แม้เผชิญสงครามการค้าที่หนักหน่วงกับสหรัฐอเมริกา แต่เศรษฐกิจจีนก็ขยายตัวได้ตามเป้าหมาย โดยมีการส่งออกที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยหนุน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากปัจจัยลบภายในประเทศหลายประการทำให้ในไตรมาสสุดท้ายเศรษฐกิจจีนมีการขยายตัวช้าที่สุดในรอบสามปี นับตั้งแต่ปลายปี 2565 เมื่อจีนเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนแถลงเมื่อวันจันทร์ ( 19 ม.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนในปี 2568 เติบโตร้อยละ 5 จากปีก่อนหน้า โดยเมื่อดูเป็นรายไตรมาสนั้น GDPไตรมาสแรกโตร้อยละ 5.4 ไตรมาสที่สองโตร้อยละ 5.2 ไตรมาสที่สามร้อยละ 4.8 และไตรมาสที่สี่โตร้อยละ 4.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567
มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อต้นปีที่แล้วส่งผลกระทบต่อการส่งออกของจีน อย่างไรก็ตาม จีนดำเนินนโยบายกระจายการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้เกินดุลการค้าเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ช่วยชดเชยความอ่อนแอในส่วนการใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของไอเอ็นจี ( ING ) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการธนาคารและบริการทางการเงินของเนเธอร์แลนด์มีคำถามที่สำคัญคือการส่งออกจะยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตนี้ได้นานแค่ไหน หากประเทศอื่นๆ เริ่มขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนกันมากขึ้นอย่างที่เม็กซิโกได้ทำไปแล้ว และสหภาพยุโรปขู่ว่าจะทำ
นักวิเคราะห์ของบริษัทจัดการสินทรัพย์ บีเอ็นพี พาริบาส ( BNP Paribas Asset Management ) มองว่า การรักษาเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการฟื้นตัว คือกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน และส่งผลให้การบริโภคของภาคครัวเรือนและการลงทุนภาคเอกชนเติบโตขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจจีนเติบโตดังที่ผู้นำจีนเน้นย้ำเรื่องการกระตุ้นความต้องการบริโภคภายในประเทศเป็นนโยบายสำคัญมาโดยตลอด แต่ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เช่น โครงการแลกเปลี่ยนรถยนต์เก่าเป็นรถยนต์ประหยัดพลังงานรุ่นใหม่กว่า ซึ่งเริ่มซบเซาลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
การเติบโตที่ไม่สมดุลระหว่างภาคการส่งออกกับความต้องการบริโภคภายในประเทศเป็นสิ่งที่นักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์หลายคนกังวล แต่ก็ยังมองว่าภาคบริการเป็น "จุดที่สดใส" ในขณะที่รัฐบาลจีนพยายามพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังเข้าสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปีฉบับใหม่
นายคัง อี้ หัวหน้าสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า แม้เศรษฐกิจของจีนจะเผชิญกับแรงกดดันหลายด้าน แต่ก็ยังคง "เติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2568 " และมี "พื้นฐานแข็งแกร่ง" ในการรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ
ทั้งนี้ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2568 สวนทางกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์บางส่วน เช่น สถาบันวิจัยโรเดียมกรุ๊ป (Rhodium Group) คาดการณ์เมื่อเดือนที่แล้วว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตเพียงร้อยละ 2.5 - ร้อยละ 3 ในปี2568
ที่มา : เอพี / เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์


