เมื่อตรุษจีนกลายเป็นความหนักใจของคนโสด เพราะแทนที่จะมีความสุขที่ได้ใช้เวลากับครอบครัว กลับต้องเจอแรงกดดันและคำถามสารพัด ทำเอาคนรุ่นใหม่กลัวการกลับบ้าน เช่นเดียวกับชายแซ่เฉิน วัย 30 ปี จากเมืองหวายอัน มณฑลเจียงซู ที่รู้สึกว่าบ้านใช่พื้นที่ปลอดภัย และทำให้เขากลายเป็นซึมเศร้าเลยทีเดียว
ตามรายงาน เฉินเป็นคนเก็บตัวและพูดคุยไม่เก่ง เลยถูกพ่อแม่ตำหนิอยู่เป็นประจำว่าเพราะเป็นแบบนี้เขาถึงไม่มีแฟนสักที ซึ่งพอโดนเข้าบ่อยๆ เขาก็เลยมีอาการซึมเศร้า
ยิ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่ต้องพบปะญาติๆ ก็จะต้องเผชิญกับคำถามมากมาย ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องการหาคู่ครองและเรื่องแต่งงาน โดยเฉินบอกว่า มันทำให้เขารู้สึกกลัวและเริ่มไม่อยากกลับบ้าน
"ตรุษจีนใกล้เข้ามาแล้ว แค่คิดว่ากลับบ้านแล้วจะต้องถูกกดดันเรื่องแต่งงาน ทั้งยังถูกคาดคั้นว่าทำไมถึงไม่แต่งงานสักที ทำไมยังหาแฟนไม่ได้ ก็รู้สึกไม่กล้าที่จะกลับบ้าน"
หลังเรื่องราวของเฉินถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเห็นอกเห็นใจเขา พร้อมคอมเมนต์ เช่น "รีบให้แต่งงานอยู่นั่นแหละ อยู่เป็นโสดไม่ดีตรงไหนกัน?" "พ่อแม่นี่ก็จริงๆ เลย ควรเข้าใจความคิดของคนหนุ่มสาวบ้างนะ" "คะยั้นคะยอให้คนแต่งงานมันจะมีประโยชน์อะไร?" และ "ไม่กี่วันก่อน ฉันก็เพิ่งทะเลาะกับพ่อเรื่องนี้มา อึดอัดใจมาก"
ทั้งนี้ นักจิตวิทยาระบุว่า ความจริงแล้วการที่พ่อแม่กดดันให้ลูกรีบเร่งแต่งงานนั้น เกิดจากความรัก ความห่วงใย และความกังวลใจของพ่อแม่ อย่างไรก็ตาม ค่านิยมของคนหนุ่มสาวในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นดั่งเช่นในอดีต คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับจังหวะชีวิตของตัวเอง ดังนั้น หากเปลี่ยนจากการกดดันมาเป็นความเข้าใจ รับฟัง และสนับสนุน ก็จะทำให้มีช่วงเวลาร่วมกันในวันหยุดอย่างมีความสุข และไม่สร้างภาระทางจิตใจให้แก่กัน
ที่มา : 被父母催婚致抑郁 江苏男子不敢回家 (Oreintal Daily)


