หลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนทหารของจีนในปัจจุบันไม่เน้นการพัฒนาทักษะของทหารเท่าที่ควรจะเป็นในการสื่อสารบนเวทีระหว่างประเทศ เช่น ปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ การฝึกร่วมนานาชาติ หรือการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีการประชุมเกี่ยวกับกฎระเบียบสากล
นี่คือเหตุผลที่รศ. หลี่ เยี่ยน รศ.ไต้ ซือซื่อ และรศ. จาง หย่งแห่งโรงเรียนฝึกอบรมระบบเตือนภัยล่วงหน้าของกองทัพอากาศจีน ออกมาเรียกร้องให้มีการปรับปรุงหลักสูตรการสอน โดยเขียนบทความ ตีพิมพ์ในวารสารชื่อว่า ทหารผสานพลเรือนในจีน ( Military-to-Civilian in China) ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ วารสารฉบับนี้มีสำนักงานบริหารวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศเป็นผู้บริหาร
อาจารย์อาวุโสทั้งสามระบุว่า ว่า การสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนทหารของจีนนั้นล้าสมัยและขาดความสมดุล เน้นคำศัพท์ ไวยากรณ์ การอ่านและเขียนมากจนเกินไป แต่ขาดการฝึกฝนด้านการฟัง การพูด และการแปล ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของหลักสูตร โดยชั้นเรียนภาษาอังกฤษของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนมีลักษณะการสอนแบบ "ครูพูดและนักเรียนฟัง" และยังพบว่าในหลักสูตรของโรงเรียนนายทหารแห่งหนึ่ง การอ่านเอกสารมีสัดส่วนถึงร้อยละ 60 ของเนื้อหา
ดังนั้น เมื่อเรียนจบออกไป ผู้สำเร็จการศึกษาจะสามารถเข้าใจตำราการทหารภาษาอังกฤษและศัพท์เทคนิคได้ก็จริง แต่ไม่สามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่ว เขียนรายงานทางยุทธวิธีในระดับมาตรฐานหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องเชิงเทคนิคไม่ได้
การสำรวจติดตามผลพบว่า นักเรียนร้อยละ 70 สามารถเข้าใจศัพท์ทางการทหารที่พบในตำราเรียนได้ แต่ในการจำลองการสนทนาเกี่ยวกับการซื้อยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ ปรากฏว่ามีเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่สามารถอธิบายความต้องการของตนเองทางด้านเทคนิคได้
อาจารย์อาวุโสทั้งสามเรียกร้องให้สรรหาผู้สอนภาษาอังกฤษมืออาชีพที่มีทั้งทักษะทางภาษาและพื้นฐานความรู้ที่ดีในเรื่องเกี่ยวกับการทหาร โดยย้ำว่า ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อกองทัพปลดแอกประชาชนจีนขยายบทบาทไปทั่วโลก เช่น ภารกิจคุ้มกันทางทะเลในอ่าวเอเดน ซึ่งลูกเรือชาวจีนต้องใช้ภาษาอังกฤษในการประสานงานเส้นทางและหารือเรื่องความปลอดภัยกับกองทัพเรืออื่นๆ
นอกจากนั้น การขายอาวุธระหว่างประเทศยังจำเป็นต้องอาศัยทักษะภาษาอังกฤษอย่างมากด้วย เช่น เทคโนโลยีโดรน ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพอาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการ เนื่องจากทีมงานด้านเทคนิคต้องแปลความหมายตัวชี้วัดประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำและตอบคำถามทางเทคนิคของลูกค้าได้นั่นเอง
ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์


