xs
xsm
sm
md
lg

ลูกจ้างห่อเหี่ยว ! บริษัทแดนมังกรลดการจ่ายโบนัสสิ้นปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้คนเดินเที่ยวเล่นในเขตเดอะบันด์ นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 - ภาพ : Shutterstock
ครั้งหนึ่งการจ่ายโบนัสสิ้นปีกันอย่างอู้ฟู่ของบริษัทในประเทศจีนเคยเป็นจุดเด่นของการเฉลิมฉลองตรุษจีน ทว่ามาถึงรอบการจ่ายโบนัสสิ้นปี 2568 บรรยากาศกลับดูเงียบเหงาวังเวง ไม่มีการโพสต์อวดโบนัสก้อนโตในสื่อสังคมออนไลน์อย่างเมื่อไม่กี่ปีก่อน ซึ่งภาคเทคโนโลยีและอสังหาริมทรัพย์บนแดนมังกรกำลังเฟื่องฟู
 
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพวกลูกจ้างได้รับโบนัสน้อยลงกว่าเดิมนั่นเอง อันเป็นผลพวงจากอัตรากำไรของบริษัทลดลงในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอการเติบโตและความไม่แน่นอนภายนอกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยหลายบริษัทถึงกับห้ามพนักงานพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับโบนัสในที่สาธารณะกันเลยทีเดียว


ข้อมูลในรายงานแนวโน้มตลาดปี 2569 ของรันด์สตัด ( Randstad ) ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ สัญชาติดัตช์ระบุว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 26 ไม่ได้รับโบนัสสิ้นปี 2568 ในขณะที่เกือบครึ่งหนึ่งได้รับเงินโบนัสเท่ากับเงินเดือนหนึ่งถึงสองเดือน โดยอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ได้จำกัดหรือระงับการจ่ายโบนัส ยกเว้นบริษัทในภาคส่วนซึ่งมีการเติบโตสูง เช่น บริษัทด้านเอไอและอินเทอร์เน็ต
 
ผลการสำรวจในปี 2567 โดยฟีนิกซ์ วีกลี่ ( Phoenix Weekly ) พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ที่คาดว่าตนจะได้รับโบนัส ลดลงอย่างมากจากในปี 2566 ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามที่คาดหวังเช่นนั้นมีมากถึงร้อยละ 80
 
การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจ่ายโบนัสยังสอดคล้องกับแรงกดดันด้านค่าจ้าง โดยรายงานของเจ้าผิน (Zhaopin) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจ้างงานชี้ให้เห็นว่า ในปี 2566 พนักงานออฟฟิศที่มั่นใจว่าจะได้รับโบนัสมีจำนวนลดลงจากเมื่อปี 2565 และค่าจ้างที่พวกเขาคาดหวังจะได้รับก็ลดลงโดยเฉลี่ยเหลือ 6,950 หยวน ซึ่งน้อยกว่าเมื่อปี 2565 จำนวน1,478 หยวน ส่วนบริษัทในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงยานยนต์และการเงิน ยังให้โบนัสและค่าจ้างอย่างใจดีอยู่ แต่ก็มีการพิจารณาผลงานและบทบาทเชิงกลยุทธ์ประกอบมากขึ้นด้วย


นอกจากนั้น ในระดับภูมิภาคการจ่ายโบนัสยังมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่ โดยปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น มีรายงานการจ่ายโบนัสเฉลี่ยสูงที่สุด (10,298–10,070 หยวน) อย่างไรก็ตาม ช่องว่างระหว่างเพศแม้ว่าจะแคบลงแล้ว แต่ก็ยังคงมีอยู่ โดยพนักงานชายได้รับโบนัสจำนวน 7,493 หยวน พนักงานหญิงได้ 6,476 หยวนในปี 2566
 
นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่า การลดโบนัสและค่าจ้างอาจมีความเสี่ยงที่จะไปเพิ่มแรงกดดันด้านภาวะเงินฝืด เนื่องจากภาคครัวเรือนของจีนให้ความสำคัญกับการออมมากกว่าการใช้จ่าย ด้วยการเติบโตของรายได้สุทธิหลังหักภาษี (5.8% นับตั้งแต่ต้นปี 2024) ที่แทบจะไม่แซงหน้าจีดีพี นักวิเคราะห์จึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รายได้จะต้องเติบโตแข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มีการบริโภคเป็นปัจจัยขับเคลื่อน


แนวโน้มของโบนัสและค่าจ้างดังกล่าวเป็นสิ่งตอกย้ำถึงการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานจีน ซึ่งนับจากนี้บรรดาบริษัททั้งหลายจะเน้นการใช้มาตรการลดต้นทุนและการมองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง เพื่อรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย


ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์