งานวิจัยใหม่บ่งชี้ว่า สเปรย์แอนติบอดีพ่นจมูกซึ่งพัฒนาโดย “Sinovac Life Sciences” มีอัตราการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้เกือบร้อยละ 80
รายงานระบุว่า ในห้วงการระบาดของโควิด-19 ในเดือน พ.ย.65 ในเมืองฮูฮอต เขตปกครองตนเองชนชาติมองโกเลียใน ผู้ที่ใช้สเปรย์พ่นจมูกวันละ 2 ครั้งมีผู้ติดเชื้อเพียง 1 ใน 5 ของกลุ่มอาสาสมัครทั้งหมด
สเปรย์ดังกล่าวมีแอนติบอดีที่เรียกว่า “SA58” เพื่อต่อต้านโควิด-19 รวมถึงสายพันธุ์โอมิครอนที่รู้จักทั้งหมด อย่างไรก็ดี สเปรย์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น อาการน้ำมูกไหล หรือจมูกแห้งและจาม
ผลการศึกษาจากสถาบันหลายแห่งระบุว่า ผลข้างเคียงทั้งหมดไม่รุนแรงและสามารถหายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่กระทบต่อการทำงานประจำวัน
อย่างไรก็ดี นาง Donna Farber นักภูมิคุ้มกันวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์กกล่าวว่า การศึกษานี้น่าสนใจ แต่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างดี และมีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะประเมินสิ่งที่ค้นพบได้อย่างถูกต้อง และไม่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสวมหน้ากาก หรือข้อควรระวังอื่นๆ
Farber ยังกล่าวอีกว่า ผลข้างเคียงตามที่ได้รับรายงานดูสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับยาที่ต้องใช้อย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน
ทั้งนี้ นายเฉา อวิ๋นหลง นักชีวเคมีจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งซึ่งทำนายวิวัฒนาการของสายพันธุ์โอมิครอนได้อย่างถูกต้อง เคยบอกกับสื่อของรัฐว่า “SA58” เป็นหนึ่งในแอนติบอดีไม่กี่ชนิดที่ยังคงมีผลกับสายพันธุ์ย่อยใหม่ เช่น XBB
ที่มา เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์