จีน ขึ้นแท่นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับสองของโลก มาก็หลายปี ซึ่งตลอดหลายปีมานี้ จีนได้พยายามผลักดันสกุลเงินหยวนขึ้นมาเป็นสกุลเงินสากล เพื่อที่จะลดการพึ่งพิงดอลลาร์สหรัฐ และขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจโลก การบรรลุเป้าหมายผลักดันเงินหยวนขึ้นมาเป็นสกุลเงินสากลนั้นประกอบด้วยหลายช่องทางด้วยกัน ทั้งการใช้ในธุรกรรมการค้าข้ามพรมแดน การทำสัญญาซื้อขายน้ำมันด้วยสกุลเงินหยวน (Petroyuan) และการใช้เทคโนโลยีเงินหยวนดิจิทัล (e-CNY) เป็นต้น
ในบทความนี้ จะขอพูดถึงความคืบหน้าใหม่ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกสนใจและจับตามอง นั่นคือ ปิโตรหยวน กำลังขยายอิทธิพลมากขึ้นในการค้าน้ำมันโลกในช่วงสงครามอิหร่าน และปิโตรดอลลาร์ที่ครอบงำการค้าน้ำมันโลกมากกว่ากึ่งศตวรรษ จะถูกเขย่าแรงแค่ไหน
ทั้งนี้การค้าน้ำมันโลกด้วยดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลงระบบปิโตรดอลลาร์ (Petrodollar) ถือกำเนิดในปี 1974 (หรือเมื่อ 52 ปีที่แล้ว) ภายใต้ข้อตกลงนี้ซาอุดิอาระเบียตกลงใช้สกุลเงินสหรัฐในการกำหนดราคาและซื้อขายน้ำมันในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือ โอเปค (OPEC) และนำส่วนเกินไปลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐฯ เพื่อแลกกับความคุ้มครองของกองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งต่อมา ดอลลาร์สหรัฐก็กลายเป็น “เจ้าใหญ่” ในการสำรองเงินตราโลก
ด้วยระบอบฯดังกล่าว ทำให้ดอลลาร์สหรัฐเรืองอำนาจขึ้นในห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ของโลก เนื่องจากน้ำมันเป็นหัวใจของการผลิตและการคมนาคม
ด้านจีนเปิดการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันโดยใช้เงินหยวนตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะช่วยยกสถานภาพเงินหยวนในตลาดการเงินโลก แต่ "สัญญาซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวน " ยังมีน้อยกว่า "สัญญาปิโตรดอลลาร์" เนื่องจากการควบคุมกระแสเงินทุนและช่วงแถบการเคลื่อนไหวสกุลเงินหยวนยังจำกัด
หลังจากกองกำลังสหรัฐฯและอิสราเอลจับมือกันโจมตีอิหร่านจากวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา และอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านและโอมาน โดยสั่งห้ามเด็ดขาดเรือสินค้าของเหล่าพันธมิตรสหรัฐฯ อิสราเอล และยุโรป ผ่านช่องแคบฮอร์มุซนี้
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดย 1 ใน 5 ของน้ำมันดิบ ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติเหลวของโลก ถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นทางออกเดียวของการขนส่งจากอ่าวเปอร์เซียในภูมิภาคตะวันออกกลางสู่มหาสมุทรอินเดีย
การปิดช่องแคบฮอร์มุซเพียงไม่กี่วันส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับจากรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนในปี 2022
ปิโตรดอลลาร์ VS ปิโตรหยวน
อิหร่านผ่อนปรนให้เรือขนส่งบางลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปได้ คือ เรือขนส่งสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับจีน และยังประกาศว่าจะพิจารณาให้กลุ่มเรือที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปได้โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำการซื้อขายด้วยเงินหยวน (จากรายงานข่าวของสื่อสหรัฐฯ ซีเอ็นเอ็น อ้างเจ้าหน้าที่อิหร่านรายงานในวันที่ 14 มี.ค. 2026)
จีนถือเป็นมหามิตรของอิหร่าน อิหร่านโดนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯมาตั้งแต่ปี 1979 โดยเฉพาะการคว่ำบาตรการค้า-การลงทุนภาคพลังงานในปี 1995-96 ระหว่างนี้แทบกล่าวได้ว่ามีเพียงจีนที่รักษาสัมพันธภาพกับอิหร่านอย่างมั่นคง จีนไม่สนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ยังอุดหนุนซื้อน้ำมันอิหร่านมาตลอด ทำให้อิหร่านมีรายได้ประคองเศรษฐกิจของประเทศได้ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรสหรัฐฯ
ดังนั้น อิหร่านจึงสนับสนุนสุดตัวในการซื้อขายน้ำมันด้วยเงินหยวน หรือ “ปิโตรหยวน” แทนที่ ปิโตรดอลลาร์ ซึ่งที่ผ่านมาอิหร่านเล็งใช้เงินหยวนแทนดอลลาร์ในตลาดโลก และเมื่อไม่นานมานี้ยังมีรายงานข่าวจากสื่อรายใหญ่สหรัฐฯ ซีเอ็นเอ็น ว่าอิหร่านกำลังเจรจากับแปดชาตินอกภูมิภาคตะวันออกกลาง(โดยไม่เปิดเผยรายชื่อแปดประเทศ) เรื่องการใช้เงินหยวนทำธุรกรรมซื้อขายน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ลดการพึ่งพาดอลลาร์ และลดอิทธิพลระบอบปิโตรดอลลาร์
รายงานการวิเคราะห์ของสถาบันการเงินชั้นนำแห่งเยอรมนี คือ ดอยช์ แบงค์ เผยแพร่ (24 มี.ค.2026) ว่า ศึกโจมตีอิหร่านอาจบั่นทอนการครอบงำของดอลลาร์สหรัฐในตะวันออกกลาง และเร่งการขยายอิทธิพลของปิโตรหยวน
การวิเคราะห์ของดอยช์ แบงค์ชี้ว่าหากกลุ่มเศรษฐกิจรอบอ่าวหันมากระชับความสัมพันธ์การค้าและการลงทุนกับเอเชีย และค่อยๆลดการซื้อขายน้ำมันด้วยดอลลาร์ จะเกิดผลกระทบต่อเนื่องอย่างสำคัญต่อการใช้ดอลล่าร์ในการค้าและการออมเงินของโลก
ก่อนหน้านี้ ระบอบปิโตรดอลลาร์ ถูกท้าทายมาแล้วยกหนึ่งแล้ว จากกรณีที่รัสเซียและอิหร่าน (ซึ่งโดนตะวันตกคว่ำบาตร) หันมาค้าขายกันด้วยสกุลเงินที่ไม่ใช่ดอลลาร์ ขณะที่ซาอุดิอาระเบีย และกลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ได้ทดลองโครงสร้างระบบการชำระเงินที่ไม่ใช้ดอลลาร์สหรัฐ
การวิเคราะห์ของ ดอยช์ แบงค์ ชี้ว่าความขัดแย้งฯ จะเป็น “ตัวเร่งหลัก“ ในการบั่นทอนอำนาจครอบงำของปิโตรดอลลาร์และเป็น “การเริ่มต้น” ของปิโตรหยวน
โดยมีความเป็นไปได้ว่า การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังเอเชียจะใช้ปิโตรหยวน ขณะที่การขนส่งน้ำมันจากโลกตะวันตกไปขายให้กับพันธมิตรเก่าของสหรัฐฯ ในแถบแอตแลนติกและแปซิฟิก ยังใช้ดอลลาร์
สงครามในอิหร่านตอนนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการเลือกข้างสกุลเงินในการค้าขายโลก ขณะเดียวกัน พลังงานหมุนเวียน พลังงานนิวเคลียร์ และแหล่งพลังงานภายในประเทศ อาจช่วยลดการพึ่งพิงน้ำมันในตลาดโลก
ระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาไฮโดรคาร์บอน (พลังงานจากเชื้อเพลงฟอสซิลเป็นหลัก ได้แก่ ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน) อาจได้รับผลกระทบทั้งในระยะสั้นจากการหยุดชะงักของการผลิต และในระยะยาวจากความต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ลดลง
“โลกที่พึ่งพาตัวเองมากขึ้นในด้านการป้องกันประเทศและพลังงาน อาจเป็นโลกที่ถือครองดอลลาร์สหรัฐน้อยลง”
ซาอุดิอาระเบียตัวแปรสำคัญในการยกสถานะเงินหยวน
ในการวิเคราะห์อีกแหล่งหนึ่ง ชี้ว่า แม้ศึกอิหร่านครั้งนี้ ท้าทาย “ระบอบปิโตรดอลลาร์“ และเป็นตัวเร่งให้ ปิโตรหยวน มีบทบาทในการค้าน้ำมันโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยอิหร่าน “ไม่ใช่ตัวหลักของตลาดโลก” แม้มีน้ำมันมาก แต่ถูกคว่ำบาตร และปริมาณส่งออกจำกัด ดังนั้น แม้อิหร่านใช้เงินหยวนในการค้าน้ำมัน แต่ผลกระทบเชิงระบบยังจำกัด ขณะที่ผู้เล่นใหญ่ในการค้าน้ำมันคือ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเตส์ (UAE) และตลาดโลกส่วนใหญ่ยังใช้ดอลลาร์เป็นหลัก ดังนั้น การที่อิหร่านยอมรับเงินหยวน ยังเป็นเพียง แรงเสริม แต่ไม่ใช่ “ตัวพลิกเกม”
ตัวแปรสำคัญที่น่าสนใจคือ แนวโน้มที่ซาอุดิอาระเบียจะใช้เงินหยวนในการซื้อขายน้ำมันกับจีน ซึ่งหากเป็นจริง ก็จะเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและซาอุดิอาระเบียไม่ได้ชื่นมื่นเหมือนในอดีต ซาอุฯส่งสัญญาณโน้มเอียงมาทางเอเชีย โดยเฉพาะด้านการค้าน้ำมัน หลังจากข้อตกลง “ปิโตรดอลลาร์” ระหว่างสหรัฐฯกับซาอุฯที่ดำเนินมา 50 ปี หมดอายุลงในวันที่ 9 มิ.ย. 2024 ซาอุฯไม่ได้ต่อสัญญานี้ และเริ่มใช้เงินหยวน ยูโร เยน และสกุลเงินอื่นๆในการค้าน้ำมันในบางดีล อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน (2024-2026) ซาอุฯยังใช้ดอลลาร์เป็นหลักในการซื้อขายน้ำมันในตลาดโลก
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและซาอุฯแน่นแฟ้นมากขึ้นๆ ซาอุดิอาระเบียส่งออกน้ำมันไปยังจีนในปริมาณมากกว่าสหรัฐฯถึงสี่เท่า ผู้นำจีนและซาอุฯได้พูดคุยเรื่องการใช้เงินหยวนในการชำระค่าน้ำมันตั้งแต่ปี 2016 แต่ก็คืบหน้าไปอย่างช้าๆ จนในปี 2022 เป็นต้นมาที่การเจจรจาฯเรื่องนี้เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว (ข้อมูลจากรายงานข่าวเดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล)
ในปี 2025 ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บราซิล จีน และแอฟริกาใต้ บรรลุบันทึกความเข้าใจครั้งประวัติศาสตร์ คือการทดลองระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่อิงกับตะกร้าสินค้าโภคภัณฑ์(อาทิ น้ำมัน ทอง สินค้าเกษตร)
หากซาอุฯยอมรับใช้หยวนในการซื้อขายน้ำมันจริงๆเมื่อไหร่ ก็จะช่วยยกระดับสถานะหยวนในตลาดพลังงานโลกอย่างสำคัญทีเดียว
เปรียบเทียบสกุลเงินที่ใช้ซื้อขายน้ำมัน
สกุลเงินดอลลาร์ (USD)
สัดส่วน:75-80%
จุดเด่น: ยังเป็นกระแสหลัก
แต่สงครามยูเครนและอิรัก ทำให้แนวโน้มการใช้ฯลดลง
สกุลเงินหยวน(CNY)
สัดส่วน5-10%
จุดเด่น: สถานะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันมากเป็นอันดับหนึ่งของโลกที่มั่นคง
สัดส่วนการใช้ในการค้ากับรัสเซียและอิหร่าน เพิ่มขึ้น
สกุลเงินยูโร (EUR)
สัดส่วน5-10%
จุดเด่น: สัดส่วนการใช้เงินในอียูและกลุ่มประเทศบริกส์ ขยายใหญ่ขึ้น
สกุลเงินอื่น
สัดส่วน 5% โดยประมาณ
จุดเด่น: กลุ่มประเทศที่ถูกคว่ำบาตรใช้รูเบิลของรัสเซีย, และสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง(CBDC)
แหล่งที่มาข้อมูล: สมาคมและเครือข่ายโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (SWIFT), ระบบชำระเงินระหว่างธนาคารข้ามพรมแดนของจีน (CIPS), ธนาคารกลางยุโรป (ECB)


