xs
xsm
sm
md
lg

New China Insights: ยุคเอไอ: ความล้ำหน้าของหุ่นยนต์ กับอาชีพของคนจีนยุคใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


การประกอบรถยนต์ เป็นหนึ่งในภาคที่มีอัตราการใช้หุ่นยนต์เข้ามาแทนที่แรงงานคนค่อนข้างสูง (ภาพจากสื่อจีน)
โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล


ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และการพัฒนาหุ่นยนต์กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและรูปแบบการทำงานของผู้คนแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปัจจุบันหลายภาคผลิตเริ่มใช้สายการผลิตแบบอัตโนมัติที่ใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานมากขึ้น ระบบบริการลูกค้าที่ใช้เอไอหรือแม้กระทั่งรถยนต์หรือ แท็กซี่ไร้คนขับ กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ ไปจนถึงระบบช่วยวินิจฉัยทางการแพทย์ด้วย เอไอ เทคโนโลยีสมัยใหม่กำลังแทรกซึมเข้าสู่หลากหลายอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเหล่านี้ คำถามที่ได้รับความสนใจและการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้คือ “เอไอ และหุ่นยนต์จะสร้างภัยคุกคามต่อมนุษย์หรือไม่และอย่างไร” โดยเฉพาะผลกระทบต่อตลาดแรงงาน

สำหรับจีนเองนับเป็นประเทศที่มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในหลายๆด้าน ทำให้คนหนุ่มสาวจีนยุคใหม่มีความกังวลกันอยู่ไม่น้อยถึงเรื่องการตกงาน (ขณะที่การหางานใหม่ก็ยากกว่าแต่ก่อน) เมื่อเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน เส้นทางอาชีพในอนาคตของผู้คนจะเป็นอย่างไร ภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาเอไอ และหุ่นยนต์ต่อมนุษย์ กำลังจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในไม่ช้า ผู้เขียนมองว่าไม่ใช่แค่จีน แต่คนทุกประเทศทั่วโลกน่าจะได้รับผลกระทบกันไม่มากก็น้อย

ตำแหน่งงานที่เคยใช้แรงงานมนุษย์แบบเข้มข้น เช่น ในภาคการผลิตรถยนต์ได้ใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมเข้ามาแทนที่แรงงานจำนวนมาก ทำให้โรงงานหลายแห่งสามารถดำเนินการผลิตในรูปแบบไร้คนได้ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางแห่งได้นำหุ่นยนต์อัจฉริยะมาใช้ ส่งผลให้จำนวนแรงงานในสายการประกอบลดลงอย่างมากและทำให้ประสิทธิภาพการผลิตกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างถนัด ในภาคบริการที่ใช้ระบบบริการลูกค้าอัจฉริยะสามารถให้บริการตอบคำถามลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง สามารถทดแทนตำแหน่งพนักงานบริการลูกค้าบางส่วนได้ นอกจากนี้ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ปัจจุบันเครื่องชำระเงินอัตโนมัติในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น ทำให้ลดความต้องการพนักงานแคชเชียร์ลง งานวิจัยบางชิ้นคาดการณ์ว่า เมื่อเทคโนโลยีเอไอพัฒนาไปมากยิ่งขึ้นกว่านี้ ตำแหน่งงานจำนวนมากอาจถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติโดยเฉพาะงานที่มีลักษณะซ้ำซากและมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน

ความกังวลเรื่องภัยคุกคามของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ต่อตำแหน่งงานในอนาคต กำลังเป็นกระแสถกเถียงตามสื่อโซเชียบมีเดียในจีน  (ภาพจาก เวยปั๋ว)
ทักษะการทำงานแบบดั้งเดิมอาจไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการทำงานรูปแบบใหม่อีกต่อไป ส่งผลให้แรงงานต้องเผชิญกับ “ช่องว่างด้านทักษะ” เช่น ในภาคการผลิต เดิมทีคนงานอาศัยทักษะหรือความชำนาญในปฏิบัติงาน แต่ในปัจจุบันกลับจำเป็นต้องมีความรู้ด้านอื่นๆด้วย เพื่อทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ สำหรับแรงงานที่ขาดการฝึกอบรมด้านทักษะที่เกี่ยวข้อง การเปลี่ยนผ่านทางอาชีพจึงกลายเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง ตัวอย่างใกล้ตัวของผู้เขียนเช่น การทำ Presentation ทุกวันนี้เราจะหยุดอยู่แค่ Microsoft Powerpoint ไม่ได้อีกต่อไป แต่มีการใช้ เอไออย่างในโปรแกรม Canva หรืออื่นๆเข้ามา นักศึกษาในยุคใหม่ก็แทบไม่มีใครใช้ Microsoft Powerpoint กันอีกแล้ว ตรงนี้คนที่ทำงานออฟฟิศก็ต้องปรับตัวด้วยเช่นกัน

สำหรับคนจีนยุคใหม่ที่เริ่มทำงานประกอบอาชีพ ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านการปรับเปลี่ยนอาชีพอย่างมาก หากไม่ได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับยุคเอไอและหุ่นยนต์ตั้งแต่ช่วงเรียนอยู่ในสถาบันการศึกษา อาจตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบในการแข่งขันในตลาดแรงงานปัจจุบันและในอนาคต

การพัฒนาด้านเอไอ และหุ่นยนต์ยังมีภัยคุกคามอีกด้านที่เกิดขึ้นคือ ด้านความปลอดภัยและความท้าทายด้านจริยธรรม เช่น รถยนต์ไร้คนขับควรตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน หากหุ่นยนต์อัจฉริยะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสังคม เช่น การปลอมแปลงเสียงและหน้าตาบุคคล นอกจากนี้อัลกอริทึมของระบบเอไออาจมีอคติ ให้คำตอบที่ผิดส่งผลให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรมหรือชี้แนะแนวทางที่ผิด ซึ่งประเด็นเหล่านี้ได้มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับจริยธรรมของเอไอ แต่ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะมีปัญหาและความท้าทายแฝงอยู่แต่ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้เราหนีมันไม่พ้นอีกต่อไปแล้ว

คนจีนรุ่นใหม่กับแนวโน้มอาชีพที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคตมีดังต่อไปนี้

- งานด้านการวิจัย พัฒนา และบำรุงรักษาเทคโนโลยีเอไอ และหุ่นยนต์
ในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเอไอ และหุ่นยนต์ มีความต้องการบุคลากรระดับสูงจำนวนมาก เช่น วิศวกรอัลกอริทึม ผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกหุ่นยนต์ และนักออกแบบหุ่นยนต์ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้และทักษะเฉพาะด้าน การประกอบอาชีพในสายการวิจัยและพัฒนาเอไอและหุ่นยนต์ถือเป็นทางเลือกที่มีอนาคตสดใส พวกเขาสามารถทำงานในสถาบันวิจัย บริษัทเทคโนโลยีชั้นสูง หรือสตาร์ทอัพ นอกจากนี้ เมื่อเอไอ และหุ่นยนต์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม ความต้องการบุคลากรด้านการบำรุงรักษาและการจัดการระบบก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานเหล่านี้ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคและประสบการณ์เชิงปฏิบัติ เพื่อให้สามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และรักษาเสถียรภาพของระบบ

- ด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
แม้ว่าเอไอ และหุ่นยนต์จะสามารถทำงานได้หลากหลายรูปแบบ แต่ในด้านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ งานที่ต้องอาศัยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์สูง เช่น การสร้างสรรค์งานศิลปะ การเขียนวรรณกรรม การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการวางแผนโฆษณา ยังคงเป็นบทบาทหลักของมนุษย์เช่น ในสาขาศิลปะดิจิทัล สามารถใช้เอไอ เป็นเครื่องมือช่วยในการสร้างสรรค์ แต่แนวคิดและการแสดงออกทางศิลปะขั้นสุดท้ายยังคงขึ้นอยู่กับมนุษย์

- ด้านการดูแลด้านอารมณ์และบริการทางสังคม
เอไอ และหุ่นยนต์ยังขาดอารมณ์และความเข้าอกเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่สามารถมอบการดูแลด้านจิตใจและบริการทางสังคมที่อบอุ่นและจริงใจเช่นมนุษย์ได้ เช่น ด้านการดูแลสุขภาพ การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา การศึกษาพิเศษและการดูแลผู้สูงอายุ การเลือกประกอบอาชีพในสาขาการดูแลด้านอารมณ์และบริการทางสังคมมีคุณค่าทางสังคมสูง สามารถเข้าทำงานในโรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุหรือสถานศึกษาได้

- สาขาสหวิทยาการและอาชีพแบบบูรณาการ
จากการที่ AI และหุ่นยนต์พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เส้นแบ่งระหว่างอุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มน้อยลง บุคลากรที่มีความรู้แบบสหวิทยาการและทักษะหลากหลายจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น ในวงการแพทย์ ต้องการผู้เชี่ยวชาญที่มีทั้งความรู้ทางการแพทย์และทักษะด้านเอไอ เพื่อใช้เอไอช่วยในการวินิจฉัยและรักษาโรค ในภาคการเงิน จำเป็นต้องมีบุคลากรที่เข้าใจทั้งธุรกิจการเงินและอัลกอริทึมเอไอเพื่อประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจด้านการลงทุน คนที่มีพื้นฐานความรู้ข้ามสาขา จะกลายเป็นกำลังสำคัญในแต่ละอุตสาหกรรมยุคอนาคต

ในปีที่แล้ว (2025) โรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกแห่งในกรุงปักกิ่ง เริ่มเปิด “ชั้นเรียนเอไอ” ตามนโยบายใหม่ของทางการที่ระบุให้เปิดชั้นเรียนเอไอเป็นภาควิชาบังคับ (ภาพจากสื่อจีน)
ปี 2025 ที่ผ่านมาขนาดอุตสาหกรรมด้านเอไอและหุ่นยนต์ของจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจีนมีมูลค่าตลาดมากกว่า 5.5 ล้านล้านหยวน อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 29% แต่ช่องว่างด้านบุคลากรยังมีอยู่มาก ตลาดโลกขาดแคลนบุคลากรเอไอมากกว่า 5 ล้านคน ในจีนอัตราอุปสงค์ของวิศวกรอัลกอริทึมมีอยู่เพียง 0.09% จากบุคลากรด้านวิศวกรรมทั้งหมด บุคคลกลุ่มนี้มีรายได้ต่อปีถึงหลักล้านหยวน

เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านการจ้างงานที่เกิดจากเอไอ และหุ่นยนต์ จีนพยายามพัฒนาระบบการศึกษาและการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการของยุคใหม่มากขึ้น ตั้งแต่ระดับมัธยมและระดับมหาวิทยาลัย หลายแห่งมีการปรับหลักสูตรและโครงสร้างสาขาวิชา เพิ่มรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับเอไอและหุ่นยนต์ เพื่อพัฒนาทักษะทางเทคนิคและความคิดเชิงนวัตกรรม ขณะเดียวกันภาครัฐและภาคธุรกิจก็เพิ่มการลงทุนด้านการฝึกอบรมอาชีพ เพื่อช่วยให้แรงงานสามารถยกระดับทักษะและปรับตัวต่อการเปลี่ยนอาชีพได้ แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำและโอกาสการเข้าถึงการศึกษาแบบใหม่ในจีนก็ยังคงมีอยู่


ผู้เขียนมองว่าภาครัฐจีนมีความชัดเจนในแนวทางพัฒนาเทคโนโลยี ที่ผ่านมาในแผนพัฒนาประเทศมีการออกนโยบายสนับสนุนให้เยาวชนจีนริเริ่มนวัตกรรมและสนับสนุนการประกอบธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเอไอและหุ่นยนต์ มีการสนับสนุนด้านเงินทุน สิทธิประโยชน์ทางภาษีและพื้นที่เพื่อดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการช่วยด้านการตลาด และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอีกด้วย แต่ปัจจุบันนโยบายรัฐจีนเพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านการว่างงานที่อาจเกิดจากเอไอ และหุ่นยนต์ยังไม่มีความชัดเจน เพราะฉะนั้น ณ เวลานี้ประชาชนคงต้องดิ้นรน เรียนรู้และป้องกันความเสี่ยงด้วยตัวเองไปก่อน

จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเทคโนโลยีเอไอและหุ่นยนต์นำมาซึ่งทั้งโอกาสและความท้าทาย สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะจีนหรือประเทศอื่นๆ การเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี้จำเป็นต้องปรับแผนอาชีพอย่างเหมาะสม เลือกเส้นทางอาชีพที่มีศักยภาพและความยืดหยุ่นในการปรับตัว ขณะเดียวกัน ภาครัฐภาคธุรกิจ และสังคมโดยรวมต้องเสริมสร้างการกำกับดูแลด้านจริยธรรมและความปลอดภัยของเทคโนโลยี เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการพัฒนาและบรรลุเป้าหมายการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีอย่างสันติสุข

สำหรับประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก ปัญหาการจ้างงานถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง ผลกระทบจากการทดแทนแรงงานของเอไอ และหุ่นยนต์อาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว ตรงนี้นับว่าเป็นปัญหาที่ท้าทายแก่รัฐบาลจีนอย่างยิ่งที่ต้องหาจุดสมดุลในการเติบโต หันกลับมามองไทยเราไม่รู้ว่าตลาดแรงงานเตรียมตัวกันไปถึงไหนแล้วกับภัยคุกคามใหม่จากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ได้มาถึงแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น