บรรยากาศการจ้างงานในเขตไห่จู นครกว่างโจว โดยเฉพาะในย่านที่ถูกขนานนามว่า "หมู่บ้านเย็บผ้า" อย่างคังเล่อและลู่เจียง กำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานอย่างหนักในช่วงหลังเทศกาลตรุษจีน จนเกิดภาพเจ้าของโรงงานจำนวนมากต้องมายืนถือชุดตัวอย่างและป้ายประกาศรับสมัครงานเพื่อรอให้แรงงานมาเลือกเข้าทำงาน
นางสวี่ เจ้าของโรงงานเย็บผ้าชาวมณฑลหูเป่ย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงหลังตรุษจีนการแย่งชิงตัวคนงานเป็นไปอย่างดุเดือดเหมือนการทำสงคราม แม้จะเสนอค่าจ้างสูงถึงวันละ 500-600 หยวน (ประมาณ 2,400-2,880 บาท) แต่แรงงานส่วนใหญ่ยังคงเลือกงานที่ทำง่ายและมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน ขณะที่โรงงานต้องการช่างฝีมือที่มีความชำนาญสูงเพื่อเร่งผลิตออเดอร์เสื้อผ้าแฟชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่ลูกค้าต้องการสินค้าในเวลาอันรวดเร็ว
ตลาดจ้างงานแห่งใหม่ในคังเล่อซึ่งสร้างเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 มีพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร และมีผู้คนหมุนเวียนเข้ามามองหางานเฉลี่ยวันละ 20,000 คน อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนช่างฝีมือยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มช่างที่สามารถทำได้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเย็บแขนไปจนถึงการเก็บรายละเอียดสุดท้าย ซึ่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ช่างฝีมือเหล่านี้อาจทำรายได้สูงกว่า 15,000 หยวน (ประมาณ 72,000 บาท) ต่อเดือน
สาเหตุหลักที่ทำให้แรงงานใน "หมู่บ้านเย็บผ้า" ขาดแคลนเกิดจากโมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนไป โดยปัจจุบันตลาดเน้นการสั่งซื้อจำนวนน้อยแต่ต้องการสินค้าเร็ว เพื่อรองรับการขายผ่านไลฟ์สด ทำให้โรงงานต้องเร่งผลิตและต้องการแรงงานชั่วคราวจำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆ
นอกจากนี้ แรงงานฝีมือส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่นิยมทำงานในอุตสาหกรรมนี้เนื่องจากมีสภาพการทำงานที่หนัก ในขณะที่โรงงานหลายแห่งเริ่มย้ายออกจากเขตเมืองไปยังพื้นที่อื่นหรือย้ายกลับภูมิลำเนา ทำให้จำนวนแรงงานในพื้นที่เดิมลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดอุปโภคบริโภคในจีน ที่พฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนไปสู่ความรวดเร็วและหลากหลาย ส่งผลให้ภาคการผลิตต้องปรับตัวอย่างหนักท่ามกลางต้นทุนแรงงานที่พุ่งสูงขึ้น
ที่มา: จี๋มู่ นิวส์


