เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 กองบัญชาการภาคตะวันออกของกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) ประกาศปฏิบัติการซ้อมรบครั้งใหญ่ภายใต้รหัส "ภารกิจแห่งความยุติธรรม-2025" (Justice Mission-2025) โดยมีการระดมกำลังพลทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองทัพจรวด เข้าปิดล้อมพื้นที่รอบเกาะไต้หวันอย่างแน่นหนา ครอบคลุมทั้งพื้นที่ช่องแคบไต้หวัน ทางตอนเหนือ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ทางตะวันออกเฉียงใต้ และทางตะวันออกของเกาะ
การซ้อมรบในครั้งนี้กำหนดพื้นที่ยิงกระสุนจริง 5 จุด ซึ่งเป็นการปิดล้อมแบบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก ช่องแคบบาชี และช่องแคบมิยาโกะ เพื่อสกัดกั้นการแทรกแซงจากกองกำลังภายนอก นอกจากนี้ กองทัพจีนยังได้เผยแพร่ภาพโปสเตอร์ "โล่แห่งความยุติธรรม" เพื่อสื่อถึงการตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ ประกาศขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่ากว่า 11,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งรวมถึงระบบยิงจรวด "ไฮมาร์ส" (HIMARS) จำนวน 82 ชุด
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการซ้อมรบครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ๆ ในช่วงปี 2565-2567 เนื่องจากเปลี่ยนรูปแบบจาก "ค่อยเป็นค่อยไป" มาเป็นการ "เปิดฉากพร้อมรบ" โดยเริ่มยิงกระสุนจริงทันทีหลังจากประกาศเริ่มปฏิบัติการ นอกจากนี้การเข้าร่วมของ กองทัพจรวด ยังส่งสัญญาณเตือนถึงกองกำลังต่างชาติด้วยขีปนาวุธตงเฟิง-26 (DF-26) ที่มีพิสัยยิงถึงเกาะกวม และตงเฟิง-17 (DF-17) ซึ่งเป็นอาวุธความเร็วเหนือแสง ขณะที่การปรากฏตัวของกองทัพบกสื่อถึงการจำลองปฏิบัติการเคลื่อนพลขึ้นบก
ขณะที่นาย ไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ออกมาแสดงผลงานด้านการป้องกันประเทศผ่านสื่อโทรทัศน์เพียงหนึ่งวันก่อนการซ้อมรบ แต่กลับถูกตอบโต้ด้วยการเคลื่อนพลจริงของจีนอย่างรวดเร็ว ด้านนาง เจิ้ง ลี่เหวิน อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคก๊กมินตั๋ง ให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าว่ากำลังนำพาประชาชน 23 ล้านคนไปสู่ทางตันจากการดำเนินนโยบายที่เผชิญหน้ากับจีน
กองทัพจีนย้ำชัดว่า แม้จะมีความปรารถนาในการรวมชาติอย่างสันติ แต่จะไม่มีการเหลือพื้นที่ใด ๆ ให้กับกระบวนการ "แยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน" อย่างเด็ดขาด
ที่มา: กลุ่มสื่อจีน


