xs
xsm
sm
md
lg

สื่อจีนล้อเลียนนายกฯ ญี่ปุ่น "เชียร์ลีดเดอร์ทำเนียบขาว"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภาพถ่ายอย่างเป็นทางการจากทำเนียบขาวของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ ของญี่ปุ่น แสดงอาการร่าเริงเกินพิกัดระหว่างงานเลี้ยงรับรอง กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลมีเดียของจีนตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยชาวเน็ตต่างพากันวิจารณ์และตั้งฉายาให้เธอว่าเป็น "เชียร์ลีดเดอร์เบอร์หนึ่งของวอชิงตัน"

ภาพดังกล่าวเป็นภาพแรกในแกลเลอรีภาพถ่ายการพบปะระหว่างนางทากาอิจิและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเผยให้เห็นผู้นำญี่ปุ่นในอาการตื่นเต้นสุดขีด ชูหมัดทั้งสองข้างและอ้าปากค้างขณะชมการแสดงดนตรี ซึ่งภาพลักษณ์นี้ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับภาพการพบปะที่ดูเป็นทางการของผู้นำจากยูเครนและอิสราเอลที่เข้าพบทรัมป์ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้

ในญี่ปุ่นเองก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของทากาอิจิเช่นกัน โดยมองว่าเป็นการดำเนินนโยบาย "การทูตแบบประจบประแจง" ที่ดูไม่สง่างามสมกับฐานะผู้นำแห่งรัฐ ขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นการเลือกตัดต่อภาพเพื่อทำให้โตเกียวต้องอับอาย

นอกจากเรื่องภาพถ่ายแล้ว ยังมีเหตุการณ์ตึงเครียดกลางงานแถลงข่าว เมื่อนักข่าวญี่ปุ่นถามทรัมป์ถึงเหตุผลที่สหรัฐฯ ไม่แจ้งเตือนประเทศพันธมิตรก่อนการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทรัมป์กลับโยงไปถึงเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์เมื่อปี 2484 โดยระบุติดตลกว่า "ใครจะรู้จักการโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัวได้ดีกว่าญี่ปุ่นอีกล่ะ? ทำไมคุณไม่บอกผมเรื่องเพิร์ลฮาร์เบอร์บ้างล่ะ จริงไหม?" คำกล่าวนี้สร้างความตกตะลึงเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองประเทศพยายามก้าวข้ามบาดแผลทางประวัติศาสตร์นี้มาโดยตลอด เช่น การเยือนเพิร์ลฮาร์เบอร์ของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ในปี 2559

กระแสในเวยป๋อและโต่วอินของจีนมีการแชร์ภาพและคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวหลายหมื่นครั้ง พร้อมข้อความเสียดสีว่าญี่ปุ่นยังไม่สามารถยืนหยัดต่อหน้าอเมริกาได้แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 80 ปีแล้ว ขณะที่สื่อทางการจีนชี้ว่าพฤติกรรมของทากาอิจิแตกต่างจากผู้นำยุโรปที่มีท่าทีสำรวมมากกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าทรัมป์

การเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้นำข้อตกลงการลงทุนมูลค่า 73 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.55 ล้านล้านบาท) มามอบให้เพื่อลดความพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางและกระชับพันธมิตรด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างโตเกียวและปักกิ่งที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากทากาอิจิเคยกล่าวโยงถึงความมั่นคงของไต้หวันกับการวางกำลังป้องกันของญี่ปุ่นก่อนหน้านี้

ที่มา: South China Morning Post