xs
xsm
sm
md
lg

ส่องชีวิต “เจ้าหญิงน้อย” นโรดม เจนณา ใต้ร่มเงาจีน (มีคลิป)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ในบรรดาเจ้าชายเจ้าหญิงยุคเจน ซี (Gen Z) ต่างมีชีวิตอิสระเสรีในระดับที่เหล่าราชนิกุลรุ่นก่อนหน้าพวกเขายากที่จะมีได้ ทว่า สำหรับบางคนในกลุ่มฯนี้ ก็ไม่ได้มีชีวิตในแบบที่เรียกว่า “อยากได้อะไรก็ได้”

หนึ่งในนั้นคือ “หม่อมเจ้า นโรดม เจนณา” (Norodom Jenna) ผู้ที่ใครต่อใครในกัมพูชาและในจีน เรียกขานฉายาว่า "เจ้าหญิงน้อย”


หม่อมเจ้า นโรดม เจนณา เกิดเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2012  (พ.ศ. 2555) ที่กรุงปารีส พระมารดาของเธอคือ พระองค์เจ้า นโรดม บุบผารี (Norodom Bophary) ส่วนบิดาเป็นนักธุรกิจชาวฝรั่งเศส

สำหรับ พระองค์เจ้า นโรดม บุบผารี เป็นพระธิดาองค์ที่สองในสมเด็จพระมหิสสรานโรดม จักรพงศ์ (ผู้เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ กับพระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ พงสานมุนี จึงถือว่าพระองค์เป็นพระเชษฐาต่างพระมารดาของพระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชาองค์ปัจจุบัน) ดังนั้น เจนณา จึงมีศักดิ์เป็นพระนัดดาแห่งกษัตริย์กัมพูชา นโรดม สีหมุนี และเป็นพระปนัดดาของอดีตกษัตริย์ผู้ล่วงลับ พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ



ในรายงานของค่ายสื่อจีน ระบุว่า พระองค์เจ้าบุบผารี เป็นเจ้าหญิงกัมพูชาที่ไม่เป็นที่โปรดปราน หลังจากที่เธอแต่งงานกับนักธุรกิจชาวฝรั่งเศสไม่นานก็หย่าร้าง จากนั้น พระองค์เจ้า บุบผารี ซึ่งกลายเป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว” ก็ได้กำหนดเส้นทางชีวิตให้พระธิดาเดิน เพื่อสร้างฐานะและชีวิตที่เชิดหน้าชูตา

เรื่องของฐานนันดรศักดิ์ของ นโรดม เจนณา ในข้อมูลสารานุกรมวิกิพีเดีย ระบุว่า เธอไม่มีสถานภาพ (status) ในวังราขสำนัก หากแต่มีชื่อฐานันดรศักดิ์ (official title) คือ “เนียะองค์มจะ” (Neak Ang Mchas Ksatrey Norodom Jenna) ซึ่งเทียบกับฐานนันดรศักดิ์ไทยคือ “หม่อมเจ้า” สำหรับในบทความนี้ขอเรียกฉายา “เจ้าหญิง” เป็นหลัก



ในปี 2015 (2558) พระองค์เจ้า บุบผารี พาพระธิดาวัย 3 ขวบคือ เจนณากลับมาที่พนมเปญ จากนั้นก็วิ่งเต้นให้พระธิดาได้รับฐานันดรศักดิ์ซึ่งสำเร็จในเวลาไม่นาน ด้วยเจนณาเป็นสมาชิกราชวงศ์นโรดมที่อายุน้อยที่สุด ผู้คนต่างเรียกขานเธอว่า “เจ้าหญิงน้อย”

เป้าหมายต่อมาของการพาเจ้าหญิงเจนณากลับพนมเปญ คือ การปลูกฝังเลือดนักแสดงให้กับพระธิดา และผลักดันให้เข้าสู่วงการบันเทิง เจ้าหญิงน้อยเริ่มเรียนเต้นระบำ ร้องเพลง และการแสดงต่างๆ พระองค์เจ้า บุบผารี ยังตั้งความหวังสูงส่งให้พระธิดากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับอินเตอร์ ทำให้เจนณาต้องเรียนภาษาต่างๆ ทั้งเขมร ฝรั่งเศส จีน ไทย และอังกฤษ


เจ้าหญิงเจนณาต้องรับงานขึ้นเวทีการแสดงตั้งแต่วัยเพียง 6 ขวบ
เจ้าหญิงเจนณาต้องรับงานขึ้นเวทีการแสดงตั้งแต่วัยเพียง 6 ขวบ ทั้งร้องเพลง แสดงนาฏศิลป์ฟ้อนรำ แสดงละคร เป็นนางแบบนิตยสาร ถ่ายแบบเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา ตลอดจนออกงานอีเวนท์ต่างๆไปยันกิจกรรมการกุศล  ซึ่งพระมารดาก็ยินดีให้บุตรสาวรับงานอย่างไม่มีการปฏิเสธเลย ไม่ว่าเป็นงานแสดงบนเวทีในพิธีเปิดภัตตาคาร ตัดริบบิ้นโครงการอสังหาริมทรัพย์ ร้องเพลง เปิดตัวแบรนด์สินค้าต่างๆ

ในยุคของโซเชียลมีเดีย เจ้าพระองค์เจ้าบุบผารีก็ไม่ลืมที่จะกำชับให้พระธิดาเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อลงรูปภาพ ผลงานการแสดงต่างๆ ได้แก่ บัญชี เฟซบุ๊ก มีแฟนคลับ 200,000 กว่าราย และ YouTube มีซับสไครบ์ 800,000 กว่า ในเดือน ก.ย. ปีที่แล้ว (2024) เจนณาเปิดบัญชีโซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน “เวยปั๋ว” และดึงดูดผู้ติดตาม 220,000 คนในเวลาไม่นาน



เจ้าหญิงเจนณาเดินทางมาจีนครั้งแรกในปี 2020 จากนั้นก็เดินทางมาจีนบ่อยๆและใช้ชีวิตอยู่ในจีน โลกออนไลน์จีนต้อนรับเจ้าหญิงจากกัมพูชาอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่เพียงเพราะสถานภาพเจ้าหญิงน้อยผู้งดงาม ยังเป็นเพราะการอุทิศให้กับงานโปรโมทวัฒนธรรมจีน ปัจจุบัน เจ้าหญิงเจนณาวัย 13 ปี กลายเป็นไอดอลในโลกบันเทิงจีน ขณะเดียวกันเธอก็ถูกดึงตัวเข้ามารับใช้ในภาคการทูตวัฒนธรรมที่ช่วยโปรโมททั้งวัฒนธรรมกัมพูชาและจีนตลอดจนตอกย้ำถึงสัมพันธภาพสองประเทศ

สื่อจีนยอมรับชื่นชมผลงานเพลงของเจ้าหญิงเจนณาว่ามีเสียงไพเราะที่กังวานใส และความสามารถด้านการขับร้องเพลงหลายภาษา รวมทั้งขับร้องเพลงที่ชาวจีนชื่นชอบเพลงหนึ่งคือ “คู่กัด” ของ ธงไชย แมคอินไตย์ เป็นพากย์ภาษาไทยสลับภาษาจีน



สำหรับเพลงจีนที่เจ้าหญิงเจนณาขับร้องและสร้างความประทับใจแก่ชาวจีนอย่างมาก คือ 沂蒙山小调 (อี๋เหมิงซันเสี่ยวเตี้ยว) (Ditty of the Yimeng Mountains) ซี่งเป็นเพลงพื้นบ้านซันตง ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพลงที่ขับร้องยากสำหรับต่างชาติเพราะสำเนียงพื้นถิ่น และการขับร้องเพลง Angkor path/ 吴哥之路 ที่มีสถานีโทรทัศน์กลางแห่งจีนเป็นผู้สนับสนุนเปิดเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ให้ฯ

ในวันชาติจีน เดือนตุลาคมปีที่แล้ว (2024) เจนนาได้รับเชิญเข้าร่วมการแสดงร้องเพลงบนเวที เธอได้ร้องเพลง “คิดถึงประเทศจีน” 《怀念中国》 ที่สมเด็จสีหนุทรงแต่งเนื้อร้องและทำนอง  เพลง "คิดถึงประเทศจีน" ถือว่าเป็นประจักษ์พยานทางประวัติศาสตร์สัมพันธภาพระหว่างจีนและกัมพูชา ซึ่งเนื้อร้องของเพลงนี้พรรณนาถึงมิตรภาพระหว่างจีนและกัมพูชาอย่างลึกซึ้ง โดยประโยคท้ายของเพลงคือ “ประชาชนกัมพูชาคือมิตรชั่วนิรันดรของจีน”


เจ้าหญิงเจนณา ได้แสดงละครทีวีกัมพูชาหลายเรื่อง อาทิ ภาพยนตร์แนว ภูตผี-สยองขวัญของกัมพูชา คือเรื่อง Ghost Ballon《鬼气球》และได้รับรางวัล “นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม” จากภาพยนตร์เรื่องนี้ในเทศกาลภาพยนตร์กัมพูชา เอเชีย ประจำปี 2024

นโรดม เจนณา ได้รับรางวัล “นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม” จากภาพยนตร์ Ghost Ballon ในเทศกาลภาพยนตร์กัมพูชา เอเชีย ประจำปี 2024
การเป็นศิลปิน ดีกว่าเป็น “เจ้าหญิง” ไหม? แม้เจนนามีฐานนันดรศักดิ์เทียบกับ “หม่อมเจ้า” แต่ก็เป็นชื่อที่ว่างเปล่า เจ้าหญิงและพระมารดาไม่มีฐานะและอิทธิพลใดๆ ทีจริงแล้ว กษัตริย์กัมพูชาก็ไม่มีอิทธิพลที่แท้จริง เมื่อเปรียบเทียบความมั่งคั่งกับราชวงศ์ต่างๆในโลกแล้วราชวงศ์ของนโรดมถูกจัดว่ามีฐานะยากจนสุด ในรายงานของสื่อจีนที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนีแห่งกัมพูชา ได้รับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน ประมาณ 2,000-5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 64,990 - 162,475 บาท)

“ประชาชนกัมพูชาคือมิตรชั่วนิรันดรของจีน”  นโรดม เจนณา ร้องเพลง “คิดถึงประเทศจีน” ที่อดีตกษัตริย์กัมพูชา นโรดม สีหนุทรงแต่งขึ้น ในงานกาลาฉลองวันชาติจีน 2024
ดังนั้น เจ้าหญิงเจนนาและพระมารดา ซึ่งจากพื้นฐานที่เป็นเชื้อพระวงศ์ที่ไม่เป็นที่โปรดปราน อีกทั้งฐานะการเงินของราชสกุลนโรดมที่ไม่ดี การที่ผู้เป็นแม่จะผลักดันพระธิดาให้รับงานหนักตั้งแต่วัยเด็กเล็กนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่จะอภัยไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น “การไล่ตามฝันในโลกการแสดง” เป็นการหารายได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหน้าอะไรนัก

สีจิ้นผิงเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการในเดือนเม.ย.2025 พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เสด็จพระราชดำเนินไปรับที่สนามบิน โดยมีหม่อมเจ้า นโรดม เจนณา เชิญดอกไม้ต้อนรับแด่สีจิ้นผิง
ในปลายปีที่แล้วมีข่าวสะพัดว่า เจ้าหญิงเจนณามีแผนเข้าร่วมวง K-POP ของแดนโสมขาว แต่เธอปฏิเสธโดยโพสต์ข้อความในเวยปั๋ว ว่า เธอรักดนตรี และกำลังออกอัลบั้มเพลงจีนชุดแรก นอกจากนี้เธอต้องการโฟกัสไปที่การเรียน และไม่มีแผนเข้าร่วมฝึกกับวง K POP ในเกาหลีใต้

อย่างไรก็ดี เจ้าหญิงเจนณา ก็ต้องยืนอยู่ใต้ร่มเงาจีนเช่นเดียวกับบรรพบุรุษ ด้วยสายสัมพันธ์ระหว่างจีนและกัมพูชาโดยเฉพาะการอุปถัมภ์ราชวงศ์นโรดมที่หยั่งรากลึกจนเรียกได้ว่าไม่อาจถอนรากถอนโคนกันเลย.










นโรดม เจนณา ในเมืองเซินเจิ้น








กำลังโหลดความคิดเห็น