หลังจากได้แรงเชียร์จากโพสต์มากมายในสื่อสังคมออนไลน์เมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับผลดีของการไปรักษาผิวพรรณที่เกาหลีใต้ ก็เลยอยากไปลองดูเองบ้าง
“ หลู่ เซียว” หญิงชาวจีน วัย 40 ปีในกรุงปักกิ่ง ตัดสินใจไปยกกระชับใบหน้าที่เกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะอยากให้ตนเองดูดีที่สุด เมื่อฉลองวันตรุษจีนพร้อมหน้ากับครอบครัว
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ หลู่บินไปเกาหลีใต้ 3 วัน โดยเลือกคลินิกแห่งหนึ่งย่านเมียงดงในกรุงโซลเพื่อยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง ( Thermage)และคลื่นอัลตราซาวนด์ ลบเลือนริ้วรอยแห่งวัยและเพิ่มความกระชับของผิว
ขณะนี้จีนมีการใช้จ่ายโดยรวมของผู้บริโภคภายในประเทศอยู่ในระดับต่ำก็จริง แต่ผู้บริโภคชาวจีน ที่เดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อใช้บริการดูแลด้านความงามกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกที
หลู่ให้เหตุผลว่า คลินิกบางแห่งในจีนอาจใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ไม่ได้รับการรับรอง นอกจากนั้น เกาหลีใต้มีการแข่งขันกันด้านราคามากกว่า โดยหลู่ใช้เงินในการยกกระชับผิวประมาณ 10,000 หยวน ( ราว 44,900 บาท ) ถูกกว่าที่จีนประมาณ 40 %
กระแสความนิยม K-beauty ในจีนพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเห็นได้จากว่า ในจำนวนผู้ป่วยชาวจีนที่เดินทางมารักษาตัวในเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้น 132 % ในปี 2567 มากเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่นนั้น เมื่อดูจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจะพบว่าเป็นการรักษาทางด้านผิวหนังถึง 57.5 % ตามข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของเกาหลีใต้และข้อมูลสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งเกาหลีเมื่อเดือนธันวาคม
แม้ทางการยังไม่เผยแพร่ข้อมูลของปี 2568 แต่คนในแวดวงอุตสาหกรรมความงามของเกาหลีใต้ยืนยันว่าชาวจีนมารับบริการเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในปีที่แล้ว ซึ่งมีการแนะนำกันปากต่อปากและเมื่อรักษาได้ผลก็จะกลับมารักษาอีก นอกจากนั้น เหตุผลอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผิวกันมากขึ้น ขณะที่ K-beauty เป็นกระแสนิยมไปทั่วโลก
คลินิกผิวหนังของเกาหลีใต้หลายแห่งกำลังเล็งลูกค้าชาวจีนและมีวิธีดึงดูดใจ เช่น เปิดช่องทางให้คำปรึกษาบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของจีนและให้บริการแปลภาษาสำหรับผู้เข้ามาปรึกษา บางคลินิกให้อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีนช่วยโฆษณา
แคธี่ อู๋ นักศึกษาชาวจีน วัย 23 ปี ซึ่งกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยของเกาหลีใต้เผยว่า เมื่อปลายปี 2567 คลินิกผิวหนังแห่งหนึ่งขอบันทึกวิดีโอการรักษาทางด้านผิวหนังแก่เธอ แลกกับการรักษาฟรี โดยเป็นถ่ายทำบรรยากาศภายในคลินิก การพูดคุยสื่อสารระหว่างอู๋กับศัลยแพทย์ ขั้นตอนการรักษาและผลที่ได้
รายงานของบริษัทที่ปรึกษา อลิกซ์ พาร์ตเนอร์ส ( AlixPartners ) ซึ่งอ้างอิงการสำรวจความตั้งใจในการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลกในปี 2569 ระบุว่า ผู้บริโภชาวจีนไม่เพียงแต่ลดการใช้จ่ายลงเท่านั้น แต่ยังประเมินลำดับความสำคัญของสินค้าและบริการต่างๆ ใหม่อีกด้วย โดยผลสำรวจ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคมพบว่า ผู้บริโภคชาวจีนลังเลที่จะเพิ่มการใช้จ่ายในปี 2569 ไปกับการรับประทานอาหารนอกบ้าน แต่สำหรับการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพแล้วเต็มใจอย่างยิ่ง
สอดคล้องกับรายงานชิ้นหนึ่ง โดยบริษัทที่ปรึกษา โรแลนด์ เบเกอร์ ( Roland Berger) และเหม่ยถวน ( Meituan ) แพลตฟอร์มจัดส่งสินค้าตามคำสั่งของจีน ซึ่งสะท้อนว่า ผู้บริโภคชาวจีนแสวงหาความงามที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือย
ที่มา : The Korea Times


