(บรรยายภาพแผนที่เครือข่ายเส้นทางรถไฟแพนเอเชีย) “ความฝันจีน”: จีนผลักดันเครือข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าความเร็วสูง “แพนเอเชีย” ภายใต้ความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง มากว่าสิบปี ซึ่งประกอบด้วยเส้นทางสายตะวันออก (จากคุนหมิงไปยังเวียดนาม), เส้นทางสายกลาง (จากคุนหมิง ไปลาว -ไทย และไปต่อกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมาเลเซีย-สิงคโปร์) และเส้นทางสายตะวันตก (จากคุนหมิงไปเมียนมา)
โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล
โครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีนกลายเป็นกระแสข่าวอีกครั้งหนึ่งจากกรณีเครนก่อสร้างที่เกิดอุบัติเหตุตกลงมาทับขบวนรถไฟที่กำลังแล่นผ่านอยู่ด้านล่าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บถึงร้อยกว่าราย สร้างความเสียหายที่ประเมินค่ามิได้ ก่อนอื่นผู้เขียนขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับความเสียหายและผลกระทบทั้งหมด อุบัติเหตุฯที่เกิดขึ้นนี้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้ความเห็นค่อนข้างตรงกันว่าเกิดจากความประมาทและความสะเพร่าของผู้รับเหมา แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่าสาเหตุว่าที่เครนตกลงมานั้นเป็นเพราะอะไร มีหลายกระแสมุ่งเป้าไปที่เรื่องของ “การคอรัปชัน” ที่ทำให้งานก่อสร้างโครงการต่างๆของรัฐบาลต้องลดสเปกจนไม่ได้มาตรฐานถึงระดับที่ควรจะเป็น คล้ายๆกับกรณีโศกนาฎกรรมตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือสตง. ที่ถล่มพังลงมาระหว่างเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ในฐานะโครงการเชิงสัญลักษณ์การร่วมมือระหว่างรัฐบาลสองประเทศภายใต้ข้อริเริ่ม “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ของจีน โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อเมืองคุนหมิงในมณฑลยูนนานของจีนกับกรุงเทพมหานครของไทย โดยจะก่อให้เกิดเส้นทางคมนาคมระหว่างประเทศที่พาดผ่านคาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางลงอย่างมากเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในกระบวนการผลักดันโครงการกลับต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายประการ ตั้งแต่ข้อพิพาทด้านเงินทุน ความเห็นต่างด้านมาตรฐานทางเทคนิค ไปจนถึงการแข่งขันและการถ่วงดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ทุกขั้นตอนของโครงการเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศและศักยภาพด้านการบูรณาการในด้านอื่นๆระดับภูมิภาค ไทยในฐานะเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับต้นๆของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีทรัพยากรต่างๆที่สมบูรณ์ทั้งด้านสินค้าเกษตรและตลาดการท่องเที่ยว ขณะที่จีนมีศักยภาพสูงด้านการผลิต ภาคอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จีนเองยังมีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ดังนั้นการร่วมมือไทยและจีนในโครงการนี้เป็นลักษณะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การเชื่อมต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงจะเอื้อให้ทั้งสองประเทศสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันได้
ในเชิงของรูปธรรม โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภาคอีสานของไทย ตามการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่มีการประเมินผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการฯพบว่า หากรถไฟไทยจีนเปิดใช้ อัตราการเติบโตของ GDP ของภาคอีสานอาจเพิ่มขึ้นราว 2–3% และสามารถสร้างตำแหน่งงานใหม่ได้ประมาณ 80,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้การเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงยังจะส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างจีน ลาว และไทย ซึ่งจะช่วยผลักดันการบูรณาการทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้
ต้องยอมรับความจริงที่ว่า เทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของจีนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในด้านความรวดเร็วในการก่อสร้าง ต้นทุนที่ต่ำ และมีเสถียรภาพในการดำเนินงาน ดังนั้นในกรอบความร่วมมือโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนจึงเลือกใช้มาตรฐานเทคโนโลยีของจีน โดยมีลักษณะไทยสร้างเอง จีนคุมงาน ต่างจากโครงการรถไฟจีนลาว ที่จีนสร้างเองคุมงานเอง ใช้เวลาสร้างเพียง 5 ปีจนปัจจุบันได้เปิดใช้งานจริงมาหลายปีแล้ว
จีนจึงมองว่าความสำเร็จของรถไฟจีนลาวจะให้บทเรียนอันมีคุณค่าสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงต่อจากลาวมาไทย ดังนั้นจีนจึงมีความคาดหวังโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้มาก เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนไม่ได้เป็นเพียงโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่ยังเป็นหมากสำคัญในกระดานการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของจีน การผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงฯสำเร็จ จะช่วยให้จีนสามารถขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างแท้จริง ขณะเดียวกันจะทำให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสำคัญในการเชื่อมโยงจีนเข้ากับประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจจะเสริมบทบาทและสถานะของไทยในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคให้โดดเด่นมากขึ้น
ที่ผ่านมาปัญหาด้านเงินทุนถือเป็นอุปสรรคสำคัญอันดับแรกที่โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน สื่อจีนระบุว่าฝ่ายไทยคาดหวังให้ฝ่ายจีนมีสัดส่วนการลงทุนในบริษัทร่วมทุนร้อยละ 60 และให้สิทธิประโยชน์ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระดับที่ต่ำ ขณะที่ฝ่ายจีนเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม และยืนยันหลักการแบ่งปันค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอย่างเป็นธรรม ความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นดังกล่าวทำให้การจัดหาเงินทุนของโครงการชะงักงัน ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของงานก่อสร้าง (สุดท้ายไทยเลือกลงทุนเองสร้างเอง)
โดยฝ่ายไทยก็มองว่าการก่อสร้างเส้นทางใหม่จะช่วยขยายเครือข่ายการขนส่งจากภาคใต้ของจีนสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อจีนอย่างมาก อีกทั้งไทยยังสามารถอาศัยเทคโนโลยีและพลังทางเศรษฐกิจของจีนในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้ ฝ่ายจีนเองได้เน้นย้ำหลักการประโยชน์ร่วมกัน โดยเห็นว่าจำเป็นต้องรักษาความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และความเป็นธรรมในการแบ่งภาระค่าใช้จ่าย ในช่วงเริ่มต้นความแตกต่างในมุมมองดังกล่าวทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุฉันทามติด้านการเงินได้ ส่งผลให้งานก่อสร้างโครงการถูกชะลอ
ต่อมาคือความเห็นต่างด้านมาตรฐานเทคโนโลยี สื่อจีนระบุว่าฝ่ายไทยมีท่าทีลังเลต่อเทคโนโลยีของจีน และยังเคยเสนอให้ใช้มาตรฐานของญี่ปุ่น เพราะไทยเราใช้มาตรฐานทางเทคนิคของญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน การเปลี่ยนผ่านไปสู่มาตรฐานใหม่ย่อมต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาก และก็มีการตั้งข้อสังเกตจากทางจีนว่าญี่ปุ่นยึดหลักขายเฉพาะเทคโนโลยีโดยไม่ร่วมลงทุน ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจีนเน้นรูปแบบความร่วมมือแบบร่วมลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของไทยมากกว่าจึงเป็นเหตุผลที่ไทยเลือกจีน แต่ในกระบวนการร่วมมือที่ผ่านมาความเห็นต่างด้านมาตรฐานเทคโนโลยีก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเจรจาโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนเคยถูกระงับไว้ชั่วคราว
จีนมองว่าการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญในกระบวนการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง มองที่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต่างเร่งดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานของตนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อให้เกิดสภาพการแข่งขันที่ซับซ้อน ญี่ปุ่นในฐานะประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ได้พยายามผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงญี่ปุ่น–ไทยเพื่อแข่งขันกับจีน โดยอาจมีแรงผลักดันจากสหรัฐฯอยู่เบื้องหลัง เป้าหมายหลักมิใช่เพื่อความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หากแต่เพื่อถ่วงดุลหรือสร้างอุปสรรคต่อการขยายบทบาทของจีน ดังนั้นความซับซ้อนของการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และการแทรกแซงจากภายนอกเหล่านี้ทำให้โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนต้องเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น
ด้านความผันผวนทางการเมืองของไทยถือเป็นอุปสรรคระยะยาวและสำคัญมากต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ นับตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา การเมืองไทยเผชิญผันผวนมาโดยตลอด โดยในช่วงเวลา 10 ปี มีนายกรัฐมนตรีถึง 10 คน ส่งผลให้การดำเนินนโยบายขาดความต่อเนื่อง งบประมาณมีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง และเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับโครงการก่อสร้างฯ งบประมาณของรัฐบาลไทยมีการปรับทุกปี รายงานความเป็นไปได้ของโครงการก็ต้องถูกเขียนใหม่หลายรอบ และยังมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของรัฐฯ ทำให้โครงการประสบปัญหาในด้านการเวนคืนที่ดิน ปัญหาด้านการบริหารจัดการและงานก่อสร้างหลายสัญญาที่อาจมีการคอรัปชันและไม่โปร่งใส
ความแตกต่างทางสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงระดับการยอมรับของประชาชน เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญ สังคมไทยมีทัศนคติต่อโครงการรถไฟความเร็วสูงที่แตกต่างกันอย่างมาก ประชาชนบางส่วนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น การใช้ที่ดินจำนวนมาก การเวนคืนและค่าชดเชย หรือประเด็นการก่อสร้างในช่วงของอยุธยาซึ่งมีความกังวลต่อผลกระทบถึงโบราณสถาน ต่างๆเหล่านี้ก่อให้เกิดแรงต้านจากประชาชน
แม้จะมีอุปสรรคดังกล่าว โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนยังคงมีแนวโน้มการพัฒนาในระยะยาวที่สดใส หากไทยและจีนสามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ เพราะมีหลักฐานที่มากมายบ่งชี้ว่ารถไฟความเร็วสูงคือโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสร้างการพัฒนาในพื้นที่และชุมชนได้ ที่สำคัญคือสามัญสำนึกของผู้บริหารประเทศและการปราบคอรัปชันในประเทศไทย เพื่อป้องกันปัญหาฮั๊วประมูลหรือลดสเปกการก่อสร้างจนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจากอุบัติเหตุในไซด์งานก่อสร้าง หากไม่แก้ปัญหาในบ้านที่ต้นตอ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีนอาจจะไปต่อไม่ได้หรือล้มไม่เป็นท่าหรือเลวร้ายที่สุดคือไทยเราอาจจะกลายเป็นรัฐล้มเหลวในไม่ช้า.


