xs
xsm
sm
md
lg

กระแสแบ็กแพ็คบูมสนั่น ตี๋-หมวยจีนเห่อเที่ยวนอก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


รอยเตอร์ – วัยรุ่นจีนแสวงหาความท้าทาย เสี่ยงผจญภัย สะพายเป้แบ็กแพ็คเที่ยวด้วยตัวเอง ชี้การผ่อนคลายกฎควบคุมการท่องเที่ยวกับภาวะเศรษฐกิจบูมเป็นปัจจัยสำคัญ ทำยอดนักท่องเที่ยวจีนทะยาน เผยแบ็กแพ็คกลายเป็นกระแสแฟชั่นสุดฮิต วัยรุ่นกล้าเที่ยวมากขึ้น

“การท่องเที่ยวทำให้ทัศนคติที่ผมมีต่อโลกเปลี่ยนไปในทุกๆมิติ ทั้งด้านการดำรงชีวิตและการทำงาน” เฉาจี้อิน บัณฑิตสาขาจิตวิทยาวัย 24ปีจากเมืองหังโจว ผู้แบกเป้เที่ยวทั่วอินเดียเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมากล่าว

ภาพความเปลี่ยนแปลงนี้กลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ สำหรับสังคมจีนที่เมื่อทศวรรษที่แล้ว การเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศเป็นอภิสิทธิ์ที่สงวนไว้เฉพาะชนชั้นนำทางการเมืองเท่านั้น ทว่าวันนี้กฎเกณฑ์ที่คลายตัวลงพร้อมกับการเปิดประเทศและสภาวะเศรษฐกิจที่โตวันโตคืน ทำให้ชาวจีนหลายล้านคนเลือกซื้อแพ็คเกจทัวร์ต่างประเทศกันอย่างจุใจ

อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นจีนหลายต่อหลายคนกลับเลือกที่จะแสวงหาความท้าทายด้วยการสะพายเป้ ท่องเที่ยวทั่วผืนแผ่นดินจีนด้วยตัวเอง และลามไปถึงยุโรป แอฟริกา และสถานที่ที่ท้าทายชวนแสวงหาอื่นๆ

“ทุกวันนี้การท่องเที่ยวกลายเป็นแฟชั่นสำหรับวัยรุ่น” ไฉ่จิงฮุ่ย ผู้จัดทำคู่มือท่องเที่ยวโลนลี่แพลเน็ต (Lonely Planet) ฉบับภาษาจีนกล่าวกับรอยเตอร์

“สำหรับวัยหนุ่มสาว การท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ ไม่นับว่าเป็นการท่องเที่ยวที่แท้จริง แถมยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าคุณเป็นคนที่ไม่มีความสามารถที่จะแสวงหาความท้าทาย” ไฉ่กล่าวขณะให้สัมภาษณ์ในคาเฟ่แห่งหนึ่งท่ามกลางฝูงแบ็กแพ็คเกอร์ชาวจีนและต่างชาติ

กระแสมาแรง

เมื่อปี 2006 โลนลี่แพลเน็ต ผู้ผลิตคู่มือท่องเที่ยวขวัญใจแบ็กแพ็คเกอร์เริ่มผลิตคู่มือท่องเที่ยวภาษาจีน โดยตีพิมพ์คู่มือท่องเที่ยวยุโรปฉบับภาษาจีนจำนวน 5,000 เล่มซึ่งขายหมดภายใน 1 เดือน

ขณะนี้โลนลี่แพลเน็ตกำลังคัดเลือกนักสะพายเป้ชาวจีนสำหรับการเขียนคู่มือท่องเที่ยวสำหรับชาวจีนโดยเฉพาะ เพื่อปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน อาทิ รายชื่อร้านอาหารจีนในกรุงโรม

“เราตระหนักว่าเราประเมินตลาดคู่มือท่องเที่ยวยุโรปต่ำไป เราไม่ได้คิดว่าอุปสงค์ต่อคู่มือท่องเที่ยวยุโรปจะมากมายขนาดนี้” ไฉ่กล่าว

ทั้งนี้กรมสถิติแห่งชาติเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางตะลุยต่างแดนว่า เพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เฉพาะปี 2006 มีการเดินทางไปต่างประเทศถึง 35 ล้านครั้ง เทียบกับปี 1990 ที่มีการเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศแค่ 620,000 ครั้ง

นอกจากนี้การท่องเที่ยวในประเทศยังพลอยเป็นที่นิยมไปด้วย เฉพาะช่วงฉลองวันแรงงานซึ่งเป็น 1 ในสัปดาห์ทองวันหยุดยาวของประเทศ ประชาชนกว่า150 ล้านคนต่างแย่งชิงกันเที่ยวจนเกิดปัญหานักท่องเที่ยวทะลักสถานที่สำคัญต่างๆ

ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กระแสแบ็กแพ็คและการท่องเที่ยวด้วยตัวเองกลายเป็นแฟชั่นที่นิยม จนหูเติ้ง อาจารย์มหาวิทยาลัยประชาชนจีน ถึงกับเปิดสอนวิชา “การท่องเที่ยวด้วยตัวเอง”

ชั้นเรียนของหูเป็นชั้นเรียนที่มีคนเต็มเสมอ โดยปกติจะมีนักศึกษามาลงทะเบียนเรียนมากกว่า 500 คนจนเต็มห้องบรรยาย หลายคนต้องยืนเรียน ในชั้นเรียนหูจะสอนวิธีการเอาตัวรอดจากเจ้าหน้าที่วีซ่าสุดโหด, การเอาชีวิตรอดเมื่อเผชิญกับอาหาร และผู้คนที่ไม่คุ้นเคย และวิธีการหาที่พักราคาถูก
“ผมมีหน้าที่เป็นแค่หน้าต่าง พวกเขาเพียงพึ่งผมเป็นเครื่องมือในการมองโลกกว้าง, การท่องเที่ยวด้วยตัวเอง ทำให้เรารู้จักเคารพผู้อื่น” หูกล่าว

นอกจากนี้ กระแสแบ็กแพ็คบูมยังพลอยทำให้ธุรกิจค้าอุปกรณ์แบ็กแพ็คพลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วย พื้นที่การค้าอู่เต้าโค่วใกล้บริเวณมหาวิทยาลัยปักกิ่ง จึงกลายเป็นแหล่งค้าขายอุปกรณ์ท่องเที่ยวที่คึกคัก

เฉินซี วัย 21 ปี แบ็กแพ็คเกอร์จากมหานครฉงชิ่ง ผู้ตระเวณไปทั่วทั้ง ตุรกี, อินเดีย, ปากีสถาน และเกาหลีใต้ กล่าวว่า “การใช้เวลานานๆ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ให้ความรู้สึกที่ดีกว่าการเที่ยวไปยังสถานที่จำนวนมากในเวลาจำกัด”

“เพื่อนของฉันหลายคนต่างตื่นเต้นสนใจเรื่องเล่าของฉัน ทว่าพวกเขากลับไม่กล้าที่จะก้าวออกไปยังสถานที่นั้นๆด้วยตัวเอง” เฉินกล่าว

วีซ่าเจ้าปัญหา

อย่างไรก็ตาม นักสะพายเป้ชาวจีนก็ประสบกับปัญหาที่คาดไม่ถึง ซึ่งชาวตะวันตกไม่เคยประสบมาก่อนนั่นคือ ปัญหาเรื่องวีซ่า มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ยอมให้วีซ่าเข้าออกอย่างอิสระกับพลเมืองจีน การขอวีซ่าเป็นเรื่องยากและมีราคาแพง จำต้องเข้าแถวรอคิวยาวเหยียด แถมยังไม่แน่ใจว่าจะได้รับอนุมัติหรือไม่

“วีซ่าเป็นปัญหาหนักอกของพวกเรา ฤดูร้อนที่ผ่านมาฉันเพิ่งถูกประเทศไนจีเรียปฏิเสธวีซ่า” เฉินกล่าว

นอกจากนี้ เมื่อเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง นักสะพายเป้จีนมักพบว่าชาวต่างชาติมองพวกเขาเหมือนของแปลก ต่างคนต่างรุมล้อมเข้ามาถามไถ่ถึงประเด็นมหกรรมกีฬาโอลิมปิก, สิทธิมนุษยชน และประเด็นร้อนอื่นๆ

“ผมพูดไม่ค่อยเก่ง ผมเพียงแสดงทัศนะของผมต่อประเด็นเหล่านั้น ผมไม่ได้พูดถึงประเด็นเหล่านั้นอย่างลึกซึ้ง” ไฉ่รำลึกถึงประสบการณ์ที่เขาได้ประสบมาพร้อมสาธยายวิธีการรับมือภาวะการณ์ที่แบ็กแพ็คเกอร์แดนมังกรไม่ค่อยอภิรมณ์นัก