เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์--กองทัพจีนยกเครื่องกองกำลังครั้งสำคัญเพื่อพลิกโฉมกองทัพปลดแอกประชาชนจีน หรือพีแอลเอ เป็นกองกำลังที่ทันสมัย โดยยกระดับความสำคัญกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ อีกทั้งจัดตั้งหน่วยยุทธศาสตร์ใหม่ พร้อมกับลดขนาดทัพบก
ในรายงานที่นำเสนอเมื่อวันอาทิตย์(20 ม.ค.)ที่ผ่านมาระบุว่าพีแอลเอได้ดำเนินการ “การเปลี่ยนแปลงพลิกโฉมในทุกมิติ” (transformational changes) พร้อมกับเผยการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์กองทัพจีน ได้แก่ ขณะนี้กองทัพมีขนาดเล็กลงเท่ากับครึ่งหนึ่งของกำลังพลทั้งหมดในพีแอลเอ หน่วยกองกำลังที่ไม่ได้เข้าร่วมการรบที่มากมายเกินจำเป็นและซ้ำซ้อน ถูกปลดออกเกือบครึ่ง และเจ้าหน้าที่ในพีแอลเอถูกลดจำนวนลง 30 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้หน่วยอื่นๆอีกสี่หน่วยของพีแอลเอ ได้แก่ นาวี ทัพอากาศ กองกำลังขีปนาวุธ และกองกำลังสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งรับผิดชอบเขตต่างๆ เช่น สงครามไซเบอร์ ขณะนี้หน่วยทั้งหมดนี้ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของกองทัพและมีบทบาททัดเทียมกองทัพ
หนี เล่อสยง นักวิเคราะห์การทหารในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่าการยกเครื่องกองทัพครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ จากกองกำลังป้องกันตัวเองภายประเทศ สู่กองทัพที่สามารถปรับบทบาทข้ามพรมแดนและปกป้องผลประโยชน์ของชาติในต่างแดน นั่นหมายถึงว่าหน่วยทหารอย่างเช่น นาวี กองกำลังอากาศยาน และหน่วยขีปนาวุธ ขณะนี้มีบทบาทกว้างขวางขึ้นในการรับมือสถานการณ์ขัดแย้งจากกองทัพศัตรูนอกเขตแดนจีน
หนี อธิบายอีกว่าการรบสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพละกำลังที่เยี่ยมยุทธในหน่วย อย่างเช่น หน่วยรบทางอากาศ อวกาศ และไซเบอร์สเปซ และลดความสำคัญของกองกำลังภาคพื้นดิน
“กองทัพจีนเคยชินกับการปฏิบัติตามรูปแบบเก่าๆในยุคสงครามเย็น พวกเขาจะต้องปฏิรูป และลดขนาดเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป และนี่คือเป้าหมายของการยกเครื่องกองทัพ” หนี กล่าว
ทั้งนี้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศแผนขั้นตอนลดขนาดกองทัพครั้งแรกในปี 2015 โดยจะลดจำนวนนายทหารลงอีก 300,000 นาย ปัจจุบันจีนมีทหารทั้งชาย-หญิง 2 ล้านคน นับเป็นกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก


