เกิดการคาดเดากันไปต่าง ๆ อีกครั้งบนเกาะไต้หวัน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ว่า ไต้หวันอาจถูกสหรัฐฯ ทอดทิ้ง ทำให้พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลกระอักกระอ่วนใจ
โกลบอลไทมส์สื่อทางการจีนรายงานว่า การคาดเดานี้ถูกจุดติด หลังจากเดอะฮิลล์สื่อเมกาเสนอข่าวเมื่อวันอาทิตย์ ( 22 ก.พ.) ว่า แผนการขายอาวุธครั้งใหญ่ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้ไต้หวันกลายเป็นเรื่องไม่แน่นอนเสียแล้ว เพราะมาวันนี้มันสวนทางกับทรัมป์ที่ปรารถนาบรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนระหว่างการเยือนจีนในวันที่ 31 มีนาคม - 2 เมษายนนี้
ตอกย้ำด้วยรายงานของวอลล์สตรีตเจอร์นัลเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังจากทำเนียบขาวไม่ตอบคำถามที่ว่าการขายอาวุธอยู่ในภาวะชะงักงันเนื่องจากแรงกดดันจาประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
ไลล์ โกลด์สไตน์ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียของสถาบันดีเฟนส์ ไพรออริตี้ส์ ( Defense Priorities) ระบุกับเดอะฮิลล์ว่า การขายอาวุธน่าจะประกาศ ภายหลังทรัมป์เสร็จสิ้นการเยือนจีนและน่าจะลดการขายอาวุธขั้นสูงให้อีกด้วย เช่น ระบบยิงจรวดปืนใหญ่เคลื่อนที่เร็ว (HIMARS) และระบบปืนใหญ่เอ็ม109 พาลาดิน ( M109 Paladin) เพราะในการประชุมสุดยอดผู้นำจีนอาจขอคำมั่นจากสหรัฐฯ ว่าจะไม่ติดตั้งระบบขีปนาวุธอันตรายใกล้ชายฝั่งจีน
รายงานของสื่อเมกาทำให้สื่อเกาะมังกรน้อยข้องใจพันธสัญญาของสหรัฐฯ ที่มีต่อดินแดนของตน เนื่องจากหลักการรับรองทั้งหกประการ ( The Six Assurances) ซึ่งสหรัฐฯกำหนดขึ้นในปี 1982 ห้ามไม่ให้สหรัฐฯ ปรึกษาหารือกับปักกิ่งเกี่ยวกับการขายอาวุธให้ไต้หวัน
แม้แต่ฟอร์โมซาสื่อที่ก่อตั้งโดยคนจากพรรค DPP ยังระบุในบทความแสดงความคิดเห็นเมื่อวันจันทร์ ( 23 ก.พ.) ว่า ถึงแม้เป็นข้อสังเกตเพียงเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะทำให้ไต้หวันหวั่นไหว
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ยูไนเต็ดเดลี่นิวส์เมื่อวันอาทิตย์ ( 22 ก.พ.) หวง ไคว่ ปั๋ว ( Huang, Kwei-Bo ) อาจารย์ประจำภาควิชาการทูต มหาวิทยาลัยแห่งชาติเจิ้งจื้อชี้ว่า ในแผนงานยุทธศาสตร์ชาติโดยรวมของสหรัฐฯ เกาะไต้หวันยังคงมีความสำคัญ แต่โอกาสที่สหรัฐฯจะหาสิ่งอื่นมาทดแทนไต้หวันก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่นั้นมีความสามารถในการต่อต้านหรือตอบโต้สหรัฐฯ ทำให้วอชิงตันต้องมองจีนในแง่มุมใหม่ ๆ
บทความของหวัง คุนอี้ ประธานสมาคมศึกษาด้านยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศของไต้หวันในซีทีไอนิวส์ชี้ว่า ต้นทุนในการปกป้องไต้หวันของสหรัฐฯ สูงขึ้นทุกที เนื่องจากความแข็งแกร่งด้านการป้องกันประเทศและเศรษฐกิจของจีนเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เขาตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนเจ้าหน้าที่พรรค DPP ส่งข้อความเรียกร้องบ่อยที่สุดให้สังคมไต้หวันหยุดคาดเดาไปต่าง ๆ เช่น "สหรัฐฯ จะละทิ้งเกาะไต้หวัน"
"รัฐบาลพรรค DPP ไม่ควรตั้งคำถามรึว่า จริง ๆ แล้วสหรัฐฯเป็นพันธมิตรตัวจริงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือไม่?"หวังกระทุ้งพรรค DPP ซึ่งนำผลประโยชน์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของไต้หวันทั้งหมดไปผูกติดกับสหรัฐฯ แต่ตอนนี้กลับเผชิญกับข่าวที่ว่าแม้แต่การขายอาวุธให้ไต้หวันก็อาจต้องมีการพิจารณาใหม่
เดอะ ฮิลล์ระบุว่า แม้ทรัมป์ไม่ละทิ้งการสนับสนุนไต้หวัน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในระดับพิเศษกับการรักษาเสถียรภาพความสัมพันธ์กับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการค้า
ในความเห็นของซ่ง จงผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการทหารของจีน การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างชาติมหาอำนาจทั้งสองหลีกเลี่ยงประเด็นไต้หวันไม่ได้ การขายอาวุธให้ไต้หวันอาจถูกใช้เป็นเครื่องต่อรองในการเจรจาการค้าระหว่างกัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การขายอาวุธไม่อาจเปลี่ยนแปลงความได้เปรียบทางทหารของจีนแผ่นดินใหญ่ได้ และไม่อาจเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่าเกาะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
ที่มา : โกลบอลไทมส์


