การปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม
ประธานาธิบโดนัลด์ ทรัมป์จึงหันมาใช้วิธีกดดันให้ชาติพันธมิตรนาโต้และจีนช่วยสหรัฐฯ เปิดช่องแคบแห่งนี้อีกครั้ง
ผู้นำสหรัฐฯอ้างเหตุผลว่า ในเมื่อชาติเหล่านี้ต้องพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียอย่างหนักก็ย่อมต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการช่วยปกป้องช่องแคบ
“ผมกำลังเรียกร้องให้ชาติเหล่านี้เข้ามาปกป้องดินแดนของตนเอง เพราะนี่คือดินแดนของพวกเขา” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ระหว่างเดินทางจากฟลอริดาไปวอชิงตันเมื่อวันอาทิตย์ ( 15 มี.ค. )
ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า เขาอาจเลื่อนการไปเยือนกรุงปักกิ่งที่กำหนดไว้ในปลายเดือนนี้ เนื่องจากวิกฤติในภูมิภาคตะวันออกกลาง
“ผมคิดว่าจีนควรช่วยด้วย เพราะน้ำมันทั้งหมดของจีนได้มาจากช่องแคบแห่งนี้ถึง 90% ” ทรัมป์ระบุและเสริมว่า การรอจนถึงการประชุมสุดยอดคงจะสายเกินไป
คำกล่าวของทรัมป์เป็นสิ่งตอกย้ำว่าสหรัฐฯ รีบเร่งเพียงใดในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ทรัมป์เพิ่งเรียกร้องให้จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอังกฤษส่งเรือรบเข้าร่วมในกองเรือลาดตระเวนช่องแคบฮอร์มุซ
แม้รัฐบาลจีนยังไม่ออกมาแสดงท่าทีใด ๆ แต่โกลบอลไทมส์ ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลจีนออกมาปฏิเสธแนวคิดของทรัมป์ทันที
ในบทความแสดงความคิดเห็นของโกลบอลไทมส์ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อคืนวันอาทิตย์ ( 15 มี.ค. ) ชี้ว่า ทรัมป์กำลังพยายามกระจายความเสี่ยง “ของสงครามที่วอชิงตันเป็นผู้เริ่มต้นและไม่สามารถยุติได้”
บทความระบุว่า เรือรบจากหลายชาติในช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้สร้างความปลอดภัย แต่กลับเป็นการสร้างจุดระเบิด เพราะถ้าเรือลำใดลำหนึ่งถูกโจมตี ผลที่ตามมาอาจลุกลามอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะควบคุมได้ นี่จึงเป็น “การถ่ายโอนความเสี่ยง ซึ่งวางแผนไว้อย่างรอบคอบมากกว่า” โกลบอลไทมส์ระบุ
ด้านอู๋ ซินปั๋วผู้อำนวยการศูนย์อเมริกันศึกษาของมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้มองว่า จีนแทบไม่มีแรงจูงใจที่จะเอาตัวเข้าพัวพันกับสงครามซึ่งกำลังลุกลามบานปลาย
“นั่นคือสงครามของเขา ไม่ใช่สงครามของเราครับ” อู๋อดีตที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าว
ทั้งนี้ หัวหน้าผู้เจรจาการค้าของจีนและสหรัฐฯ กำลังประชุมกันที่กรุงปารีสเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง โดยการเจรจาจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ ( 16 มี.ค.)
สำนักข่าวรอยเตอร์เคยรายงานก่อนหน้านี้โดยอ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวผู้หนึ่งว่า ทรัมป์จะไปเยือนจีนระหว่างวันที่ 31 มี.ค.- 2 เม.ย.
ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์/บลูมเบิร์ก / ทาสส์


