xs
xsm
sm
md
lg

จีนกระจายตลาดส่งออก หนุนยอดเกินดุลการค้าปี2568 พุ่งเกือบ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เรือบรรทุกสินค้ากำลังขนถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือชิงเต่าในมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 - ภาพ : ซินหัว
จีนเกินดุลการค้ากับต่างประเทศ 1.189 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามรายงานของสำนักงานศุลกากรจีน (GAC) เมื่อวันพุธ ( 14 ม.ค. ) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตลาดนอกสหรัฐอเมริกาเพื่อรับมือกับภาษีทรัมป์


ตามข้อมูลของสำนักงานศุลกากรจีนนั้น นอกเหนือจากสหรัฐฯแล้ว ตลาดส่งออกของจีนมีความหลากหลายมากขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยหันไปมุ่งเน้นตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา จีนได้สร้างความสัมพันธ์ทางการค้ากับกว่า 240 ประเทศและภูมิภาค โดยการค้ากับกว่า 190 ประเทศและภูมิภาคมีการเติบโตในเชิงบวก นโยบายดังกล่าวช่วยพยุงเศรษฐกิจจีนจากผลกระทบของมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตลอดจนความขัดแย้งทางการค้า ด้านเทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นสมัยที่2 เมื่อปีที่แล้ว

นายหวัง จวิ้น รองหัวหน้า GAC แถลงว่า ชาติคู่ค้าที่หลากหลายมากขึ้นทำให้จีนสามารถรับมือกับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก

เศรษฐกิจของจีนยังคงมีความสามารถในการแข่งขันสูงเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของผลิตภาพและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของผู้ผลิตชาวจีน อย่างไรก็ตาม การเกินดุลการค้าเป็นประวัติการณ์นี้ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอและกำลังการผลิตส่วนเกินด้วยเช่นกัน เฟรด นอยมันน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของ HSBC กล่าว

ทั้งนี้ ตัวเลขการเกินดุลการค้าของจีนดังกล่าวเทียบเท่ากับจีดีพีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจ 20 อันดับแรกของโลก โดยการเกินดุลการค้าของจีนเพิ่งทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน

ยอดการส่งออกของจีนในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 6.6% หลังจากเพิ่มขึ้น 5.9% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่ผลสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์โดยรอยเตอร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 3.0%

ยอดการนำเข้าในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 5.7% หลังจากเพิ่มขึ้น 1.9% ในเดือนพฤศจิกายน โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.9%


นาย จาง จื้อเหว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pinpoint Asset Management ชี้ว่า การส่งออกที่เติบโตแข็งแกร่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ  เมื่อประกอบกันเข้ากับตลาดหุ้นที่กำลังบูมและความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ทรงตัว เขาเชื่อว่า รัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะคงนโยบายมหภาคไว้ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างน้อยในไตรมาสแรก

ที่มา : รอยเตอร์ / โกลบอลไทมส์


กำลังโหลดความคิดเห็น