ชายชราแซ่หลี่ จากมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) สร้างความประหลาดใจให้กับคนในท้องถิ่นเป็นอย่างมาก หลังเขาซื้อเกลือเกือบ 900 ถุงภายใน 3 เดือน อย่างไรก็ตาม เพราะกลัวว่าจะมีเหตุไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เจ้าของร้านชำจึงตัดสินใจแจ้งตำรวจ ก่อนพบกับความจริงอันน่าเศร้าใจ
ตามรายงาน หลี่อาศัยอยู่ตามลำพัง โดยเขามักจะมาซื้อเกลือที่ร้านขายของชำแทบทุกวัน วันละหลายถุง บางครั้งก็มากกว่า 10 ถุงด้วยซ้ำ
แม้จะเดินเหินไม่ค่อยไหว แต่เขาก็ยังคงยืนกรานที่จะหอบเกลือทั้งหมดกลับบ้าน พอเจ้าของร้านถามว่าเอาไปทำอะไร หลี่ก็เอาแต่พึมพำวนไปวนมาว่า "มันจืด ไม่มีรสชาติเลย ลูกชายผมชอบกินเค็ม" แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรไปมากกว่านี้
ด้วยความสงสัยและพฤติกรรมของหลี่ก็ดูผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของร้านชำจึงตัดสินใจโทร.แจ้งตำรวจ
ต่อมา ตำรวจได้บุกไปหาหลี่ที่บ้าน และพบว่าภายในห้องซึ่งมีขนาดไม่กี่สิบตารางเมตรนั้นล้วนเต็มไปด้วยถุงเกลือที่กองสูงเกือบถึงเพดาน บรรยากาศก็อบอวลไปด้วยกลิ่นเค็มๆ ภายในครัวก็เต็มไปด้วยโหลผักดอง
ด้านหลี่กำลังนั่งอยู่ที่มุมห้อง ในมือถือรูปถ่ายเก่าๆ ไว้แน่น โดยจากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าหลี่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ในระดับที่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งความจำและประสาทสัมผัสก็ถดถอยเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ หลี่ยังมีอาการสับสน ไม่สามารถแยกแยะเรื่องเวลา วันที่ หรือช่วงเวลาที่ผ่านไปได้อย่างชัดเจน ทว่าสิ่งที่เขาจดจำได้ไม่ลืม ก็คือ เรื่องราวของลูกชายของเขา
ความจริงแล้วลูกชายของหลี่ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว หลังจากที่ย้ายไปทำงานที่เมืองอื่นและแต่งงาน มีครอบครัว แม้จะเป็นอัลไซเมอร์แต่หลี่ก็ยังคงจำได้เสมอ ว่าลูกชายของเขาชอบกินผักดองที่เขาเคยทำให้กินตอนเด็กๆ ทว่าเนื่องจากอาการป่วยและความชราก็ทำให้การรับรสเสื่อมลง เขาจึงรู้สึกว่าผักดองนั้น "เค็มไม่พอ" จึงซื้อเกลือมาเพิ่มและทำผักดองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดก็มีผักดองเก็บไว้เป็นจำนวนมาก
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังลูกชายของหลี่ ซึ่งพอลูกชายของหลี่ได้เห็นสภาพบ้านที่เต็มไปด้วยเกลือ รวมทั้งผู้เป็นพ่อที่ดูเหม่อลอย เขาก็ร้องไห้ออกมา
จากคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์ ดูเหมือนว่าหลี่จะได้สติกลับคืนมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินเสียงเรียกของลูกชาย จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ห้องครัวแล้วพูดว่า "ผักดองเสร็จแล้ว เป็นของโปรดของลูกทั้งนั้นเลย"
ทั้งนี้ จากความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุมชน หลี่ก็ได้รับการจัดสรรที่อยู่ใหม่ และจะได้รับการสนับสนุนด้านต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอนาคต ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังเตือนประชาชนด้วยว่า ควรเอาใจใส่ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ที่มา : 獨居翁「3個月狂買9百包鹽」!雜貨店老闆急報案 警破門揭心碎真相


