เจิ้ง ลี่เหวิน ผู้นำหญิงแห่งพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) พรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่สุดของไต้หวัน พร้อมคณะเริ่มต้นการเยือนจีน โดยเดินทางถึงนครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันอังคาร ( 7 เม.ย. ) ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดของหลายฝ่าย
เจิ้ง วัย 56 ปี นับเป็นผู้นำพรรคก๊กมินตั๋งคนแรกที่เยือนจีนในรอบสิบปี โดยมีกำหนดเยือนนครเซี่ยงไฮ้ นครหนันจิง ( นานกิง ) และกรุงปักกิ่ง รวม 6 วัน
ตามรายงานของสื่อตะวันตก มีการคาดหมายว่า เจิ้งจะเข้าพบหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีน โดยเธอเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ยินดีรับคำเชิญของผู้นำจีนให้มาเยือน และหวังที่จะเป็น "สะพานแห่งสันติภาพ"
ขณะที่สำนักข่าวซินหัวสื่อของรัฐบาลจีนระบุว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของการแลกเปลี่ยนและการเจรจาระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้สถานการณ์ใหม่และจะมีผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน
เจิ้งแถลงข่าวก่อนออกเดินทางว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการเดินทางครั้งนี้คือความมุ่งมั่นสร้างสันติภาพและแสดงให้โลกเห็นว่าทั้งสองฝั่งของช่องแคบไต้หวันหวังคลี่คลายข้อแตกต่างทั้งหมดด้วยแนวทางสันติผ่านการเจรจา การสื่อสารและการแลกเปลี่ยน พร้อมกับกล่าวด้วยว่า สงครามหรือสันติภาพจะเกิดขึ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ผู้คนเลือกเดิน ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ยูไนเต็ดเดลี่นิวส์ (UDN) สื่อไต้หวัน
ด้านพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ( DPP) ซึ่งเป็นรัฐบาลไต้หวันและชูนโยบายเป็นอิสระจากจีน วิจารณ์เจิ้งว่า ยอมจำนนต่อปักกิ่งและการเดินทางครั้งนี้จะถูกพรรคคอมมิวนิสต์ ควบคุมอย่างสมบูรณ์
พรรค DPP ยังกล่าวหาปักกิ่งว่าเป็น "ตัวการหลักในการทำลายสันติภาพในภูมิภาค" พร้อมเสริมว่าจีนยังคงส่งเครื่องบินรบและเรือรบมายังบริเวณรอบเกาะไต้หวันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จีนถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน โดยหลังจากเจิ้งชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งเมื่อเดือนตุลาคม 2568 และประกาศเปิดศักราชใหม่แห่งสันติภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน สี จิ้นผิงได้ส่งสารแสดงความยินดีมาถึงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเรียกร้องให้มีความพยายามผลักดัน "การรวมชาติ" คำประกาศของเจิ้งกลายเป็นไวรัล จนชาวเน็ตในจีนบางคนเรียกขานเธอว่าเป็น “เทพีแห่งการรวมไต้หวันกับจีนอีกครั้ง”
ที่มา : โกลบอลไทมส์/บีบีซี


