เซาท์ไชน่า มอร์นิงโพสต์ (12 ก.พ.) - หลังจากที่เทคโนโลยีการชำระเงินในห้างสรรพสินค้าเปลี่ยนเป็นระบบอัจฉริยะที่ไม่ต้องมีพนักงานเก็บเงิน ล่าสุด ไป่ตู้แถลงว่าได้พัฒนาระบบที่สามารถประเมินยอดขายได้ชนิดรายวันถัดไปทีเดียว
ขณะที่ อเมซอน (Amazon) อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ได้พลิกโฉมร้านสะดวกซื้อด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภค ที่ไม่ต้องใช้พนักงานเก็บเงิน ในเมืองซีแอตเทิลในเดือนมกราคม
ล่าสุด ไป่ตู้ ได้พัฒนานำไปอีกขั้น โดยพัฒนาระบบที่สามารถประเมินยอดขายของร้านได้ในวันรุ่งขึ้นถัดไป เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิงให้ผู้จัดการร้านตัดสินใจเกี่ยวกับปริมาณ ผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น กล่องข้าวและแซนวิชที่จำเป็นต่อการตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยไม่ก่อให้เกิดของเสียมากเกินไป และบริหารจัดการสต็อคสินค้าให้สอดคล้องกับฤดูและเทศกาล สามารถประเมินและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เกี่ยวกับรูปแบบการบริโภคของผลิตภัณฑ์อาหารที่เน่าเสียง่ายในวันทำงาน หรือฝนตก อันเป็นทักษะเดียวกับคุณสมบัติของผู้จัดการร้าน
Amazon ใช้เทคโนโลยี AI และกล้องเพื่อมอบประสบการณ์การช็อปปิ้ง "จับจ่าย" ที่ร้านขายของ Amazon Go ผู้ซื้อเพียงเลือกรายการของตนและหยิบเดินออกไปโดยระบบชำระเงินอัตโนมัติตามบัญชีอเมซอน หลังจากที่เปิดตัวร้านค้าอัจฉริยะนี้ เวลาไล่เรี่ยกัน อาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้งและ JD.com ผู้ค้าอีคอมเมิร์ซชั้นนำของประเทศจีนทั้งสองราย ก็จะทำระบบที่คล้ายนๆ กันนี้เช่นกัน
ในการทดลอง 10 วันที่จัดทำขึ้นที่ร้านสะดวกซื้อ 10 แห่งทั่วประเทศจีน เทคโนโลยีของไป่ตู้ ช่วยให้กำไรเฉลี่ยของร้านค้าเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 และลดขยะสินค้าลงร้อยละ 30
"เราคาดว่าจนถึงกลางปีพ. ศ. 2561 นี้ จะนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับสาขาต่างๆ ในเมืองหวู่ฮั่นของจีน ประมาณ 200 สาขา โดยการเป็นหุ้นส่วนกับเครือข่ายร้านสะดวกซื้อในวันนี้" หลิว หย่งเฝิง ผู้จัดการโครงการอาวุโสของไป่ตู้ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการกล่าวฯ
"ยิ่งเรารวบรวมข้อมูลได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีความแม่นยำมากขึ้นในการตัดสินใจต่างๆ" หลิวกล่าว
การรุกของไป่ตู้ เกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นของผู้ค้าปลีกทั่วโลก และบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยจะทำให้ลดช่องว่างระหว่างการค้าปลีกออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อมอบประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ดีขึ้นและเพิ่มยอดขาย
สตาร์ทอัพจีนอย่าง บิงโกบ็อกซ์ ก็มีส่วนเพิ่มฐานกลุ่มร้านค้า ให้ลูกค้าชำระเงินผ่านมือถือด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงมากมาย รวมทั้งการจดจำใบหน้าและเสียง
เหวิน หยิง ผู้อำนวยการของ Today Convenience กล่าวว่า ในธุรกิจอาหารสดนั้น เวลาเป็นเงินเป็นทองมาก เพราะผู้ค้าต้องทิ้งอาหารทั้งหมดภายใน 24 ชั่วโมง ที่เหลืออยู่ ซึ่งเหล่านี้ ต้องการการคิดคำนวณตามประสบการณ์ของมนุษย์
แต่ด้วยอัตราการหมุนเวียนของพนักงานในสายธุรกิจนี้ ค่อนข้างสูง ผู้จัดการที่มีประสบการณ์แล้ว ก็ไม่ได้ถ่ายทอดทักษะความรู้ให้ผู้มารับงานต่อ บ่อยครั้งจึงเผชิญปัญหาผู้จัดการร้านไม่มีประสบการณ์ แต่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของไป่ตู้ เราสามารถตรวจสอบข้อมูล เพื่อคำนวณปริมาณการสั่งซื้อที่เหมาะสมได้ โดยไม่ต้องพึ่งประสบการณ์ของผู้จัดการร้านแบบเดิมๆ
เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2560) บิงโก บ็อกซ์ สตาร์อัพจีนได้เปิดร้านสะดวกซื้อไร้พนักงานขาย ใกล้กับซูเปอร์มาร์เก็ตอู่ซาง ในเขตหยังผู่ นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งไม่มีพนักงานขาย และลูกค้าสามารถสแกนรหัส หรือคิวอาร์โค้ดที่ประตูเพื่อเข้าร้าน ประตูจะปิดล็อคเมื่อลูกค้าเข้าร้าน และหากลูกค้าคนอื่นต้องการเข้ามาก็ต้องสแกนรหัสก่อน
แม้ว่าร้านค้านี้จะไม่ใหญ่ แต่มีสินค้าให้เลือกมากมาย จุดเด่นของร้านคือสินค้าราคาถูกกว่าร้านสะดวกซื้ออื่นๆ อย่างไรก็ตาม อาจจะไม่เป็นที่นิยมของลูกค้าที่ไม่คุ้นเคยในการชำระเงินผ่านมือถือ
ทั้งนี้ ร้านสะดวกซื้อแนวนี้ มีต้นทุนค่าใช้จ่ายน้อยลงในการสร้างและบริหาร สำหรับตอนนี้ บิงโก บ็อกซ์ เปิดร้านในเขตที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ ในเซี่ยงไฮ้แล้ว สองร้าน


