ASTVผู้จัดการออนไลน์/เอเจนซี-- ต่อไปนี้ เป็นคำบอกเล่าของบรรดาผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดในภัตตาคารสุกี้ ที่คร่าชีวิตประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 14 ราย หลายๆคนกระเสือกกระสน หนีไฟนรกที่ลุกโหมหลังระเบิด พุ่งตัวออกทางหน้าต่างชั้นสอง
ราวสองทุ่มของวันศุกร์ (24 พ.ย.) เสียงระเบิดดังสนั่นแรงสั่นสะเทือนราวแผ่นดินไหวเขย่าภัตตาคารอาหารต้มหม้อไฟ “สี่หยังหยัง” ในเมืองชนบทโซ่วหยัง มณฑลส่านซี
แรงระเบิดทรงพลานุภาพ จนกระจกหน้าต่างรถยนต์แตกกระจาย ประตูเหล็กหน้าร้านค้าที่ตั้งอยู่บนฝั่งตรงข้ามถนน หักงอ
ลูกค้ารายหนึ่งในร้าน นาย หยวน เหอผิง กำลังกินอาหารค่ำกับภรรยาที่ชั้นล่างของภัตตาคาร 3 ชั้น เล่าเหตุการณ์แก่ผู้สื่อข่าวสำนักซินหวา ว่าเขาได้ยินเสียงดังบึ้ม และรู้สึกร้อนบาดเนื้อบาดตัว ควันดำเต็มไปหมดทั้งห้อง
หยวนคว้าเสื้อหนาวตัวนอก ปิดปาก และกระโจนออกจากร้านทางหน้าต่าง ส่วนภรรยาก็รอดชีวิต ทั้งสองบาดเจ็บเล็กน้อย
แพทย์ที่โรงพยาบาลประชาชนแห่งโซ่วหยังบอกกับสื่อฮ่องกง เซาท์ ไชน่ามอร์นิ่ง โพสต์ ว่า เหยื่อระเบิดจากภัตตาคารสี่หยังหยัง หลายคนมีอาการสาหัสจากไฟลวก หรือโดนเศษซากขยะจากระเบิด
“ครอบครัวของเหยื่อบางคนก็โทรมาให้ช่วยไประบุตัวญาติผู้เสียชีวิตหลังเที่ยงคืน” แพทย์คนหนึ่งกล่าวโดยไม่เผยชื่อ
“เสียงร้องของพวกเขายังหลอนอยู้ในหูของผมนี่ เมืองของพวกเราเป็นชนบทเล็กๆ เราไม่เคยเห็นหายนะร้ายแรงเช่นนี้มาก่อน”
เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจากระเบิด 47 คน มี 11 คน ยังอยู่ในขั้นโคม่าเมื่อวานนี้ สำนักข่าวซินหวาระบุว่า ผู้บาดเจ็บ 31 ราย ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ในเมืองไท่หยวน
“แรงระเบิดแรงมาก ยังกับแผ่นดินไหว ฉันกลัวมาก ไม่กล้าแม้แต่มองที่ที่นั่นลย
“ผู้คนชอบกินต้มหม้อไฟกันในหน้าหนาว และภัตตาคารทุกแห่งก็ใช้ถังแก๊สเพราะมีราคาถูกกว่าไฟฟ้า” เจ้าของร้านซักรีดใกล้กับที่เกิดเหตุเล่า
ขณะนี้กลุ่มเจ้าหน้าที่กำลังไต่สวนสาเหตุที่แน่นอน โดยสันนิษฐานว่า มาจากแก๊สรั่วจากกระบอกแก๊สใต้โต๊ะอาหาร เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังประหลาดใจกับขนาดความแรงของระเบิด “ผมช็อกและงงมาก ที่มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ ถังแก๊สระเบิดแค่ถังเดียว ไม่น่าตายมากขนาดนี้”
เหตุแก๊สบึมในเหมืองถ่านหิน ดับอีก 18 ชีวิต
และในวานนี้(25 พ.ย.) มีรายงานข่าว เกิดเหตุแก๊สในเหมืองถ่านหินลิ่วพานสุ่ย มณฑลกุ้ยโจว มีผู้เสียชีวิตแล้ว อย่างน้อย 18 คน อีก 5 คน ติดอยู่ในเหมือง
ทั้งนี้ ปฏิบัติการเหมืองในจีน มีชื่อเสียกระฉ่อนว่า อันตรายที่สุดในโลก เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ได้ผลักดันความต้องการพลังงาน และเจ้าของเหมืองจำนวนมากเร่งการผลิตถ่านหินปริมาณมากโดยละเลยเข้มงวดมาตรการความปลอดภัย ชีวิตคนงาน
เมื่อปีที่แล้ว (2554) คนงานเหมือง 1,973 คน ต้องสังเวยชีวิตในอุบัติเหตุเหมือง ซึ่งยังนับเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าปีก่อนหน้า 19 เปอร์เซ็นต์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่พยายามกวดขันมาตรการปลอดภัย ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษย์ชนชี้ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเหมืองในจีน น่าจะสูงกว่ารายงานของหน่วยงานรัฐ เนื่องจากการปกปิดข่าวของบรรดาเจ้าของเหมือง ที่กลัวถูกปิดกิจการ