นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมวิเคราะห์ว่าตลาดการท่องเที่ยวต่างประเทศของจีนในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากนโยบายยกเว้นวีซ่าที่แพร่หลายมากขึ้นและค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่นอาจลดลงเกือบ 50% เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างปักกิ่งและโตเกียว
บริษัท ไชน่า เทรดดิ้ง เดสก์ (China Trading Desk) ซึ่งเป็นบริษัทด้านการตลาดและเทคโนโลยีการท่องเที่ยว เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่จะเดินทางออกนอกประเทศในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 165 ล้านถึง 175 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากประมาณ 155 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขนี้รวมถึงการเดินทางไปยังฮ่องกง และจุดหมายปลายทางที่ห่างไกลอย่างยุโรปและแอฟริกา
สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 3 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ ได้แก่ เกาหลีใต้ เวียดนาม และไทย ตามลำดับ เนื่องจากความสะดวกในการเดินทางและมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจำนวนมาก นอกจากนี้ ประเทศอื่นๆ อย่างรัสเซีย ซึ่งเริ่มใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าให้ชาวจีนตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา รวมถึงตุรกีที่เริ่มใช้ในเดือนนี้ และกัมพูชาที่มีแผนจะยกเว้นวีซ่าระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ก็คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
เจมส์ ชิน (James Chin) ศาสตราจารย์ด้านเอเชียศึกษาจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนียในออสเตรเลีย ระบุว่า นโยบายยกเว้นวีซ่าเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวจีน ขณะที่บริษัทนำเที่ยวในจีนเองก็เริ่มปรับตัวและนำเสนอแผนการท่องเที่ยวที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ การที่ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนที่ผ่านมา ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจท่องเที่ยว เนื่องจากทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในประเทศที่อิงกับสกุลเงินดอลลาร์นั้นถูกลง
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การท่องเที่ยวในญี่ปุ่นกลับสวนทาง โดยคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่นอาจลดลงเหลือเพียง 4.8 ล้านคนในปีนี้ จากเดิม 9.3 ล้านคนในปี 2568 ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ
ที่มา: กลุ่มสื่อจีน


