เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “แรงขับเคลื่อนใหม่” ของภาคการผลิตอัจฉริยะของจีน เทคโนโลยีนี้ทำลายข้อจำกัดของระบบการผลิตเดิม ช่วยผลิตชิ้นงานที่มีรูปทรงซับซ้อน ทำให้คนทั่วไปสามารถสร้างสรรค์ผลงานของตัวเองได้
Bambu Lab ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติ จากเมืองเซินเจิ้นระบุว่า เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ช่วยในการผลิตงานในปริมาณจำกัด Zhou Chengxu ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท Bambu Lab อธิบายว่า ถ้าความต้องการสินค้าอยู่ที่ 1,000-2,000 ชิ้น จะไม่คุ้มค่าในการลงทุนสร้างแม่พิมพ์เหล็กหรือแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก แต่การใช้ เครื่องพิมพ์ 3 มิติ ช่วยลดต้นทุนได้ และยังสามารถปรับปรุงแบบแม่พิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างขั้นตอนวิจัยและพัฒนา ผู้ผลิตสามารถสร้างแม่พิมพ์หลายแบบเพื่อนำไปทดสอบประสิทธิภาพ และปรับปรุงการออกแบบชิ้นส่วนได้อย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ กำลังขยายไปสู่การใช้งานที่หลากหลาย จากของใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ เช่น ระบบบ้านอัจฉริยะ งานศิลปะเชิงติดตั้ง (Art Installation) และการก่อสร้างเมืองสมัยใหม่
วิศวกรจาก Kings 3D ผู้ให้บริการโซลูชันการพิมพ์ 3 มิติ อธิบายว่า โรงงานของบริษัทสามารถผลิตผลงานได้หลายประเภท เช่น อุปกรณ์บ้านอัจฉริยะ อุปกรณ์ทางการแพทย์ แม่พิมพ์สำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน
ผลงานบางชิ้นที่ใช้ในโครงการปรับปรุงเมือง สามารถใช้งานกลางแจ้งได้นานถึง 30 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม วัสดุที่ใช้มีคุณสมบัติทนการกัดกร่อน ทนต่ออุณหภูมิต่ำ สามารถย่อยสลายและนำกลับมารีไซเคิลได้
Chen Bingyun รองผู้จัดการทั่วไป Kings 3D อธิบายว่า การพิมพ์ 3 มิติ แทบไม่ก่อให้เกิดเศษวัสดุเหลือทิ้ง ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ อีกทั้งยังสามารถผลิตสินค้าในปริมาณเท่าไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น 1 ชิ้น 10 ชิ้น หรือ 100 ชิ้น ทุกชิ้นมีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกัน และวัสดุที่ใช้ยังสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
ปัจจุบัน เมืองเซินเจิ้นสามารถผลิตเครื่องพิมพ์ 3 มิติระดับผู้บริโภคได้มากกว่า 90% ของปริมาณการผลิตทั้งโลก ปี 2025 การผลิตอุปกรณ์การพิมพ์ 3 มิติของจีน เพิ่มขึ้นถึง 52.5% สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีนี้ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ที่มา : China Media Group


