เอเจนซีส์--สื่อท้องถิ่น หมิงเป้า รายงานสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกง ในเช้าวันนี้ มีกลุ่มประท้วงชุมนุมกว่าสามร้อย ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเยาว์และวัยกลางคนอยู่บริเวณอาคารรัฐสภาซึ่งมีจุดศูนย์กลางเกิดเหตุวุ่นวายเมื่อวานนี้
ในตอนเที่ยงวันนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติ (สภาเล็กโก) นาย จาง เชาสยง ได้ไปพูดคุยกับผู้ประท้วงเกือบร้อยคน ที่ชุมนุมกันอยู่บริเวณแอดมิรัล(Admiralty) ผู้ประท้วงกล่าวว่ารัฐบาลไม่ยอมถอยถอนกฎหมายฯ ตอนนี้ประชาชนได้แต่ “รวบรวมกำลัง” ตอนนี้ได้ไปรวมตัวกันที่ ทามาร์ พาร์ท (Tamar Park) ซึ่งมีตำรวจลาดตระเวนอยู่ราว 6-7 คน บรรยากาศโดยรอบสงบดี
รอยเตอร์สรายงานว่าด้านผู้นำสูงสุดเขตบริหารพิเศษแห่งฮ่องกง แคร์รี่ แลม ยืนยันไม่ถอนกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน โดยชี้ว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายนี้เพื่ออุด “ช่องโหว่” ที่มำให้ฮ่องกงกลายเป้นแดนสวรรค์ของพวกอาชญากร ที่จีนต้องการตัวไปดำเนินคดี และว่าศาลได้ให้หลักประกันสิทธิ์มนุษย์ชนแบบเฉพาะกรณีที่มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปให้จีน
ขณะที่กลุ่มต่อต้านกฎหมายชี้ว่าระบบศาลยุติธรรมของจีน มักมีการทรมานบังคับให้สารภาพ ผู้ที่ถูกจับกุมตัวส่วนใหญ่แทบไม่มีโอกาสเข้าถึงทนาย
บริเวณรอบรัฐสภาถูกเก็บกวาดทำความสะอาด ตำรวจในเครื่องแบบสวมหมวกกันน็อคและโล่ป้องกัน รถตำรวจจอดเรียงเป็นแถวอยู่บริเวณใกล้ๆ ขณะที่กลุ่มตำรวจนอกเครื่องแบบคอยตรวจตราผู้ที่สัญจรไปมาในบริเวณ
ที่ทำการรัฐบาลในใจกลางศูนย์การเงิน ปิดทำการตลอดสัปดาห์
เจ้าหน้าที่ได้เปิดการจราจรตามถนนในย่านธุรกิจ แต่ศูนย์การค้าใกล้รัฐสภายังปิดอยู่ กลุ่มธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด แบงค์ ออฟ ไชน่า และ DBS เผยว่ายังปิดสาขาในบริเวณเขตประท้วง
สำหรับเหตุการณ์ปะทะในวานนี้(12 มิ.ย.) หลังจากที่รัฐบาลประกาศเลื่อนการอภิปรายกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนออกไป กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านกฎหมายฯนับหมื่นยังคุมเชิงปักหลักชุมนุมกัน จนในช่วงบ่ายกลุ่มผู้ประท้วงได้บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา และเกิดเหตุตะลุมบอนกับตำรวจปราบจลาจล จนกระทั่งตำรวจยิงสเปรย์พริกไทย กระสุนยาง แก็สน้ำตา และยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ กลายเป็นเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายในท่ามกลางควันขาวจากแก็สน้ำตาบริเวณใจกลางศูนย์กลางการเงินแห่งฮ่องกง
จากเหตุวุ่นวายดังกล่าว มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 72 คน ในจำนวนนี้มีอาการสาหัสสองคน
ฝ่ายตำรวจระบุเหตุการณ์ปะทะดังกล่าวว่า เป็น “เหตุจลาจล” ขณะที่ผู้นำสูงสุดฮ่องกง แคร์รี่ แลม ชี้ว่าเป็น “เหตุจลาจลที่มีการวางแผนตระเตรียมมาอย่างดี” พร้อมยืนยันไม่ล้มกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน
การปะทะเมื่อวานนี้เป็นศึกรุนแรงที่ปะทุขึ้นเป็นครั้งที่สามนับจากเมื่อวันอาทิตย์(9 มิ.ย.) ผู้จัดการประท้วงชี้ว่าจำนวนผู้เดินขบวนประท้วงในวันอาทิตย์ มีมากกว่าหนึ่งล้านคน จึงนับเป็นการเดินขบวนบนท้องถนนที่ใหญ่สุดนับจากปี 1997 ปีที่อังกฤษส่งมอบอำนาจปกครองดินแดนคืนให้กับจีนภายใต้ข้อตกลง “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ที่ให้อำนาจการปกครองตัวเองระดับสูง เปิดกว้างเสรีภาพทางการเมือง
เหตุการณ์ปะทะเมือคืนวานนี้ กลุ่มผู้ประท้วงยังปักหลักใกล้อาคารรัฐสภาในแอดมิรัล ไปจนรุ่งสาง ขณะที่หลายพันคนถอยกลับไปที่ย่านธุรกิจเซนทรัล (Central)
เหตุการณ์ปะทะทำให้ดัชนีหุ้นฮ่องกง ลื่นไถลลง 1.5 เปอร์เซ็นต์ในเช้านี้
เคน แลม วัย 20 ปี ทำงานเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส ว่าเขาจะประท้วงไปจนกว่ารัฐบาลจะยกเลิกกฎหมาย
“ผมไม่รู้หรอกว่าผู้ประท้วงมีแผนอะไรในวันนี้ พวกเราเพียงเคลื่อนขบวนไปตามเขา แต่คิดว่าขนาดผู้ประท้วงจะน้อยกว่าเมื่อวาน การประท้วงจะเป็นไปอย่างสงบ”
ด้านสื่อของรัฐจีน ไชน่า เดลี่ รายงานในวันนี้ ชี้ว่าการประท้วง “ทำลาย” เกียรติภูมิของฮ่องกง
กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่จีนซึ่งครอบคลุมผู้อาศัยในเมือง ชาวต่างชาติ และชาวจีน ที่พักอาศัย หรือเดินทางผ่านเกาะฮ่องกง ฉบับนี้ ได้ก่อกระแสวิตกแก่หลายกลุ่ม โดยชี้ว่ากฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนี้จะคุกคามกฎหมายแม่บทของดินแดนและทำลายสถานภาพศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ


