xs
xsm
sm
md
lg

โปรดฟัง (ดู) อีกครั้ง! Under the Dome ใต้ฝาครอบควันพิษ สะเทือนชีวิตแผ่นดินใหญ่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ไฉ จิ้ง นักข่าวหญิง ที่ลาออกจากงานเพื่อมาดูแลบุตรสาว ซึ่งถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอก ตั้งแต่อยู่ในท้อง สาเหตุเพราะมลพิษอากาศในเมืองที่สูดดมอยู่ทุกวัน อดีตพิธีกรและผู้ดำเนินรายการหญิงของซีซีทีวี
ไฉ จิ้ง : หนูเคยเห็นดวงดาวจริงๆ ไหม?
เด็ก : ไม่เคยเห็น
ไฉ จิ้ง : หนูเคยเห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินครามไหม?
เด็ก : เคยเห็นนิดๆ หน่อยๆ
ไฉ จิ้ง : หนูเคยเห็นเมฆสีขาวไหม?
เด็ก : ไม่เคย ...

นี่เป็นคำให้สัมภาษณ์ของหนูน้อยวัย 6 ขวบนาม หวัง ฮุ่ยชิง ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในมณฑลซานซี กับ “ไฉ จิ้ง (柴静)” พิธีกรสาวของสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (ซีซีทีวี) เมื่อปี 2547 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสารคดีเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ “ภายใต้โดม หรือ Under the Dome (穹顶之下)” ความยาว 103 นาทีนี้ ออกอากาศครั้งแรกในปี 2558 ฝีมืออดีตนักข่าว-ผู้ดำเนินรายการซีซีทีวีที่ลาออกเพราะลูกสาวเป็นเนื้องอกตั้งแต่แรกเกิด และทุ่มเทเพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้ถึงปัญหาใหญ่ของจีนกับการต่อสู้ศัตรูที่มองไม่เห็น จนมีผู้ชมทะลุ 200 ล้านเพียงแค่ 24 ชั่วโมงแรก แรงขนาดที่รัฐบาลต้องคุมการเสนอ ปลดออกจากเว็บไซต์สื่อออนไลน์ต่างๆ ขณะที่สื่อต่างชาติเทียบกระแสฯ ใกล้เคียงระดับงานรณรงค์ภัยของยาฆ่าแมลงที่เคยสั่นสะเทือนสังคมสหรัฐฯ ในอดีตของ ของ ราเชล คาร์สัน “ความเงียบสงัดในฤดูใบไม้ผลิ” (The Silent Spring, 1962)

ไฉ จิ้งเล่าว่า ขณะที่เธอกำลังตั้งท้องในปี 2557 ปัญหามลพิษทางอากาศกำลังเป็นประเด็นใหญ่ที่ชาวจีนทั่วประเทศให้ความสนใจ ส่วนเธอด้วยความที่ทุ่มเทให้กับการเลี้ยงลูก เธอก็เริ่มใส่ใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องนี้เช่นกัน โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันที่ทำให้เธอไม่สามารถพาลูกสาวออกนอกบ้านได้มากเท่าที่ควร โดยยกตัวอย่างว่า ตลอดปี 2557 มี 365 วัน นครปักกิ่งมีสภาพอากาศที่มีมลพิษสูง 175 วัน หรือราวครึ่งหนึ่ง และเธอคิดว่าสักวันหนึ่งลูกสาวเธอคงถามว่าหมอกควัน มลพิษ เหล่านี้มาจากไหน ทำไมหมอกควันเหล่านี้ทำให้เด็กอย่างเธอต้องถูกขังอยู่แต่ในบ้าน

“วินาทีที่ได้ยินเสียงหัวใจของลูกเต้นเป็นครั้งแรก ฉันก็เหมือนแม่ทุกคน ไม่มีความคาดหวังอะไร นอกจากขอให้ลูกแข็งแรงก็พอ แต่ข่าวร้ายคือ ลูกเธอถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอก ต้องรับการผ่าตัดทันทีที่คลอดเกิดมา ... 

หมอบอกกับฉันว่า ลูกสาวฉันยังเล็กขนาดนี้ เพิ่งเกิดก็ต้องถูกวางยาสลบ มีโอกาสที่วางยาสลบแล้วไม่ฟื้น ให้ทำใจเอาไว้ก่อน ฉันไม่ทันได้กอดเธออย่างที่ควรจะทำ แต่เธอก็ถูกนำเข้าห้องผ่าตัดเสียแล้ว” อดีตพิธีกรสาววัย 39 เล่า

โชคยังดีที่การผ่าตัดเนื้องอกของลูกสาวประสบความสำเร็จอย่างดี ...

“ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นแม่คน ฉันเพียงต้องรับผิดชอบตัวเอง แต่เมื่อฉันมีลูกสาว ฉันมีพันธะผูกพันกับอนาคต และฉันต้องรับผิดชอบกับมันด้วย หากไม่มีแรงกระตุ้นนี้ ก็คงเป็นเรื่องยากที่ฉันจะลุกขึ้นมาทำสารคดีเรื่องนี้ให้สำเร็จลงได้” ไฉ จิ้งกล่าวให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ people.com.cn

ด้วยความห่วงใยลูก ทำให้ไฉ จิ้ง ซึ่งเดิมมีอาชีพเป็นผู้สื่อข่าวอยู่แล้ว เสาะหาข้อมูล สถิติและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาหาคำตอบให้กับคำถาม 3 คำถามคือ หมอกควันที่ชาวจีนกำลังเผชิญอยู่คืออะไร? หมอกควันเหล่านี้มาจากที่ไหน และ เราควรทำอะไรกับมัน?

ไฉ จิ้ง พบข้อมูลที่น่าตกใจหลายประการเช่น ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา อัตราการเสียชีวิตของประชากรที่มีสาเหตุมาจากโรคมะเร็งปอดเพิ่มสูงถึงขึ้น ร้อยละ 465 ซึ่งมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของโรคมะเร็ง นอกจากนี้ยังค้นพบข้อมูลด้วยว่า ในปี 2547 ซึ่งจีนเริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ ฝุ่นละเอียด (Fine Particle) ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) และกำลังเป็นที่วิตกของชาวจีนในปัจจุบันนั้นถูกเข้าใจว่าเป็นเพียง หมอก (fog) หรือในภาษาจีนกลางคือ อู้ (雾) ที่ทำให้สนามบินนานาชาติปักกิ่งถึงกับต้องหยุดการบินชั่วคราว
เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังออกอากาศ สารคดี “Under the Dome (穹顶之下)” ความยาว 103 นาที ของไฉ จิ้ง ก็มีผู้เข้าชมนับล้านครั้ง จากเนื้อหาเกี่ยวกับมลภาวะที่เป็นปัญหาหนักอกของชาวจีนทั่วประเทศ
ในช่วงเวลาที่ไฉ จิ้ง ทำสารคดีและเก็บข้อมูลในสนามเกี่ยวกับเรื่องนี้เธอได้พบและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมาก รวมไปถึงสมาชิกคณะกรรมาธิการร่างกฎหมายของสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนด้วย โดยหวังว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะช่วยผลักดันกฎหมายควบคุมมลพิษออกมาอย่างเร็วที่สุด

“ฉันคิดว่าผู้ที่อยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติ และผู้กำหนดนโยบายของประเทศควรมีทัศนคติ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดของการพูดถึงการปฏิรูปเรื่องสิ่งแวดล้อม เราต้องทำให้สาธารณชนมีข้อมูลที่มากกว่านี้ เข้ามามีส่วนร่วมมากกว่านี้ ถกเถียงกันมากกว่านี้ และทำให้เกิดฉันทามติขึ้นมาในสังคม” เจ้าของสารคดีที่กำลังสั่นสะเทือนสังคมจีนระบุ

มลพิษอากาศไม่ใช่เรื่องใหม่ในจีน ด้วยสาธารณชนต่างคุ้นเคยกับตัวเลขทางเทคนิคค่าดัชนีพีเอ็ม 2.5 มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 เมื่อครั้งที่มีการประชาพิจารณ์ประเด็นอากาศพิษ ในเว็บไซต์เวยปั๋ว และยังมีการเผยแพร่บทความวิจัยเกี่ยวกับมลพิษอากาศมากมายหลายพันชิ้น ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาเพื่อเน้นย้ำปัญหาฉกรรจ์ทางสิ่งแวดล้อมนี้ ตามมาด้วยคำประกาศของรัฐบาลสี จิ้นผิง ว่าจะต่อสู้กับปัญหามลพิษอากาศนี้ เมื่อปี 2556

ในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา อัตราการเสียชีวิตของประชากรที่มีสาเหตุมาจากโรคมะเร็งปอดเพิ่มสูงถึงขึ้น ร้อยละ 465 ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ฝุ่นละเอียด (Fine Particle) ซึ่งเป็นอนุภาคที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) และเป็นที่วิตกของชาวจีนนั้น ถูกเข้าใจว่าเป็น 'หมอก (fog)'

ตอนหนึ่งจากสารคดี ไฉ จิ้ง กล่าวอย่างจริงจังว่า ชาวจีนกำลังสู้กับมลพิษทางอากาศ อันเป็นศัตรูที่เรามองไม่เห็น และย้ำว่า “พูดตามตรง ฉันไม่ได้กลัวตายมากมายนักหรอก ฉันแค่ไม่อยากใช้ชีวิตแบบนี้”

สารคดี Under the Dome ส่งข้อความสำคัญ ปลุกผู้คนให้สะดุ้ง-ตื่นรู้ และตระหนักถึงมลพิษอากาศระดับวงกว้างอีกครั้ง เพราะไม่มีเวลาใดที่สำคัญเร่งด่วนกว่านี้อีกแล้ว ในการที่ชาวจีนจะต้องต่อสู้กับสงครามที่มองไม่เห็นนี้ เพราะทุกคนมีส่วนในการก่อหมอกพิษเช่นกัน





(ชมคลิป พร้อมคำบรรยายไทย จากรายการมองโลกมองเรา) 'Under the Dome' สารคดีเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ