ข้อมูลของศุลกากรจีนระบุว่า ในปี 2568 เกษตรกรชาวเวียดนามส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีนคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.17 แสนล้านบาท) ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มียอดส่งออกอยู่ที่ 2,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท)
ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นผู้นำตลาดรายใหญ่กลับมียอดส่งออกไปยังจีนคงที่อยู่ที่ระดับเกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.36 แสนล้านบาท) ส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของไทยเริ่มลดน้อยลง
นักวิเคราะห์ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว คือการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลเวียดนามและทางการจีนเพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านสุขอนามัยพืช โดยผู้ซื้อชาวจีนได้เดินทางไปให้คำแนะนำถึงแหล่งผลิตเพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า
นอกจากนี้ เวียดนามยังใช้ความได้เปรียบจากการมีพรมแดนทางบกติดกับจีนและโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่มีอยู่เดิม ทำให้ต้นทุนและระยะเวลาในการจัดส่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เหงียน ถัญ จุง (Nguyen Thanh Trung) นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟูลไบรท์ เวียดนาม ให้ความเห็นว่า เวียดนามมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาแซงหน้าประเทศไทยได้ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยปัจจุบันความต้องการทุเรียนในตลาดจีนนั้นสูงมาก เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงและมักถูกใช้เป็นของขวัญในพิธีสำคัญต่าง ๆ เช่น งานแต่งงาน โดยทุเรียนน้ำหนัก 6 กิโลกรัมเพียงลูกเดียว อาจมีราคาสูงถึง 200 หยวน (ประมาณ 950 บาท) ในตลาดจีน
ที่มา: กลุ่มสื่อต่างประเทศ


