เอเอฟพี-การขยายตัวของอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วของจีนทำให้โลมาสีขาว ซึ่งเป็นโลมาน้ำจืดที่อาศัยอยู่บนโลกมากว่า 20 ล้านปี มีแนวโน้มสูญพันธุ์ นักชีววิทยาจีนและอังกฤษกล่าวเมื่อวันพุธ(8)
โดยปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์จากจีน ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐฯร่วมกันค้นหาถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของโลมาสีขาว หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “ไป๋จี้” บริเวณแม่น้ำแยงซีเกียงเป็นเวลา 6 สัปดาห์แต่ล้มเหลว
“ผลการค้นหาดังกล่าวบ่งบอกว่า ไป๋จี้อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว มันเป็นหนึ่งในเหยื่อของมลพิษอันเลวร้าย,การลักลอบจับสัตว์น้ำอย่างผิดกฎหมาย และการจราจรของเรือบรรทุกสินค้าหนักในแม่น้ำแยงซีเกียง”หวังติง ผู้นำการค้นหาและเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์สัตว์จากบัณฑิตยสถานด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีนกล่าว
นอกจากนี้ ผลการค้นพบยังบ่งชี้ว่า ไป๋จี้อาจกลายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดแรกที่สูญพันธุ์ในช่วง 50 กว่าปีนี้ มันเป็นญาติห่างๆกับโลมาปากขวด ซึ่งอยู่ในรายชื่อสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เช่นเดียวกัน
จดหมายของทีมสำรวจโลมาที่เผยแพร่ในวารสารรอยัล โซไซตี้ เลตเตอร์ส ในอังกฤษ ระบุ โลมาสีขาวสูญพันธุ์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้การค้นหาเพิ่มเติมในปีนี้จะประสบความล้มเหลวเช่นเคย แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สิ้นหวัง
สืบเนื่องจากมีการพบเห็นไป๋จี้ ซึ่งมีลักษณะเด่นคือจงอยปากยาวและมีฟัน, ครีบหลังต่ำ ครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา และการยืนยันจำนวนโลมาสีขาวครั้งสุดท้ายโดยทีมสำรวจเมื่อปี 1997 มีทั้งสิ้น 13 ตัว
ตามรายงานของเว็บไซต์ baiji.org ซึ่งจัดตั้งโดยกลุ่มอนุรักษ์ระหว่างประเทศ เชื่อว่า มีไป๋จี้มากถึง 5,000 ตัว อาศัยอยู่ในแม่น้ำแยงซีเกียงตอนล่างกว่า 100 ปีที่ผ่านมา
“การลดจำนวนลงของประชากรไป๋จี้ เกิดจากมนุษย์ไปทำลายแหล่งที่อยู่น้ำจืดของมันอย่างรุนแรง เช่น การจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย และของเสียจากการเกษตรและโรงงานที่ปล่อยทิ้งลงแม่น้ำ” เว็บไซต์ระบุ
สัตว์น้ำชนิดอื่นที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำแยงซีเกียง ก็ใกล้สูญพันธุ์เช่นเดียวกัน เช่น ปลาสเตอร์เจียนจีน และโลมาหัวบาตรหลังเรียบ
ด้าน กลุ่มรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ กองทุนสัตว์ป่าโลก(WWF) ได้เตือนว่า โลมาแม่น้ำเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพของแม่น้ำ และบ่งชี้ว่าน้ำสะอาดพอสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น
“โลมาเป็นเหมือนยามเฝ้าแม่น้ำ โดยมลพิษระดับสูงที่สะสมอยู่ในร่างกายของพวกเขา จะเป็นสัญญาณเตือนคุณภาพน้ำที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหากับทั้งโลมาและประชาชนที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำจากแม่น้ำ และการสูญพันธุ์ของมันแสดงว่ามนุษย์ไม่ได้ช่วยเหลือรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่” เจมี่ พิตท็อก หัวหน้าโครงการน้ำจืดโลกของ WWF กล่าว.


