จีนเรียกตัวกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊าเข้าพบเพื่อประท้วงอย่างเป็นทางการ หลังจากสถานกงสุลประกาศแจ้งเตือนความปลอดภัยของพลเมืองสหรัฐฯเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎข้อบังคับใหม่ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติจีน
ฮ่องกงเริ่มการบังคับใช้กฎข้อบังคับใหม่ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยให้อำนาจตำรวจในการเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ต้องสงสัยระหว่างดำเนินการสอบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติ การปฏิเสธให้รหัสผ่านหรือการให้ความช่วยเหลือในการถอดรหัสอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถือว่ามีความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกสูงสุดหนึ่งปี
สถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ในฮ่องกงจึงออกประกาศเตือนภัยพลเมืองในเรื่องดังกล่าว โดยขอให้ติดต่อสถานกงสุล หากชาวอเมริกันถูกจับกุมหรือควบคุมตัวเนื่องจากการบังคับใช้กฎข้อบังคับใหม่นี้ พร้อมกับเตือนด้วยว่าขณะนี้รัฐบาลฮ่องกงมีอำนาจกว้างขึ้นในการยึดอุปกรณ์ส่วนบุคคลเป็นหลักฐาน หากพบว่าอุปกรณ์เหล่านั้นเกี่ยวข้องกับความผิดด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ตามแถลงการณ์สำนักงานกระทรวงการต่างประเทศจีนประจำฮ่องกงนั้น จูลี อีเดห์ กงสุลใหญ่สหรัฐฯได้เข้าพบนายชุย เจี้ยนชุนข้าหลวงใหญ่ประจำฮ่องกงเมื่อวันที่ 27 มีนาคม โดยนายชุยได้แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งและคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการแจ้งเตือนนั้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ยุติการแทรกแซงกิจการของฮ่องกงและกิจการภายในของจีน "ในทุกรูปแบบในทันที”
ความขัดแย้งดังกล่าวถือเป็นจุดตกต่ำสุดครั้งใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างชาติมหาอำนาจทั้งสอง
รัฐบาลฮ่องกงพยายามชี้แจงว่า ตำรวจต้องได้รับ "การอนุญาตตามกฎหมาย" จึงจะสามารถค้นอุปกรณ์ได้
อย่างไรก็ตาม สื่อต่างชาติรายงานว่า การขาดความชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การออกหมายค้นทำให้นักธุรกิจต่างชาติและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในฮ่องกงรู้สึกกังวลอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีอำนาจบังคับให้เปิดเผยรหัสผ่านทำให้บริษัทที่จัดการด้านทรัพย์สินทางปัญญาหรือข้อมูลทางการเงินข้ามพรมแดนวิตกว่าข้อมูลของบริษัทอาจตกอยู่ในความเสี่ยง
ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแสดงความไม่พอใจว่าสื่อต่างชาติให้ข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎข้อบังคับใหม่นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของบริษัทต่างชาติและการรักษาบุคลากรที่มีความสามารถในฮ่องกง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก
นักลงทุนกำลังจับตามองว่ามาตรการด้านความมั่นคงแห่งชาติของจีนจะสอดคล้องกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศและหลักการค้า "ชาติที่ได้รับสิทธิพิเศษที่สุด" ( Most-Favored-Nation ) ขององค์การการค้าโลกหรือไม่ นอกจากนั้น ยังรอดูว่า ความขัดแย้งทางการทูตที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าอย่างเป็นทางการหรือโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของชาติตะวันตกจะแยกตัวออกจากตลาดฮ่องกงมากยิ่งขึ้นหรือไม่อีกด้วย
ที่มา : รอยเตอร์/ Investing.com


