xs
xsm
sm
md
lg

'โลกดั่งละคร! เมื่อมาเฟียจีนส่งสมุนไปเรียนนายร้อยตำรวจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: เกรียงไกร พรพิพัฒน์กุล

ภาพยนตร์เรื่อง สองคนสองคม 2 (Infernal Affairs 2) ซึ่งไฉจิง นำมาเปรียบเปรยกับขุมหลืบดำมืดของเหล่ามาเฟียเจ้าพ่อนี้ หากแปลตามตัวหนังสือชื่อเรื่องภาษาจีน 無間道 จะมีความหมายว่า ทางพรากหายนะที่ไม่มีจุดสิ้นสุด หรือ นรกอันไม่มีผุดเกิด โดยเป็นเรื่องราวของเหล่าตัวละคร ซึ่งต่างก็เวียนว่ายอยู่ในขุมนรก เฉกเช่น อเวจี หรือนรกขุมที่ 8 นั่นเอง (ภาพเอเจนซี)
'อเวจี ฤานรกชั่วกัปชั่วกัลป์ กาลเวลาหยุดนิ่ง ไร้ขอบเขต ทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด สำหรับทุกดวงวิญญาณ'

บทเกริ่นนำอ้างอิงถ้อยคำพระสูตร เกี่ยวกับนรกอเวจี ในภาพยนตร์ 'สองคนสองคม' (Infernal Affairs) ภาพยนตร์ฮ่องกงแนวแอ็กชั่น ดราม่านี้ คือบทสรุปแห่งเรื่องราวของมาเฟียใหญ่ฮ่องกงผู้ชุบเลี้ยงเด็กหนุ่มฝีมือดี พร่องคุณธรรมเป็นลูกสมุน และส่งไปเรียนโรงเรียนตำรวจเพื่อสืบดูลาดเลาและให้ความคุ้มครองแก๊งของพวกตน ขณะที่ในอีกด้านกลับกัน ตำรวจอนาคตไกล กลับต้องดำรงวิถีแฝงตัว เป็นสายสืบ ไร้ตัวตนสละชีพเพื่อสะกดรอยหมู่โจร โดยกลวิธีนำเสนอของภาพยนตร์เรื่องนี้ระทึกขวัญและยอกย้อนจนอาจจะดูเหมือนจินตนาการในโลกนิยายที่ไม่มีในโลกจริง

ล่าสุด (13 ม.ค.) เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานอ้างนิตยสารไฉจิง (财经网) กรณีทุจริตคอร์รัปชั่นในเขตพื้นที่อันอุดมมั่งคั่งไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มณฑลซานซี ว่ามีเบื้องหลังโยงใยความเกี่ยวข้องกันระหว่างองค์กรอาชญากรรมกับผู้บังคับใช้กฎหมาย

ไฉจิง รายงานรูปแบบขององค์กรอาชญากรรมหนึ่งในเมืองหลู่เหลียง ที่มีชื่อว่า "แก๊งนกกระจอก" ได้ใช้วิธีอุ้มชูอุปการะสมุนส่งเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยหัวหน้าแก๊ง เฟิง เสี่ยวฉวน ได้ส่งสมุนสมาชิก 15 คน เข้าสอบเป็นนักเรียนนายร้อย หลังจากสำเร็จได้รับการบรรจุรับตำแหน่งฯ ส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติงานเป็นตำรวจในเมืองจงหยาง เขตปกครองหนึ่งของเมืองหลู่เหลียง อันเป็นพื้นที่ฝังตัวประกอบมิจฉาชีพของแก๊งนกกระจอกนั่นเอง

ในการนี้เหล่าตำรวจสมุนแก๊ง ก็ทำคดีสืบสวนจับกุมสมาชิกแก๊งที่ทำตัวเป็นคนเรียกเก็บค่าเช่าที่ และทวงหนี้ เพื่อกลมกลืนว่าเป็นตำรวจสุจริต หลีกเลี่ยงหูตาของหน่วยสืบสวนกลางฯ

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการณ์แฝงของเหล่าโจรสลับหน้าสองคนสองคมนี้ ก็ถูกเปิดโปงในปี 2547 โดยทางการสามารถจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิดในข้อหาทุจริตฯ ได้ 67 คน รวมทั้งนายเฟิงหัวหน้าแก๊งด้วย พร้อมกับอาวุธปืน 47 กระบอก กระสุนกว่า 1,400 นัด

รายงานของไฉจิง ยังอ้างถึงคดีสืบสวนอีกหลายคดีในเมืองซานซีรอบสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งบรรดานักธุรกิจมักจะว่าจ้างเหล่ามาเฟียเจ้าพ่อ อีกทั้งพบว่าคนเหล่านี้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง หรืออย่างน้อยก็พัวพันเส้นสายใกล้ชิดกับผู้บังคับใช้กฎหมายในกระบวนการยุติธรรม

การสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฯ มาเฟียเจ้าพ่อ และนักธุรกิจในมณฑลซานซี ซึ่งมีทรัพยากรถ่านหินมหาศาล ได้สร้างความร่ำรวยให้กับมหาเศรษฐีจีนจากผลประโยชน์ที่ได้มาโดยทุจริต

จากคำบอกเล่าของแหล่งข่าวผู้เคยอยู่ในวงการพนัน ระบุว่า เหล่ามาเฟียจำนวนมาก ยังทำมาหากินโดยการหลอกลวงเหล่าเจ้าของกิจการเหมืองถ่านหิน เข้าเสี่ยงโชคในวงการพนันมาเก๊า ซึ่งเคยถูกปราบทลายครั้งหนึ่งในปี 2548 และว่า คนเหล่านี้ได้ผลประโยชน์มากกว่าร้อยละ 40 ของยอดเงินที่ได้จากผู้เสียพนัน ขณะที่หลายคนก็เข้าเป็นหุ้นส่วนในบ่อนคาสิโนเสียเอง

โจว อู่ชิง หัวหน้าหนึ่งในสมการหลักนรกสองคนสองคม ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองจิ่นเฉิง จับกุมในปี พ.ศ. 2552 ทำหน้าที่ประสานจัดจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมสำหรับเหล่านักพนันที่ถูกลวง แลกเปลี่ยนเงินและจัดหานางบำเรอสำหรับแขกทุกคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเศรษฐีระดับพันล้านฯ ในวงการอุตสาหกรรมถ่านหิน รวมถึงผู้บริหารของกิจการวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐด้วยเช่นกัน โดยหลายคนถูกลวงสูญเงินทั้งหมดของตนในชั่วข้ามคืน และหากไม่มีเงินจ่ายก็ต้องกู้ยืมด้วยอัตราดอกเบี้ยสูง อีกทั้งเผชิญกับการถูกทำร้าย

นิตยสารไฉจิง ระบุว่า มณฑลซานซี เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของรัฐบาลกลางในการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2549 มานี้ กระบวนการสืบสวนคดีใหญ่ๆ กว่า 14 คดี กลับก็ต้องสะดุดตกราง เนื่องจากการแทรกซึมฝังตัวของเหล่าเจ้าพ่อมาเฟียในหน่วยงานรัฐ และตำรวจผู้ฉ้อฉล

บทความของไฉ่จิงนี้ มีขึ้นหลังจากเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา คณะกรรมการกลางตรวจสอบวินัยพรรค (Central Committee for Discipline Inspection) แห่งพรรคคอมมิวนิสต์แถลงยอมรับเป็นครั้งแรกว่า มีกลุ่มคนในแก๊งมาเฟียอย่าง 'แก๊งซานซี' 'แก๊งปิโตรเลียม' 'แก๊งเลขาธิการ' ได้แฝงตัวอยู่ในองค์กรรัฐฯ

ขณะที่ซินหวารายงานว่า ผู้นำระดับสามพยัคฆ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ ได้แก่ โจว หย่งคัง อดีตหัวหน้าหน่วยงานด้านความมั่นคง คณะกรรมการประจำกรมการเมืองหรือโปลิตบูโร, สีว์ ไชโห่ว ตำรวจใหญ่ระดับนายพลอดีตสมาชิกโปลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์จีน อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการทหารกลาง และนาย ลิ่ง จี้ฮว่า อดีตที่ปรึกษาคนสำคัญของ ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา คือกลุ่มเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดกลุ่มแรก ที่ถูกจับกุมสอบสวนในความผิดทุจริตคอร์รัปชั่น

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง สองคนสองคม (Infernal Affairs) ซึ่งไฉจิง นำมาเปรียบเปรยกับขุมหลืบดำมืดของเหล่ามาเฟียเจ้าพ่อนี้ หากแปลตามตัวหนังสือชื่อเรื่องภาษาจีน 無間道 จะมีความหมายว่า 'ทางพรากหายนะที่ไม่มีจุดสิ้นสุด' หรือ 'นรกอันไม่มีผุดเกิด' โดยเป็นเรื่องราวของเหล่าตัวละคร ซึ่งต่างก็เวียนว่ายในขุมนรก เฉกเช่น 'อเวจี' หรือนรกขุมที่ 8 นั่นเอง

'อเวจี ฤานรกชั่วกัปชั่วกัลป์ กาลเวลาหยุดนิ่ง ไร้ขอบเขต ทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด สำหรับทุกดวงวิญญาณ'
ภาพยนตร์เรื่อง สองคนสองคม (Infernal Affairs) หนึ่งในไตรภาคแอคชั่นระทึกขวัญที่โด่งดังของฮ่องกง ฉายในปี พ.ศ. 2546



'ลาก่อนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์' ฉากสำคัญในภาพยนตร์ฯ กับบทเพลงประกอบของ 'เฝิงซีหยู