xs
xsm
sm
md
lg

New China Insights : กลยุทธ์ความสำเร็จของซูเปอร์มาร์เก็ตราคาถูกในจีนและกับดักผู้บริโภค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


HotMaxx ชูสโลแกน “อย่าให้ ‘ราคา’ มาเป็นจุดด้อยของตัวสินค้า” เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในช่วงแรกๆ (ภาพจาสื่อจีน)
โดย ร่มฉัตร จันทรานุกูล


ตั้งแต่จีนไฟเขียวฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวไทย กระตุ้นให้คนไทยไปท่องเที่ยวจีนกันมากขึ้น เนื่องจากจีนมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายแทบจะทุกรูปแบบและต้นทุนในการเที่ยวจีนเผลอๆถูกกว่าท่องเที่ยวในไทยด้วยช้ำ ช่วงนี้จีนได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวใหม่ของใครหลายคน “ชอปปิง” เป็นกิจกรรมหนึ่งยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจีน สินค้าดีคุณภาพดีราคาไม่แพงก็มีมากมาย ผู้เขียนเชื่อว่าผู้อ่านบางท่านที่เคยไปจีนจะเห็นซูเปอร์มาร์เก็ต HotMaxx หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า (好特卖อ่านว่า ฮ่าวเท้อม่าย) ซูเปอร์ฯนี้เป็น Discount Retail หรือ ร้านค้าปลีกราคาถูก ได้กลายเป็นดาวรุ่งของตลาดในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ด้วยโมเดลธุรกิจที่โดดเด่นและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ

HotMaxx ก่อตั้งในปี 2019 และเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงโรคโควิดระบาด ขยายกิจการจากเพียง 20 สาขา เพิ่มเป็นมากกว่า 900 สาขาในปี 2024 ครอบคลุมกว่า 30 เมืองทั่วประเทศจีน และมียอดขายต่อปีทะลุ 50,000 ล้านหยวน

ร้านสินค้าราคาถูก HotMaxx เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงโรคโควิดระบาด (ภาพจาสื่อจีน)
HotMaxx เข้ามาช่วยผู้ผลิตแก้ปัญหาสต็อกล้นและสินค้าใกล้หมดอายุที่ผู้ค้ารายใหญ่ต้องการระบายออก โดยเฉพาะในช่วงโควิดระบาด ซึ่งช่วงนั้นผู้ผลิตทั่วจีนมีสินค้าค้างสต๊อกอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเริ่มต้นจากกิจการเล็กๆ ที่เปิดร้านแรกในย่าน Lingkong SOHO ของนครเซี่ยงไฮ้ และได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าด้วยยอดขายที่สูงตั้งแต่วันแรก แนวคิดของร้าน HotMaxx คือขายสินค้าแบรนด์ดังในราคาถูก (บางรายการลดราคามากกว่า 70–90% จากราคาปกติ) เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่อยากประหยัด

HotMaxx มีผู้ร่วมก่อตั้งหลักสามคน คือ นายกู้ เสี่ยวเจี้ยน (顾晓健) เป็นผู้มีพื้นฐานด้านงานค้าส่งและระบบโลจิสติกส์ นายฟ่านจื้อเฟิง(范智峯) ผู้มีประสบการณ์ด้านซัพพลายเชนสินค้าคงคลัง และนายจางหนิง (张宁) ผู้ร่วมก่อตั้งที่มีบทบาทสำคัญในการวางระบบสมาชิกและบริการจัดส่งถึงบ้าน ในตอนแรกพวกเขาคิดว่านำสินค้าค้างสต๊อกมาขายแค่ช่วงโควิดระบาดเสร็จแล้วก็จะเลิกกิจการแต่กลายเป็นว่าผลตอบรับดีเกินคาดจึงขยายกิจการกลายเป็นธุรกิจใหญ่มาถึงทุกวันนี้

ความสำเร็จของ HotMaxx เริ่มต้นจากการกำหนดตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้บริโภควัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นอายุประมาณ 18–35 ปี ซึ่งมีลักษณะการบริโภคที่โดดเด่น คือ ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและอ่อนไหวต่อราคา, ยอมจ่ายเพื่อคุณภาพ แต่ชื่นชอบสินค้าราคาประหยัด, ชอบความแปลกใหม่และสินค้าที่มีเอกลักษณ์ และมีพฤติกรรมการแชร์ประสบการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย

HotMaxx ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค จึงสามารถคัดเลือกสินค้าได้ตรงใจ เช่น ขนม เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง และของใช้ส่วนบุคคล ซึ่งไม่เพียงตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน แต่ยังสร้างความเพลิดเพลินในการซื้อสินค้าอีกด้วย มีสถิติว่าลูกค้าหนึ่งคนใช้เวลาเฉลี่ยในเพจ HotMaxx 20 นาที

ปี 2022  HotMaxx ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในกลุ่มเชนร้านขายสินค้าราคาถูกในจีน ด้วยจำนวนร้านสาขากว่า 400 แห่งโดยมีหัวหาดในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเซินเจิ้น (ภาพจาสื่อจีน)
ที่น่าสนใจคือ HotMaxx สามารถดีลกับทางต้นน้ำได้เบ็ดเสร็จไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยร่วมมือกับแบรนด์และผู้จัดจำหน่ายในการจัดซื้อ “สินค้าใกล้หมดอายุ สินค้าคงค้างหรือสินค้าล็อตท้าย” แม้สินค้าเหล่านี้จะใกล้ถึงวันหมดอายุหรือเป็นของค้างสต็อก แต่คุณภาพยังพอใช้งานได้และสามารถจำหน่ายในราคาที่ต่ำกว่ามาก ในด้านการบริหารต้นทุน HotMaxx ใช้วิธีการจัดซื้อรวม ปรับปรุงผังร้าน เพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และบริหารสต็อกอย่างมีระบบ ทำให้สามารถรักษาระดับราคาต่ำควบคู่กับความสามารถในการทำกำไร HotMaxx ให้ความสำคัญกับการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย การร่วมมือกับ KOL และกิจกรรมออฟไลน์ เช่น การทดลองชิมสินค้าใหม่ หรือกิจกรรมธีมพิเศษ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค HotMaxx ใช้สโลแกน “ของดี ราคาคุ้มค่า” เพื่อสื่อถึงผู้บริโภค

ในช่วงเริ่มต้น โครงสร้างสินค้าในร้านของ HotMaxx สินค้าใกล้หมดอายุและสินค้าคงค้าง (临期尾货) คิดเป็นประมาณ 60% ของสินค้าทั้งหมด ต่อมาคือสินค้าลดราคาที่ไม่ใช่สินค้าที่ใกล้หมดอายุ คิดเป็นประมาณ 30% ได้แก่ สินค้าที่มีกำลังการผลิตล้นเกิน สินค้าที่เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์หรือเปลี่ยนรุ่นสินค้า รวมถึงการรวบรวมสินค้าคงค้าง และการจัดซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ สุดท้ายคือสินค้าไม่ผ่าน QC หรือสินค้าที่บรรจุภัณฑ์เสียหาย บางส่วนเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคส่งคืนร้านค้า หรือมีความเสียหายเฉพาะบรรจุภัณฑ์ HotMaxx เข้าซื้อในราคาต่ำและนำมาจำหน่ายต่อ

การบริหารสินค้าคงคลังของ HotMaxx ใช้ระบบดิจิทัลติดตามสถานะสินค้าใกล้หมดอายุแบบเรียลไทม์ ควบคุมรอบหมุนเวียนสต็อกให้อยู่ภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นเกณฑ์ระยะเวลาที่ต่ำกว่าซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปที่อยู่ราว 45–60 วัน โดยใช้กลยุทธ์ เช่น ขายสินค้าแพ็กใหญ่หรือการขายแบบชุด เพื่อเพิ่มมูลค่าต่อบิลและเร่งอัตราการหมุนเวียนสินค้า และสินค้าประเภทอาหารของกิน ส่วนสินค้าประเภทของใช้ต่างๆจะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ สินค้าบางอย่างบางแบรนด์ขายหมดแล้วก็จะไม่มีอีก แต่จะมีสินค้าแบรนด์ใหม่เข้ามาแทนที่ทำให้ประสบการณ์ของลูกค้ามีความรู้สึกแปลกใหม่ทุกครั้งที่ได้เดินเข้าไปชอปปิงดูของในร้าน HotMaxx


สำหรับตัวผู้เขียนเองเป็นลูกค้ารายหนึ่งของร้าน HotMaxx เช่นกัน จากประสบการณ์ของหลายชิ้นคุณภาพยังดีอยู่และราคาถูกมาก เช่น น้ำแร่แบรนด์ดังหนึ่งขวด 500 มล. ซูเปอร์ฯทั่วไปขายในราคาขวดละ 12 หยวน แต่ที่ HotMaxx ขายที่ราคา 2.5-3 หยวนเท่านั้น แต่การเลือกซื้อของก็ต้องตรวจสอบดูดีๆ เพราะของบางชิ้นมีตำหนิรุนแรงหรือของกินที่ใกล้วันหมดอายุมากๆก็ต้องเลี่ยง ซึ่งเรื่องความเสี่ยงของคุณภาพสินค้านี้เองก็คือ “กับดักของผู้บริโภค” เพราะสินค้าใกล้หมดอายุและสินค้าค้างสต๊อกที่ราคาถูกอาจมีคุณภาพที่ลดลงตามไปด้วย ทั้งรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ และแน่นอนว่าสินค้าพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่รับคืนหรือรับเปลี่ยนสินค้า ราคาที่ต่ำมากบางทีก็ทำให้ผู้บริโภคตั้งคำถามถึงคุณภาพ เช่น มีขนมไหว้พระจันทร์วางขายชิ้นละ 2 หยวน ทำให้ฉุกคิดไปว่าเป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่เหลือขายมาจากปีก่อนแล้วนำมาใส่แพคเกจใหม่หรือไม่?

ถึงแม้ว่า HotMaxx จะได้รับความนิยมจากกลุ่มคนรุ่นใหม่จีนอย่างล้นหลาม แต่ก็มีชาวเน็ตจีนบางส่วนไม่ค่อยสนับสนุน HotMaxx เท่าใดนัก โดยมองว่า แม้ต้องประหยัดเงินแต่ถ้าเลือกได้ก็คงไม่ไปซื้อสินค้าที่ใกล้หมดอายุมาบริโภค เพราะสินค้ามีการสอดไส้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นของปลอม หรือของแผงลอยถูกนำมาเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูทันสมัย แล้วขายในราคาสูงขึ้นหลายเท่าตัว เท่ากับว่าการซื้อของพวกนี้อาจจะไม่ได้ช่วยประหยัดอะไรเลย แถมมีความเสี่ยงด้านสุขภาพมากขึ้นด้วย อีกทั้ง HotMaxx เคยมีกรณีถูกร้องเรียนเรื่องขายขนมขึ้นราและเสื่อมคุณภาพ

ปัจจุบันซูเปอร์ฯที่ขายสินค้าราคาถูกมีมากขึ้น ในตลาดมีการแข่งขันรุนแรง จำนวนร้านขนมลดราคาทั่วประเทศทะลุ 45,000 ร้าน เพิ่มขึ้นกว่า 460% ขนาดของตลาดหลักแสนล้านหยวน ในปลายปี 2025 มีข่าวของ HotMaxx ที่เริ่มทยอยปิดตัวในเมืองใหญ่และมีข่าวหยุดรับแฟรนไชด์ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า โมเดลที่พึ่งพาแต่ทรัพยากรชายขอบอย่างสินค้าใกล้หมดอายุและสินค้าคงค้าง พร้อมกับการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว อาจจะไม่ใช่ธุรกิจที่เติบโตยั่งยืน เพราะอย่างไรก็ตามเทรนด์การรักษาสุขภาพและอาหารของใช้ที่มีคุณภาพก็ยังเป็นกระแสหลักและมีความต้องการที่ยั่งยืนกว่า สุดท้ายแล้วซูเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าราคาถูกเหล่านี้ก็อาจจะต้องหาจุดเติบโตใหม่ที่จะทำให้ธุรกิจแข็งแกร่งอย่างแท้จริงและเดินได้ต่อไป.



กำลังโหลดความคิดเห็น