี ฟาซลี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำจีนแสดงความหวังว่า จีนจะเป็นผู้รับประกันความมั่นคงในตะวันออกกลาง
ตามรายงานของโกลบอลไทมส์ เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแดนมังกรตอบคำถามของผู้สื่อข่าวในเรื่องนี้ว่าจีนจะยังคงติดต่อสื่อสารกับทุกฝ่ายและดำเนินความพยายามต่อไปเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และยุติความขัดแย้งอย่างสมบูรณ์
กรณีคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ว่าจีนเป็นคนโน้มน้าวอิหร่านให้เจรจาหยุดยิงกับสหรัฐฯ จีนสามารถยืนยันข้อกล่าวอ้างนั้นได้หรือไม่
โฆษกจีนตอบว่า ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ จีนจะยังคงมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงในอ่าวเปอร์เซียและตะวันออกกลางต่อไป
ทั้งนี้ ฟาซลี ทูตอิหร่านแถลงข่าวในกรุงปักกิ่ง หลังจากสหรัฐฯ ประกาศหยุดยิงชั่วคราวได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยอิหร่านหวังว่าทุกฝ่ายจะให้การรับประกันว่าสหรัฐฯ จะไม่กลับมาทำสงครามอีก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ชาติมหาอำนาจอย่างจีนและรัสเซีย รวมถึงผู้ไกล่เกลี่ยอย่างปากีสถานและตุรกี จะร่วมมือกันเพื่อรับประกันสันติภาพในภูมิภาค พร้อมทั้งขอบคุณจีนและรัสเซียที่เป็น "มิตรแท้"
อิหร่านมองจีนเป็น ‘มิตรแท้’ ในฐานะผู้รับประกันความมั่นคง แต่นักวิเคราะห์ชาวจีนยังไม่แน่ใจนัก โดยได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้แค่ไหนที่จีนจะเล่นบทบาทในฐานะผู้รับประกันความมั่นคงในตะวันออกกลาง ตามรายงานของเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์
ด้านอัลจาซีรารายงานบทวิเคราะห์ของดีแลน เอ็มเอช โลห์ ( Dylan MH Loh ) รองศาสตราจารย์ประจำหลักสูตรนโยบายสาธารณะและกิจการระดับโลก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยางในสิงคโปร์ ซึ่งมองว่า จีนค่อนข้างนิ่งเฉยกับสงครามอิหร่าน ผิดกับการออกมามีบทบาทพยายามไกล่เกลี่ยความขัดแย้งไทย-กัมพูชาอย่างแข็งขัน หรือความพยายามในสงครามกลางเมืองพม่า ตลอดจนบทบาทก่อนหน้านี้ในการสร้างความปรองดองครั้งสำคัญระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย
เขาชี้ว่ามีเหตุผลอย่างน้อยสองประการได้แก่ประการแรก จีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างจีน-สหรัฐฯ
ประการที่สอง ผลประโยชน์ด้านพลังงานของจีน ไม่ได้ถูกคุกคามหรือเสียหายอย่างรุนแรง โดยเรือของจีนแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้อย่างปลอดภัยและในฐานะผู้สนับสนุนทางเศรษฐกิจหลักของอิหร่าน จีนน่าจะสามารถควบคุมความเสียหายโดยตรงต่ออุปทานน้ำมันของอิหร่านได้ อีกทั้งจีนสะสมปริมาณสำรองน้ำมันเพียงพอสำหรับตลาดภายในประเทศ 6 ถึง 12 เดือน นอกจากนั้นปักกิ่งยังมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญเช่น การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และการค้าในภูมิภาคตะวันออกกลางนอกเหนือจากอิหร่าน
นิโคลัส เบิร์นส์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำจีนชี้ว่า จีนเป็น “มิตรที่โลเลไม่แน่นอน” เห็นได้จากไม่ให้การช่วยเหลือเวเนซุเอลาและอิหร่าน สองชาติหุ้นส่วนด้านพลังงานของจีน หลังถูกสหรัฐฯ โจมตี
แต่จะไปว่าจีนอย่างนั้นเสียทีเดียวก็ไม่ถูก เนื่องจากหลักการสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของจีนก็คือการไม่แทรกแซง ปักกิ่งนิยมใช้เครื่องมือที่ไม่ใช่ทางการทหาร เช่นการโน้มน้าวทางเศรษฐกิจและการใช้ซอฟต์เพาเวอร์ ปักกิ่งจะให้ความคุ้มครองทางด้านอุดมการณ์ การทูต และเศรษฐกิจ การร่วมมือพหุภาคี และการไม่แทรกแซง มากกว่าภาระหน้าที่ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในฐานะผู้รับประกันความมั่นคง ดีแลน เอ็มเอช โลห์ระบุ


