เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์--มานาโด เมืองหลักของจังหวัดซูลาเวซี ประเทศอินโดนีเซีย กำลังกลายแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวจีนที่แห่ไปเที่ยวชายหาด ทะเลที่ยังบริสุทธิ์ใสปิ๊ง ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียก็เหมือนได้ “ส้มหล่น” จากการท่องเที่ยวที่คึกคักมากขึ้น
กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวในแดนหมู่เกาะมีจำนวนมากขึ้นในไม่กี่ปีมานี้ จากจำนวน 858,000 คนในปี 2013 เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2 ล้านคนในปี 2018 ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่จะมาเที่ยวในปีนี้ จะสูงเป็น 2.6 ล้านคน
ใน 5 ปีมานี้ กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มายังมานาโด มีจำนวนมากขึ้นกว่าเท่าตัว โดยในปี 2018 มีนักท่องเที่ยวจีนมาที่นี่ ราว 180,000 คน กลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้เดินทางผ่านตัวเมืองไปยังหาดทรายขาว และแนวปะการัง
เที่ยวบินตรงจากเมืองต่างๆในจีนไปยังมานาโด กอปรด้วยราคาตั๋วที่ถูก ช่วยขับดันกระแสท่องเที่ยวในอิเหนาคึกคักมากขึ้น นอกจากนี้โรงแรมและเกสต์เฮาส์มีราคาถูกกว่าแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอื่นๆอย่างเช่นบาหลี
การท่องเที่ยวในมานาโด นอกจากพักผ่อนบริเวณเล่นหาดทราย ดำน้ำชมปะการัง เที่ยวภูเขา ทะเลสาบ นักท่องเที่ยวยังสามารถไปชมแหล่งโบราณสถานทางศาสนาที่หลากหลาย ทั้งวัดลัทธิเต๋า Ban Hin Kiong, สุเหร่ามุสลิม Awwal Fathul Mubien และโบสถ์คริสต์ แรงดึงดูดการท่องเที่ยวมานาโดอีกอย่างคือ อาหารของชาวท้องถิ่น Minahasan
การท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้นนี้ ทำให้ไกด์ท่องเที่ยวที่พูดภาษาจีนกลางแห่กันเข้าไปในมานาโด จนเกิดความตึงเครียดกับคนท้องถิ่น ซึ่งถูกไกด์ต่างถิ่นมาแย่งลูกค้า
แม้ซูลาเวซีเหนือ และมานาโดกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่มาอินโดฯ ด้านบาหลี และเกาะบินตันก็ยังมีเสน่ห์สำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย
นอกจากนี้ จังหวัดมาลูกุ (Maluku) ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของหมู่เกาะโมลุกกะ อยู่ระหว่างซูลาเวซี และหมู่เกาะนิวกินี ก็กำลังวางแผนดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน หลังจากที่ศึกรุนแรงระหว่างชาวคริสต์และมุสลิมได้กลายเป็นอดีตไปนานแล้ว
หมู่เกาะโมลุกกะ ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากกว่า 2,000 เกาะ วิวิทิวทัศน์ยังบริสุทธิ์ดั้งเดิม จัดเป็นสวรรค์การดำน้ำตื้น (snorkeling) ดำน้ำ อีกทั้งอาหารทะเลราคาถูก และอาหารพื้นถิ่น


