ธนาคารกลางจีน (PBOC) เปิดเผยข้อมูลสถานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่าปริมาณสำรองทองคำของประเทศพุ่งแตะระดับ 74.22 ล้านออนซ์ เพิ่มขึ้นจาก 74.19 ล้านออนซ์ในเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำติดต่อกันเป็นเดือนที่ 16 โดยในเดือนกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียวมีการเพิ่มขึ้นสุทธิ 3 หมื่นออนซ์
ขณะเดียวกัน สำนักงานเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐ (SAFE) รายงานว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่ารวม 3.4278 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 120 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2.87 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 ล้านล้านบาท) หรือขยายตัวร้อยละ 0.85
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการขยายตัวของทุนสำรองฯ มาจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ และความผันผวนของราคาสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลก ภายใต้แรงกดดันจากข้อมูลมหภาคและนโยบายการเงินของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคงและมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ทุนสำรองระหว่างประเทศรักษาความแข็งแกร่งได้ในระยะยาว
ทางด้านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ เจฟฟรีย์ กุนด์ลาค (Jeffrey Gundlach) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ดับเบิลไลน์ แคปิตอล (DoubleLine Capital) วิเคราะห์ว่า ธนาคารกลางทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำสำรองจากระดับร้อยละ 15 ในปัจจุบัน ขึ้นไปสู่ระดับร้อยละ 30 เพื่อกระจายความเสี่ยง สอดคล้องกับรายงานของสภาทองคำโลกที่ระบุว่า ในเดือนกุมภาพันธ์มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิในกองทุน ETF ทองคำทั่วโลกสูงถึง 5.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.85 แสนล้านบาท) ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ของทองคำทั่วโลกแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.01 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 24.5 ล้านล้านบาท)
ที่มา: วอลล์สตรีต เจี้ยนเหวิน (Wall Street CN)


