นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อระบุองค์ประกอบทางเคมีบนพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งช่วยไขความลับที่ค้างคามานานในแวดวงวิทยาศาสตร์อวกาศ โดยพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของดวงจันทร์ซึ่งหันออกจากโลกตลอดเวลานี้ ยังไม่เคยมีการจัดทำแผนที่ทางเคมีอย่างละเอียดมาก่อน
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการนำตัวอย่างดินดวงจันทร์ที่เก็บกลับมาโดยภารกิจ "ฉางเอ๋อ-6" (Chang’e-6) ในปี 2567 มาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูง โดยทีมวิจัยนำโดยสถาบันฟิสิกส์เทคนิคเซี่ยงไฮ้ (SITP) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ร่วมกับมหาวิทยาลัยถงจี้ในเซี่ยงไฮ้ และสถาบันอื่น ๆ ผลการศึกษาดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Sensors เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการสร้างแผนที่การกระจายตัวของออกไซด์หลักบนดวงจันทร์ทั่วโลกที่มีความแม่นยำสูงเป็นครั้งแรก
สถาบัน SITP ระบุในแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์นี้ว่า การศึกษาได้เผยให้เห็นลักษณะของวัสดุที่อยู่ลึกลงไปในแอ่งขั้วใต้-เอตเคน (South Pole-Aitken basin) ซึ่งเป็นหลุมอุกกาบาตที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดบนดวงจันทร์ มีความกว้างประมาณ 2,500 กิโลเมตร ผลการวิจัยนี้จะช่วยสนับสนุนการวิเคราะห์ประวัติศาสตร์วิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ และเป็นแนวทางในการเลือกจุดลงจอดสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต
ที่ผ่านมา ข้อมูลองค์ประกอบพื้นผิวดวงจันทร์ส่วนใหญ่มาจากภารกิจอพอลโลของสหรัฐฯ โครงการลูนาของสหภาพโซเวียต และภารกิจฉางเอ๋อ-5 ของจีน ซึ่งเน้นไปที่ด้านใกล้ของดวงจันทร์ที่หันเข้าหาโลก แต่พื้นที่ด้านไกลที่มีภูมิประเทศขรุขระและแร่ธาตุแปลกประหลาดทำให้เครื่องสเปกโตรมิเตอร์ในวงโคจรทำงานได้ยาก จนกระทั่งยานฉางเอ๋อ-6 สามารถเก็บตัวอย่างดินจากด้านไกลกลับมาได้มากกว่า 1.9 กิโลกรัม
ทีมวิจัยได้ป้อนข้อมูล "ความจริงภาคสนาม" (ground truth) จากตัวอย่างของฉางเอ๋อ-6 เข้าสู่โมเดล AI ร่วมกับข้อมูลจากภาพถ่ายความละเอียดสูงของยานคากูยะ (Kaguya) ของญี่ปุ่น เพื่อสร้างแผนที่การกระจายตัวของออกไซด์ 6 ชนิด ได้แก่ เหล็ก ไทเทเนียม อะลูมิเนียม แมกนีเซียม แคลเซียม และซิลิกอน ได้อย่างแม่นยำ
การค้นพบนี้ยืนยันถึงทฤษฎีวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์ โดยเฉพาะเรื่องมหาสมุทรแมกมาในยุคแรกเริ่มที่เย็นตัวลงและแยกชั้นอย่างไม่เท่ากันระหว่างสองซีกโลก ทำให้เปลือกและเนื้อดวงจันทร์ทั้งสองด้านมีความแตกต่างทางเคมีอย่างชัดเจน นอกจากนี้ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์จีนและอังกฤษยังพบว่าแร่ธาตุบนด้านไกลของดวงจันทร์อาจก่อตัวขึ้นในอุณหภูมิลาวาที่ต่ำกว่าด้านใกล้ประมาณ 100 องศาเซลเซียสอีกด้วย
ที่มา: South China Morning Post/ แฟ้มภาพเอเอฟพี


