ชาวเน็ตไต้หวันวิจารณ์ดุเดือด ข่าวไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง โค (ทีเอสเอ็มซี) บริษัทรับจ้างผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่สุดในโลก ประกาศแผนเพิ่มการลงทุนอีกหนึ่งแสนล้านดอลลาร์ในสหรัฐอเมริกา
นายซี.ซี. เว่ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทีเอสเอ็มซี แถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (3 มี.ค.)
“เราต้องสามารถสร้างชิปและเซมิคอนดักเตอร์ที่เราต้องการได้ที่นี่”
“เป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติสำหรับเรา” ทรัมป์กล่าว ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์
ทีเอสเอ็มซีระบุว่า ในการขยายการลงทุนจะมีการก่อสร้างโรงงานผลิตชิป 5 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตวงจรรวม 3 แห่ง โรงงานบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง 2 แห่ง รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งสำคัญ แต่มิได้กำหนดเวลาการก่อสร้างที่แน่นอน
เมื่อรวมกับการก่อสร้างโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงในเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ด้วยเงินลงทุน 6 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์ จำนวนเงินทั้งหมดที่บริษัทนำไปลงทุนบนแดนพญาอินทรีจึงคาดว่าจะสูงถึง 1 แสน 6 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามแถลงการณ์ของบริษัทเมื่อวันอังคาร (4 มี.ค.)
โกลบอลไทมส์สื่อของทางการจีนตั้งข้อสังเกตว่า มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นข้างใต้รายงานข่าวของไชน่าไทมส์ สื่อของไต้หวัน ณ เวลาแถลงข่าว โดยความเห็นส่วนใหญ่เป็นในลักษณะตำหนิติเตียน
“คนอเมริกันไม่จ่ายแม้แต่สตางค์เดียว แต่ทีเอสเอ็มซีก็แจ้นไปหา ดูเหมือนว่ากำลังจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ยูเอสเอ็มซี’ และไล่ ชิงเต๋อยังก้มหัวขอบคุณทรัมป์ด้วยซ้ำ” คนหนึ่งแขวะ
"อีกตัวอย่างหนึ่งที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) กำลังขายไต้หวัน” อีกคนระบุ
ทั้งนี้ นายไล่ ชิงเต๋อ เป็นประธานาธิบดีไต้หวันคนปัจจุบันจากพรรคดีพีพี ซึ่งฝักใฝ่การแยกไต้หวันเป็นอิสระจากจีน
ตามรายงานของรอยเตอร์ หุ้นทีเอสเอ็มซีปรับตัวลง 2.25% เมื่อเปิดทำการซื้อขายในวันอังคาร หลังจากการแถลงข่าว
การเพิ่มลงทุนทำให้เกิดความวิตกกังวลกันมากขึ้นว่า ทีเอสเอ็มซีกำลังจะกลายเป็นกิจการที่มีสหรัฐฯ เป็นเจ้าของ
จู เฟิ่งเหลียน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนระบุว่า รัฐบาลพรรคดีพีพีกำลังใช้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทชั้นนำของไต้หวันเป็นเครื่องต่อรอง หรือแม้กระทั่งเป็นของขวัญมอบให้แก่กองกำลังต่างชาติเพื่อหวังได้รับการสนับสนุนในการแสวงหาเอกราชโดยที่พรรคดีพีพีมิได้คำนึงถึงธุรกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไต้หวันเลย
เมื่อดูแนวทางการพัฒนาและทิศทางการลงทุนของทีเอสเอ็มซีจะเห็นว่ามีแนวโน้มสูงที่ผู้ผลิตชิปของไต้หวันรายนี้จะถูกสหรัฐฯ ค่อยๆ แยกส่วนและดูดกลืน จู ซ่งหลิง อาจารย์ประจำสถาบันไต้หวันศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่งยูเนียนให้ความเห็น
เขามองว่า เงินลงทุนหนึ่งแสนล้านดอลลาร์เท่ากับเป็นการสนองความทะเยอทะยานของอเมริกาที่ต้องการครอบงำเทคโนโลยีและควบคุมการผลิตชิปเพื่อลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานในเอเชีย การตัดสินใจของทีเอสเอ็มซีครั้งนี้จึงทำให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นเสาหลักเศรษฐกิจของไต้หวันและเป็นข้อต่อสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกถูกคว้านออกไปเร็วขึ้น
ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันมีความสำคัญกับสหรัฐฯ แต่ถ้าการผลิตขั้นสูงของทีเอสเอ็มซีอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันก็จะหมดความสำคัญ และสหรัฐฯ อาจลดการให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงแก่ไต้หวันลงด้วย ซึ่งการรวมชาติกับจีนจึงย่อมมีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้น
ที่มา : โกลบอลไทมส์