xs
xsm
sm
md
lg

จีนเคาะระฆังเชื่อมตลาดหุ้นเซินเจิ้น-ฮ่องกง พานักลงทุนทั่วโลกทำความรู้จักหุ้นมังกร

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เหลียง เจิ้นอิง ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (คนที่สามจากขวา) และโชว ชุง-กง ประธานบริหารตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEx) และเจ้าหน้าที่รัฐจากนครเซินเจิ้น เปิดการเชื่อมต่อกับตลาดหุ้นเซินเจิ้น ณ สำนักงานตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง วันที่ 5 ธ.ค. 2559 (ภาพ รอยเตอร์ส)
เอเจนซี - นักวิเคราะห์มองโครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้นเซินเจิ้นกับตลาดหุ้นฮ่องกง (Shenzhen and Hong Kong Stock Connect) เปิดตัวไม่หวือหวาเท่าเซี่ยงไฮ้ แต่เหมาะสมแล้วกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ด้านผู้นำฮ่องกงเชื่อมั่นเป็น “สุดยอดตัวกลาง” เชื่อมกระดานหุ้นจีน-โลก

ในช่วงเช้าของวันจันทร์ (5 ธ.ค.) ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่รัฐบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมกฎระเบียบ และผู้บริหารระดับสูงจากตลาดหุ้นทั้งสองแห่งตบเท้าเข้าร่วมพิธีเปิดตัวโครงการฯ อย่างยิ่งใหญ่ ณ สำนักงานตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในย่านเขตกลาง (Central District) ของเกาะฮ่องกง

โดยการซื้อขายหุ้นจากฝั่งฮ่องกงสู่จีน (northbound) และจากฝั่งจีนสู่ฮ่องกง (southbound) ของกลุ่มนักลงทุนได้แตะหลัก 1,350 ล้านหยวน (ราว 6,750 ล้านบาท) และ 442 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 2,471 ล้านบาท) ตามลำดับ เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีหุ้นของเอชเอสบีซี (HSBC) และคอนคา กรุ๊ป (Konka Group) เป็นกลุ่มแรกที่ทำการซื้อขายบนกระดานหุ้นข้ามแผ่นดินนี้

รายงานข่าวระบุว่า ปริมาณการซื้อขายดังกล่าวนับว่าต่ำกว่าตอนโครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง (Shanghai-Hong Kong Stock Connect) ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2557 ค่อนข้างมาก โดยเวลานั้นการซื้อขายจากฝั่งฮ่องกงสู่จีนและจากฝั่งจีนสู่ฮ่องกงสูงถึง 3,040 ล้านหยวน (ราว 15,200 ล้านบาท) และ 1,370 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 7,658 ล้านบาท) ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี นิโคล หยวน รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายหลักทรัพย์ของบริษัท เครดิต สวิส (Credit Suisse) ประจำจีนแผ่นดินใหญ่ กล่าวว่า โครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้นเซินเจิ้น-ฮ่องกงนั้นออกตัวได้ดีแล้ว แม้การซื้อขายจะไม่ได้คึกคักสุดโต่งหรือมีการถ่ายเทของเงินทุนก้อนยักษ์สู่ตลาดใดตลาดหนึ่งก็ตาม

นิโคลเสริมว่า เธอคาดหวังให้การซื้อขายเพิ่มปริมาณในอนาคต โดยสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การไหลเวียนของเงินทุน แต่เป็นการเปิดช่องทางให้กลุ่มนักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าซื้อหุ้นในสนามเศรษฐกิจจีนรูปแบบใหม่ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น

“เป็นการเริ่มต้นที่ดีและทำให้เห็นว่าคนบางกลุ่มทำงานบางส่วนสำเร็จ เราหวังว่าความสนใจจะยังขยายตัวต่อไปเรื่อยๆ” นิโคลกล่าว “แต่ก็ต้องตั้งความหวังอย่างมีขอบเขต อย่าลืมข้อเท็จจริงว่ากลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังต้องสร้างความคุ้นเคยกับตลาดหุ้นจีนอีกมาก”

นอกจากนั้นนิโคลมองว่า ความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk appetite) ซึ่งอยู่ในระดับต่ำอันเป็นผลจากสถานการณ์อันลุ่มๆ ดอนๆ ในต่างประเทศ อาทิ กรณีโดนัลด์ ทัมป์ ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ การทำประชามติของอิตาลี และการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร ได้บดบังความน่าสนใจของโครงการฯ ลงไป

ด้านเหลียง เจิ้นอิง ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ระบุว่า โครงการฯ นี้จะส่งเสริมฮ่องกงในฐานะสุดยอดตัวกลางที่เชื่อมต่อโลกกับจีนแผ่นดินใหญ่ และการเป็นศูนย์กลางซื้อขายเงินหยวนในต่างประเทศ รวมถึงการขยับขยายสู่กองทุนอีทีเอฟ (ETF) หลังโครงการฯ ดำเนินงานได้ราบรื่นขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ โครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้นเซินเจิ้นกับตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งเดิมทีกำหนดเปิดตัวช่วงปลายปีก่อนแต่ต้องเลื่อนออกมาเพราะตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่เจอมรสุมเทขายครั้งรุนแรง อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติซื้อขายหุ้น 881 รายการของตลาดหุ้นเซินเจิ้นภายใต้โควตา 13,000 ล้านหยวนต่อวัน ส่วนชาวจีนแผ่นดินใหญ่สามารถซื้อขายหุ้น 417 รายการของตลาดหุ้นฮ่องกงภายใต้โควตา 10,500 ล้านหยวนต่อวัน

ขณะที่โครงการเชื่อมต่อตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้-ฮ่องกง ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อสองปีก่อน อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติซื้อขายหุ้นระดับเอ (A shares) 568 รายการของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และหุ้น 315 รายการของตลาดหุ้นฮ่องกง

เฮเลน หว่อง หัวหน้าฝ่ายบริหารของเอชเอสบีซีในจีนแผ่นดินใหญ่ กล่าวว่า การเชื่อมต่อเซินเจิ้นกับฮ่องกงจะช่วยให้นักลงทุนทั่วโลกพบมุมที่กว้างขึ้นของหลักทรัพย์จีน และช่วยให้นักลงทุนชาวจีนแผ่นดินใหญ่มีตัวเลือกในตลาดหุ้นฮ่องกงมากกว่าอดีต

“จีนมีเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง (Pearl River Delta) และนครเซินเจิ้นที่กลายเป็น ‘ซิลิคอน วัลเลย์’ (Silicon Valley) แดนมังกร การขยายช่องทางเข้าถึงตลาดหุ้นเซินเจิ้นจึงมอบโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกได้ลงทุนในบริษัทท้องถิ่นไฟแรงจำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบัน”

กำลังโหลดความคิดเห็น