ปรากฏกระแสในโลกออนไลน์จีนที่กลุ่มพลเรือนผู้เชี่ยวชาญด้านวิทนยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรม ต่างพากันแบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนอิหร่านในการต่อสู้กันแสนยานุภาพการสู้รบทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 บัญชีโซเชียลมีเดีย "เหล่าหู ทอล์ก เวิลด์" (Laohu Talks World)ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอสาธิตวิธีการทำลายเครื่องบินขับไล่ล่องหน (สเตลท์) สหรัฐฯ โดยละเอียด พร้อมคำบรรยายใต้ภาพภาษาเปอร์เซีย ซึ่งอธิบายถึงการใช้ระบบอาวุธราคาประหยัด เช่น มิสไซล์นำวิถีด้วยอินฟราเรดและเซนเซอร์ที่ดัดแปลงขึ้นเอง เพื่อตรวจจับและทำลายเครื่องบินรบสุดล้ำ
คลิปดังกล่าว กลายเป็นไวรัลที่มียอดเข้าชมหลายสิบล้านครั้ง หลังการเผยแพร่คลิปฯนี้ 5 วัน (19 มี.ค.) ทางอิหร่านได้ออกมาอ้างว่าสามารถโจมตีเครื่องบิน F-35 ของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ
เครื่องบินขับไล่ F-35 (F-35 Lightning II) เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีพหุภารกิจล่องหน (stealth) ยุคที่ 5 ที่ล้ำสมัยของสหรัฐฯ ทรงความสามารถในการหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์ด้วยรูปทรง วัสดุพิเศษ และระบบอาวุธที่ซ่อนอยู่ข้างใน อย่างไรก็ตาม การพรางตัว (สเตลท์) ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถมองเห็น (ตัวเครื่องบิน) และมีข้อจำกัดบางประการ
ขณะที่ไฟสงครามในตะวันออกกลางลุกโชน กลุ่มผู้มีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ในจีนจำนวนมาก พากันลุกขึ้นมาเป็นจิตอาสาจัดทำเนื้อหาเพื่อช่วยอิหร่านต่อสู่กับกองกำลังที่ล้ำสมัยของสหรัฐฯ ทั้งการระบุพิกัดฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค การวางกลยุทธ์ยิงมิสไซล์โจมตีเรือบรรทุกเครื่องบินในอ่าวเปอร์เซีย และการจำลองการป้องกันการยกพลขึ้นบกที่เกาะคาร์กของอิหร่าน
แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าของบัญชี "เหล่าหู" เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยสารพัดช่างภาคตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwestern Polytechnical University) ในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านการป้องกันประเทศชั้นนำที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ คว่ำบาตร โดยแรงจูงใจของผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มาจากความเชื่อส่วนบุคคลที่ต้องการลดทอนอำนาจทางการทหารของสหรัฐฯ และความเห็นอกเห็นใจต่อพลเรือนในอิหร่านที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการทางการทหารมากกว่า 1,000 ราย
ทั้งนี้ จีนมีจำนวนบัณฑิตสาย STEM จบใหม่สูงถึงปีละประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นวิศวกรถึง 1.3 ล้านคน ขณะที่สหรัฐฯ ผลิตวิศวกรได้เพียงปีละประมาณ 130,000 คน ทำให้นักวิเคราะห์มองว่านี่คือปรากฏการณ์ใหม่ที่กลุ่มพลเรือนใช้ความรู้ทางเทคนิคและข้อมูลโอเพนซอร์สเข้าแทรกแซงความขัดแย้งในระดับนานาชาติอย่างอิสระ
ที่มา กลุ่มสื่อต่างประเทศ


