xs
xsm
sm
md
lg

จีนพบหลุมศพเก่าแก่ 3,000 ปีในส่านซี เผยเบาะแสการเมือง-สังคมยุคโบราณ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักข่าวซินหัว-- ทีมนักโบราณคดีเปิดเผยเมื่อวันอังคาร (6 ม.ค.) การค้นพบกลุ่มหลุมศพจำนวน 31 หลุม ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปเกือบ 3,000 ปี ในมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งส่งมอบหลักฐานสำคัญต่อการศึกษาพัฒนาการทางการเมืองและสังคมในยุคนั้น

หลุมศพเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของแหล่งโบราณคดีฉางชุน ในอำเภอฟู่ผิง เมืองเว่ยหนาน มณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยมีการขุดค้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 ภายใต้ความร่วมมือของสถาบันโบราณคดีมณฑลส่านซี พิพิธภัณฑ์เว่ยหนาน และสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอำเภอฟู่ผิง โดยนักโบราณคดียังพบหลุมอีก 5 หลุมที่มีซากรถม้าและม้าถูกฝังอยู่ภายใน


หลี่เยี่ยนเฟิง นักวิจัยร่วมของสถาบันฯ ระบุว่าหลุมศพเหล่านี้สามารถจำแนกออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะโครงสร้าง ซึ่งสะท้อนลำดับชั้นทางสังคมที่แตกต่างกัน โดยในจำนวนนี้หลุมศพหมายเลขเอ็ม1 (M1) และเอ็ม2 (M2) จัดอยู่ในระดับค่อนข้างสูง แต่ละหลุมมีโลงศพ 3 ชั้น

ขณะเดียวกัน มีการขุดพบโบราณวัตถุมากกว่า 300 ชิ้น รวมถึงแบบเป็นชุดหลายชุด ผลิตจากทองแดง หยก หิน เครื่องเคลือบเงา เปลือกหอย และอื่นๆ โดยโบราณวัตถุที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่ เครื่องประดับหยกลวดลายมนุษย์และมังกร ง้าวหยก และระฆังหิน ซึ่งมีความประณีตงดงาม


สำหรับหลุมศพขนาดเล็ก ใช้โลงศพเพียงชั้นเดียว และไม่มีการฝังวัตถุสัมฤทธิ์ ซึ่งนักวิจัยพบเพียงภาชนะดินเผาและเครื่องประดับจากเปลือกหอย จึงสันนิษฐานว่าเจ้าของหลุมศพอาจเป็นเพียงสามัญชน

หลี่ระบุว่าจากการเปรียบเทียบเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องสัมฤทธิ์ รวมถึงการทดสอบคาร์บอน-14 (carbon-14) กับกระดูกมนุษย์ในหลุมศพเอ็ม1 และเอ็ม2 นักโบราณคดีสรุปได้ว่าสิ่งของที่หลงเหลือในพื้นที่ขุดค้นนี้มีอายุอยู่ในช่วงกลางถึงปลายสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก (1046-771 ปีก่อนคริสต์ศักราช) โดยเจ้าของหลุมศพเอ็ม2 เป็นเพศชาย และคาดว่าเป็นผู้นำของชุมชน ส่วนหลุมศพเอ็ม1 เป็นที่ฝังศพของภรรยาของเขา


หลี่เปิดเผยว่าแม้หลุมศพจะมีลำดับชั้นแตกต่างกัน แต่การจัดวางนั้นเป็นระเบียบ สะท้อนลักษณะของการฝังศพแบบตระกูลและระบบสุสานสาธารณะแบบรวมศูนย์ พร้อมเสริมว่าเนื่องจากโบราณวัตถุที่พบไม่มีจารึก จึงยากต่อการยืนยันตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มคนเหล่านี้

หลี่ระบุว่าการขุดค้นครั้งนี้ไม่เพียงมอบหลักฐานทางกายภาพของหลุมศพระดับสูงในสมัยราชวงศ์โจวตะวันตกในพื้นที่ แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญสำหรับการศึกษาการเมืองและสังคมในยุคนั้นอีกด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น