xs
xsm
sm
md
lg

มองโกเลียค้นพบหลักฐานสำคัญ บ่งชี้เป็นนครหลวงของจักรวรรดิซยงหนู

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพซินหัว
ซินหัว/MGR Online — นักโบราณคดีมองโกเลียค้นพบร่องรอย "เมืองมังกร" เมืองหลวงของจักรวรรดิซยงหนู ชนกลุ่มน้อยคู่ปรับชาวฮั่นตั้งแต่ยุคสองพันปีก่อน ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ เผยพบตัวอักษรจีนโบราณจารึกไว้ว่า ‘โอรสสวรรค์ฉานอวี๋’ บ่งชี้เป็นเมืองหลวงโบราณของอาณาจักรซยงหนู

เมื่อวันเสาร์ (18 ก.ค.) ที่ผ่านมานักโบราณคดีมองโกเลียเปิดเผยถึงการค้นพบ ‘หลงเฉิง (龙城)’ หรือ ‘เมืองมังกร’ เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิซยงหนู ในพื้นที่ตอนกลางของมองโกเลีย ใกล้กับเมืองอาร์คัน

“จากผลการวิจัยกว่าสิบปีเกี่ยวกับศูนย์กลางทางการเมืองของจักรวรรดิซยงหนู ฉันดีใจมากที่เราได้พบและขุดค้นเมืองหลวงแห่งนี้” ทูมูร์-โอชีร์ ไอเดอร์คันไก หัวหน้าทีมนักโบราณคดีให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัว

“การตกแต่งส่วนหน้าของหลังคาอาคารในเมือง มีตัวอักษรจีนโบราณจารึกไว้ว่า ‘โอรสสวรรค์ฉานอวี๋ (天子单于)’ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเชื่อว่าเมืองนี้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิซยงหนู” ไอเดอร์คันไก ซึ่งเป็น ศาสตราจารย์ภาควิชาโบราณคดีของมหาวิทยาลัยอูลานบาตอร์สเตทด้วยกล่าว

เขากล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีการพบวัตถุที่มีคำจารึกว่า ‘โอรสสวรรค์ฉานอวี๋’ ในดินแดนมองโกเลีย

เมืองนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในหมู่บ้านอัลซิอิท จังหวัดอาร์คัน ในปี 2560 แต่การขุดค้นเพิ่งเริ่มขึ้นในปีนี้เนื่องจากปัญหาทางการเงิน ศาสตราจารย์ไอเดอร์คันไกกล่าวเสริม

จากแหล่งข้อมูลจีนตั้งแต่ 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช บันทึกไว้ว่า หลังจากปีที่ 209 ก่อนคริสต์ศักราช ชนเผ่าซยงหนูก่อตั้งจักรวรรดิโดยยกโม่ตู๋ฉานอวี๋ ขึ้นเป็นประมุข จักรวรรดิซยงหนูแผ่อำนาจข้ามท้องที่ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตแดนมองโกเลีย ครั้นปีที่ 200 ก่อนคริสต์ศักราช ชาวซยงหนูเอาชัยเหนือพวกเยว่จือ (月氏) ซึ่งมีอำนาจอยู่ก่อนแล้วได้ ซยงหนูจึงเถลิงอำนาจในที่ราบทางภาคกลางและภาคตะวันออกของทวีปเอเชีย คนเหล่านี้ตั้งตัวกันอยู่ในภูมิภาคซึ่งบัดนี้คือไซบีเรีย มองโกเลีย กานซู่ และซินเจียง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับราชวงศ์จีนนั้นเป็นไปอย่างซับซ้อน

ใน ยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (202 ปีก่อนคริสตศักราช – ค.ศ. 8) รัชสมัยของฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้ จีนดำเนินการปราบปรามชนเผ่าซงหนู ที่คอยรบกวนอยู่ทางชายแดนภาคเหนือมาเป็นเวลานาน โดยฮั่นอู่ตี้ได้ยกทัพออกปราบถึง 3 ครั้งครา ขับไล่ชนเผ่าซงหนูให้ถอยร่นกลับเข้าไปยังดินแดนทะเลทรายทางตอนเหนือ นำสันติสุขมายังดินแดนชายขอบตะวันตกของจีน อีกทั้งยังบุกเบิกพื้นที่ทำไร่นาในแถบดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซ่อมแซมกำแพงเมืองจีน จัดตั้งระบบไฟสัญญาณแจ้งเหตุตามชายแดน และยังส่งจางเชียน ไปเป็นทูตสันถวไมตรียังดินแดนตะวันตก เพื่อเปิดเส้นทางการค้าออกไปยังดินแดนเอเชียกลาง อันเป็นที่รู้จักกันในนามของ ‘เส้นทางสายไหม’

ภาพซินหัว

ภาพซินหัว


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...