เอเจนซี่29/12/06 – วงการวิทยาศาสตร์แดนมังกรก้าวหน้า ล่าสุดทีมนักวิจัยสามารถขยายพันธุ์ฝ้าย GMO ต้านโรคต้านแมลงเพิ่มเป็น 55 สายพันธุ์ ขณะที่มหาวิทยาลัยนอร์ธอีสต์ อะกรีเคาเจอรัล ได้ลูกหมูเรืองแสงคอกแรก จากการฉีดโปรตีนสกัดจากแมงกะพรุนเข้าไปในนิวเคลียสเซลล์ตัวอ่อนสุกร
หลิวเหยียนฮัว รองรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีนเผย ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนได้พัฒนาฝ้ายตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็ม) สายพันธุ์ใหม่ขึ้น 55 ชนิด สร้างกำไรให้กับเศรษฐกิจจีนถึง 16,800 ล้านหยวน (2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ) โดยได้เพาะปลูกฝ้ายสายพันธุ์ใหม่เพื่อการพาณิชย์ คลอบคลุมพื้นที่กว่า 66,670 ตารางกิโลเมตร
ฝ้ายสายพันธุ์ใหม่นี้จะมีคุณสมบัติเฉพาะ อาทิ สามารถต่อต้านโรค วัชพืช และหนอน และให้ผลผลิตสูง ซึ่งหลิวเหยียนฮัวกล่าวว่า การวิจัยพันธุวิศวกรรมอาหารช่วยส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีตัดแต่งพันธุกรรมของจีนและช่วยสร้างความมั่นคงด้านซัปพลายอาหาร ตลอดจนเพิ่มแรงแข่งขันด้วย
ทั้งนี้ ฝ้ายกลายเป็นพืชตัดแต่งพันธุกรรมที่ปลูกกันแพร่หลายมากที่สุดในจีน หลังจากจีนเริ่มผลิตฝ้ายตัดแต่งพันธุกรรมสายพันธุ์แรกเมื่อปี ค.ศ 1998 โดยการปรับแต่งทางพันธุกรรมหรือพันธุวิศวกรรม (Genetic Modification or
Genetic Engineering) เป็นการแยก ปรับแต่ง หรือเพิ่มเติมยีนจากสิ่งมีชีวิตอื่น อาทิ พืชและแบคทีเรียตัดต่อเข้าไปยังพืช กระบวนการดังกล่าวทำให้ฝ้ายมีคุณสมบัติสามารถต่อต้านแมลงได้
ฝ้ายจีเอ็มสายพันธุ์ต่อต้านแมลงของจีนครองส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศจาก 5% ในปี 1998 เป็นมากกว่า 70% ในปี 2005
ปัจจุบัน จีนได้พัฒนาพืชตัดแต่งพันธุกรรมมากกว่า 100 ชนิด แต่รัฐบาลจีนอนุญาตให้นำออกสู่ตลาดเพียง 5 ประเภทเท่านั้น ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด เมล็ดพืชน้ำมัน ฝ้าย และมะเขือเทศ
นอกจากจีนจะประสบความสำเร็จในการตัดต่อพันธุกรรมเพิ่มสายพันธุ์ฝ้ายแล้ว ล่าสุด มหาวิทยาลัยนอร์ธอีสต์ อะกรีเคาเจอรัลของจีน หลังจากฉีดโปรตีนที่สกัดจากแมงกะพรุนเข้าไปในนิวเคลียสของเซลล์ตัวอ่อนหมู เพื่อเพาะให้เกิดหมูที่มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ในที่สุดสุกรน้อย “เรืองแสง” 3 ตัวแรกก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างปลอดภัย นับเป็นความสำเร็จครั้งแรกของจีนในการบ่มเพาะหมูเรืองแสง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวัน เคยทำได้มาแล้ว
หมูเรืองแสง 3 ตัวนี้ เป็นผลงานการทดลองชิ้นโบว์แดงของทีมวิจัยนำโดยศาสตราจารย์หลิวจ้งหัว จากสถาบันวิทยาศาสตร์ชีวภาพ หลังทำการผ่าตัด ฉีดโปรตีนที่สกัดจากแมงกะพรุนเข้าไปในนิวเคลียสของเซลล์ตัวอ่อนหมู ผ่านไป 114 วัน ในที่สุดก็ได้ลูกหมูเรืองแสง ปัจจุบัน ในห้องทดลองยังมีแม่หมูอีก 2 ตัวที่อุ้มท้องลูกหมูข้ามพันธุ์ดังกล่าว คาดว่าราวเดือนมกราคมปี 2007 นี้ จีนจะได้ลูกหมูเรืองแสงเพิ่มขึ้นอีก
ก่อนหน้านี้ ศ.อู๋ ชินฉี คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ผู้นำทีมวิจัยสร้างหมูเรืองแสงเคยเปิดเผยว่า หมูเหล่านี้เรืองแสงมาจากอวัยวะภายใน การเรืองแสงเช่นนี้จะช่วยให้นักวิจัยเห็นพัฒนาการของเนื้อเยื่อ เมื่อนำสเต็มเซลล์ไปปลูกถ่ายเพื่อซ่อมแซมตามอวัยวะต่างๆ
"นี่นับเป็นงานทดลองที่สำคัญ เพราะจะช่วยให้ร่นเวลาให้กับการทดลองสเต็มเซลล์มนุษย์ในระบบคลินิก ซึ่งในวงวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสภาพร่างกายของหมูมีความใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด"


