ซินหัวเน็ต27/10/06 – ทุกสาขาอาชีพล้วนมีกฎเกณฑ์การอยู่รอดของตนเอง แม้แต่วงการบันเทิงก็ไม่ยกเว้น ในโลกแห่งมายา “หากรู้จักพึ่งพิงต้นไม้ใหญ่ จะทำให้สามารถบินได้สูงขึ้น” นับเป็นกฎเหล็กข้อที่ 1

เบื้องหลังบรรดาดาวประดับวงการทั้งหลาย ต่างมีผู้จัดการส่วนตัวที่มีหัวการค้าเป็นเลิศคอยวางหมาก เรียกได้ว่าเป็นจอมบงการชั้นเยี่ยม เพราะพวกเขาล้วนมีสัมพันธภาพแน่นแฟ้นกับสื่อและรู้จักวงการบันเทิงเป็นอย่างดี สามารถปั้นดินให้เป็นดาวชั่วข้ามคืน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการส่วนตัวและศิลปินก็นับว่าไม่ธรรมดา
ผู้จัดการส่วนตัวแบ่งเป็น 2 ประเภท 1. ได้ญาติสนิทมิตรสหายมาเป็นผู้จัดการให้ 2. มาจากบริษัทเอเจนซี่ อย่างผู้จัดการของเจ้าเวยก็คือ เฉินหรง ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ แต่เพราะความสามารถในการจัดการปัญหาของเธอไม่เข้าขั้น ทำให้เจ้าเวย ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว มีข่าวแง่ลบตามหลอกหลอนไม่หยุดหย่อน แต่จะว่าไปก็มีผู้จัดการมือทองอยู่อีกหลายคน ที่ไม่ว่าศิลปินคนใดอยู่ในเงื้อมมือ ก็ล้วนโด่งดังเปรี้ยงปร้างไปเสียหมด
ผู้จัดการฮ่องกงที่ชาวแผ่นดินใหญ่คุ้นเคยที่สุดเห็นจะเป็น เฉินเจียอิง เธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ เฟย์ วอง (หวังเฟย) นับตั้งแต่ความรักกับสามีคนแรก จนกระทั่งแต่งงานกับสามีคนปัจจุบัน หลี่ย่าเผิง และมีพยานรักตัวน้อยด้วยกัน หวังเฟยยังไม่เคยได้รับผลกระทบจากข่าวแง่ลบที่ประดังประเดมาเลย ก่อนหน้านี้ที่หวังเฟยหย่าขาดจากตู้เวย เฉินเจียอิงถูกมองเป็นผู้ชักไยอยู่เบื้องหลัง ทุกครั้งที่ความรักของหวังเฟยล้มระเนระนาด เธอมักถูกมองในฐานะผู้เสียหาย และได้รับความสงสารเสมอมา ขณะที่ชื่อเสียงและการงานก็ก้าวหน้าขึ้น หวังเฟยมาถึงจุดนี้ได้นับว่าเฉินเจียอิงมีความดีความชอบมหาศาล

ฮั่วเหวินซี เป็นผู้จัดการให้กับ เซี่ยถิงฟง หรงจู่เอ๋อ และทวินส์ นับเป็นผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุดในฮ่องกง เดิมทีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของค่าย EEG Music คนนี้ แจ้งเกิดด้วยการเป็นนางแบบ เธอเริ่มเข้ามาทำงานใน EEG เมื่อตอนอายุ 21 ปี ทำอยู่นาน 13 ปี เธอก็จับ อาซา และ อาเจียว มารวมตัวกันเป็น “แฝดคนละฝา” ได้สำเร็จ ความรักระหว่างเซี่ยถิงฟงและจางป๋อจือเมื่อก่อนนี้ ก็ถูกเธอจัดการมาแล้ว

ไฉจื่อผิง ซือเจ๊ผู้สร้างละคร “รักใสๆ หัวใจ 4 ดวง” และอุ้ม 4 หนุ่ม F4 ได้แก่ เจอร์รี่ ไจ่ไจ๋ เคน และแวนเนส ให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเอเชีย เพราะว่าเธอมีคอนเนคชั่นที่ดีกับ 8 สถานีโทรทัศน์ใหญ่ของไต้หวัน ไฉจื่อผิงประสบความสำเร็จกับการเป็นผู้ผลิตละครโทรทัศน์ และได้รับการขนานนามเป็นผู้จัดการหมายเลข 1 ของไต้หวัน

ข้างฝ่ายผู้จัดการในแผ่นดินใหญ่ ค่อนข้างออกตัวช้าสักหน่อย จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างนัก ราวต้นปี 90 ดาราดังส่วนใหญ่ล้วนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง แต่หลังจากที่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์หวังจงจวินและหวังจงเหล่ยกระโดดลงสังเวียนบันเทิง ก่อตั้งบริษัท หัวอี้ ฟิล์ม ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก บริษัทได้ฟูมฟักดาราแผ่นดินใหญ่ส่วนหนึ่ง ในจำนวนนี้มีชื่อของดาราสาวชื่อดัง หลี่ปิงปิง ฟั่นปิงปิง รวมอยู่ด้วย ค่าตัวที่ไม่ธรรมดาของ 2 คนนี้ สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำให้กับบริษัท
ส่วนดาราสาว โจวซวิ่น ที่กำลังจะมีผลงานเข้าฉายในไทยเรื่อง The Banquet เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าสังกัด หัวอี้ ฟิล์ม เมื่อไม่นานมานี้ เธอเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของหลี่เสี่ยวหวั่น โจวซวิ่นอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี แต่ก็ไม่ดังเปรี้ยงเสียที จนมาในปี 1998 เพราะได้รับการผลักดันจากหลี่เสี่ยวหวันให้รับบทเป็นองค์หญิงไท่ผิงวัยเยาว์ในภาพยนตร์เรื่อง “ต้าหมิงกงฉือ” จนมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา และคว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดนิยม
จากนั้นเธอก็ได้เซ็นสัญญากับหลี่เสี่ยวหวั่น ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเฉกเช่นแม่ลูกก็ไม่ปาน ไม่ว่าเรื่องใดล้วนให้ “แม่บุญธรรม” เป็นผู้ตัดสินใจ รวมทั้งปัญหาหัวใจด้วย แต่ทั้งสองคนกลับมาเกิดเรื่องกินแหนงแคลงใจกันเพราะเรื่องของหลี่ย่าเผิง (เคยมีข่าวว่าทั้งคู่คบกัน) จนสุดท้ายก็ยกเลิกสัญญากันไป
บุญคุณความแค้น ดารา-ผู้จัดการ
ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้จัดการไม่ใช่ระดับผิวๆ หวังเฟย-เฉินเจียอิง ราวกับแม่ลูกก็ไม่ปาน จางป๋อจือกับจูหย่งหลง ผู้จัดการคนก่อน ยังแง่งๆ กันอยู่ในศาล และหลังจากที่ผู้จัดการของเฉินเสี่ยวตงปลิดชีวิตตัวเองแล้ว ชื่อเสียงของตงตงก็ยังไม่สามารถกลับเข้าที่เข้าทางได้....หากได้ผู้จัดการที่มีประสบการณ์และมีฝีมือแล้ว ไม่ว่าจะมีข่าวเสียๆ หายๆ มากมายแค่ไหน ก็ไม่อาจสั่นคลอนศิลปินคนนั้นได้ ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้จัดการจึงไม่ใช่แค่การเป็นผู้ร่วมงานกันเท่านั้น แต่ยังแวดล้อมไปด้วย บุญคุณ ความแค้น และความสัมพันธ์อื่นๆ ปะปนกัน
ผูกพันดุจญาติ
ผู้จัดการต้องช่วยศิลปินดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องเงินๆ ทองๆ ศิลปินต่างก็หวังหาคนที่เชื่อถือได้มาเป็นผู้จัดการ ยิ่งหากผู้จัดการและศิลปินผูกพันกันจนถึงขั้นรู้สึกเหมือนญาติสนิทแล้วล่ะก็ ยิ่งบังเกิดผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย
ผู้จัดการมือทอง เฉินเจียอิง ให้สัมภาษณ์ว่า “หลายคนถามฉันว่า ทำไมถึงปล่อยอาเฟย (หวังเฟย) ไป คงเพราะทุกคนมองว่าอาเฟยเป็นเครื่องมือหาเงินให้กับฉัน แต่ตัวฉันเองกลับมองว่า ควรจะมองพวกเขาเป็นเหมือนลูกหลานของตัวเองมากกว่า” มีผู้จัดการที่รักตัวเองเหมือนลูกสาวคอยช่วยเหลือ มิน่าหวังเฟยถึงครองใจแฟนเพลงมาได้ยาวนานขนาดนี้
ขัดผลประโยชน์

ช่วงก่อนมีมือดีนำรูปที่พระเอกหนุ่ม หูปิงเดินทางไปถ่ายแบบที่ต่างประเทศมาโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต รูปชุดนี้ทำเอาหูปิงถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่าเป็น “อีแอบ” ซึ่งหูปิงให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เป็นฝีมืออดีตผู้จัดการที่นำมากระจายในเน็ต ก่อนหน้านี้เพราะปัญหาด้านการเงิน ทำให้หูปิงยกเลิกสัญญา ซึ่งสร้างความเจ็บแค้นแก่ผู้จัดการเป็นอย่างมาก
รักซึมลึก
ไม่ว่ากัวฟู่เฉิงจะปรากฏตัวที่ใด เสี่ยวเหม่ยต้องตามเป็นเงาตามตัว ความสนิทของคนทั้งคู่ ทำให้หลายคนเชื่อว่า พวกเขาต่างแอบมีใจให้กันนานแล้ว เสี่ยวเหม่ยรับหน้าที่เป็นผู้จัดการให้กับกัวฟู่เฉิงมานานถึง 12 ปีแล้ว จนถึงตอนนี้อายุอานามเสี่ยวเหม่ยก็ปาเข้าไป 40 กว่าแล้ว แต่เธอก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้หญิงที่คอยสนับสนุนกัวฟู่เฉิงอยู่เบื้องหลัง
จากคนคุ้นเคย...
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนปี 2002 เจอร์รี่ (เหยียนเฉิงซี่ว์) สมาชิกวง F4 คายความอัดอั้น เผย ไฉจื่อผิง ผู้ให้กำเนิด F4 และบริษัทเอเจนซี่ ควบคุมเขาทุกเรื่อง และกล่าวว่า ผู้จัดการ “ไม่มีความเป็นคน เป็นผีดูดเลือด” … เมื่อไม่นานมานี้ อาเฮียก็ประกาศบินเดี่ยวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...จากคนคุ้นเคย กลับกลายเป็นคนเคยคุ้นไปซะงั้น
เบื้องหลังบรรดาดาวประดับวงการทั้งหลาย ต่างมีผู้จัดการส่วนตัวที่มีหัวการค้าเป็นเลิศคอยวางหมาก เรียกได้ว่าเป็นจอมบงการชั้นเยี่ยม เพราะพวกเขาล้วนมีสัมพันธภาพแน่นแฟ้นกับสื่อและรู้จักวงการบันเทิงเป็นอย่างดี สามารถปั้นดินให้เป็นดาวชั่วข้ามคืน ความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการส่วนตัวและศิลปินก็นับว่าไม่ธรรมดา
ผู้จัดการส่วนตัวแบ่งเป็น 2 ประเภท 1. ได้ญาติสนิทมิตรสหายมาเป็นผู้จัดการให้ 2. มาจากบริษัทเอเจนซี่ อย่างผู้จัดการของเจ้าเวยก็คือ เฉินหรง ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ แต่เพราะความสามารถในการจัดการปัญหาของเธอไม่เข้าขั้น ทำให้เจ้าเวย ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างรวดเร็ว มีข่าวแง่ลบตามหลอกหลอนไม่หยุดหย่อน แต่จะว่าไปก็มีผู้จัดการมือทองอยู่อีกหลายคน ที่ไม่ว่าศิลปินคนใดอยู่ในเงื้อมมือ ก็ล้วนโด่งดังเปรี้ยงปร้างไปเสียหมด
ผู้จัดการฮ่องกงที่ชาวแผ่นดินใหญ่คุ้นเคยที่สุดเห็นจะเป็น เฉินเจียอิง เธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ เฟย์ วอง (หวังเฟย) นับตั้งแต่ความรักกับสามีคนแรก จนกระทั่งแต่งงานกับสามีคนปัจจุบัน หลี่ย่าเผิง และมีพยานรักตัวน้อยด้วยกัน หวังเฟยยังไม่เคยได้รับผลกระทบจากข่าวแง่ลบที่ประดังประเดมาเลย ก่อนหน้านี้ที่หวังเฟยหย่าขาดจากตู้เวย เฉินเจียอิงถูกมองเป็นผู้ชักไยอยู่เบื้องหลัง ทุกครั้งที่ความรักของหวังเฟยล้มระเนระนาด เธอมักถูกมองในฐานะผู้เสียหาย และได้รับความสงสารเสมอมา ขณะที่ชื่อเสียงและการงานก็ก้าวหน้าขึ้น หวังเฟยมาถึงจุดนี้ได้นับว่าเฉินเจียอิงมีความดีความชอบมหาศาล
ฮั่วเหวินซี เป็นผู้จัดการให้กับ เซี่ยถิงฟง หรงจู่เอ๋อ และทวินส์ นับเป็นผู้จัดการที่อายุน้อยที่สุดในฮ่องกง เดิมทีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของค่าย EEG Music คนนี้ แจ้งเกิดด้วยการเป็นนางแบบ เธอเริ่มเข้ามาทำงานใน EEG เมื่อตอนอายุ 21 ปี ทำอยู่นาน 13 ปี เธอก็จับ อาซา และ อาเจียว มารวมตัวกันเป็น “แฝดคนละฝา” ได้สำเร็จ ความรักระหว่างเซี่ยถิงฟงและจางป๋อจือเมื่อก่อนนี้ ก็ถูกเธอจัดการมาแล้ว
ไฉจื่อผิง ซือเจ๊ผู้สร้างละคร “รักใสๆ หัวใจ 4 ดวง” และอุ้ม 4 หนุ่ม F4 ได้แก่ เจอร์รี่ ไจ่ไจ๋ เคน และแวนเนส ให้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเอเชีย เพราะว่าเธอมีคอนเนคชั่นที่ดีกับ 8 สถานีโทรทัศน์ใหญ่ของไต้หวัน ไฉจื่อผิงประสบความสำเร็จกับการเป็นผู้ผลิตละครโทรทัศน์ และได้รับการขนานนามเป็นผู้จัดการหมายเลข 1 ของไต้หวัน
ข้างฝ่ายผู้จัดการในแผ่นดินใหญ่ ค่อนข้างออกตัวช้าสักหน่อย จนถึงปัจจุบันยังไม่เห็นก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างนัก ราวต้นปี 90 ดาราดังส่วนใหญ่ล้วนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง แต่หลังจากที่เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์หวังจงจวินและหวังจงเหล่ยกระโดดลงสังเวียนบันเทิง ก่อตั้งบริษัท หัวอี้ ฟิล์ม ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก บริษัทได้ฟูมฟักดาราแผ่นดินใหญ่ส่วนหนึ่ง ในจำนวนนี้มีชื่อของดาราสาวชื่อดัง หลี่ปิงปิง ฟั่นปิงปิง รวมอยู่ด้วย ค่าตัวที่ไม่ธรรมดาของ 2 คนนี้ สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำให้กับบริษัท
ส่วนดาราสาว โจวซวิ่น ที่กำลังจะมีผลงานเข้าฉายในไทยเรื่อง The Banquet เพิ่งเซ็นสัญญาเข้าสังกัด หัวอี้ ฟิล์ม เมื่อไม่นานมานี้ เธอเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของหลี่เสี่ยวหวั่น โจวซวิ่นอยู่ในวงการบันเทิงมาหลายปี แต่ก็ไม่ดังเปรี้ยงเสียที จนมาในปี 1998 เพราะได้รับการผลักดันจากหลี่เสี่ยวหวันให้รับบทเป็นองค์หญิงไท่ผิงวัยเยาว์ในภาพยนตร์เรื่อง “ต้าหมิงกงฉือ” จนมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา และคว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดนิยม
จากนั้นเธอก็ได้เซ็นสัญญากับหลี่เสี่ยวหวั่น ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเฉกเช่นแม่ลูกก็ไม่ปาน ไม่ว่าเรื่องใดล้วนให้ “แม่บุญธรรม” เป็นผู้ตัดสินใจ รวมทั้งปัญหาหัวใจด้วย แต่ทั้งสองคนกลับมาเกิดเรื่องกินแหนงแคลงใจกันเพราะเรื่องของหลี่ย่าเผิง (เคยมีข่าวว่าทั้งคู่คบกัน) จนสุดท้ายก็ยกเลิกสัญญากันไป
บุญคุณความแค้น ดารา-ผู้จัดการ
ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้จัดการไม่ใช่ระดับผิวๆ หวังเฟย-เฉินเจียอิง ราวกับแม่ลูกก็ไม่ปาน จางป๋อจือกับจูหย่งหลง ผู้จัดการคนก่อน ยังแง่งๆ กันอยู่ในศาล และหลังจากที่ผู้จัดการของเฉินเสี่ยวตงปลิดชีวิตตัวเองแล้ว ชื่อเสียงของตงตงก็ยังไม่สามารถกลับเข้าที่เข้าทางได้....หากได้ผู้จัดการที่มีประสบการณ์และมีฝีมือแล้ว ไม่ว่าจะมีข่าวเสียๆ หายๆ มากมายแค่ไหน ก็ไม่อาจสั่นคลอนศิลปินคนนั้นได้ ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและผู้จัดการจึงไม่ใช่แค่การเป็นผู้ร่วมงานกันเท่านั้น แต่ยังแวดล้อมไปด้วย บุญคุณ ความแค้น และความสัมพันธ์อื่นๆ ปะปนกัน
ผูกพันดุจญาติ
ผู้จัดการต้องช่วยศิลปินดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องเงินๆ ทองๆ ศิลปินต่างก็หวังหาคนที่เชื่อถือได้มาเป็นผู้จัดการ ยิ่งหากผู้จัดการและศิลปินผูกพันกันจนถึงขั้นรู้สึกเหมือนญาติสนิทแล้วล่ะก็ ยิ่งบังเกิดผลประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย
ผู้จัดการมือทอง เฉินเจียอิง ให้สัมภาษณ์ว่า “หลายคนถามฉันว่า ทำไมถึงปล่อยอาเฟย (หวังเฟย) ไป คงเพราะทุกคนมองว่าอาเฟยเป็นเครื่องมือหาเงินให้กับฉัน แต่ตัวฉันเองกลับมองว่า ควรจะมองพวกเขาเป็นเหมือนลูกหลานของตัวเองมากกว่า” มีผู้จัดการที่รักตัวเองเหมือนลูกสาวคอยช่วยเหลือ มิน่าหวังเฟยถึงครองใจแฟนเพลงมาได้ยาวนานขนาดนี้
ขัดผลประโยชน์
ช่วงก่อนมีมือดีนำรูปที่พระเอกหนุ่ม หูปิงเดินทางไปถ่ายแบบที่ต่างประเทศมาโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต รูปชุดนี้ทำเอาหูปิงถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่าเป็น “อีแอบ” ซึ่งหูปิงให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เป็นฝีมืออดีตผู้จัดการที่นำมากระจายในเน็ต ก่อนหน้านี้เพราะปัญหาด้านการเงิน ทำให้หูปิงยกเลิกสัญญา ซึ่งสร้างความเจ็บแค้นแก่ผู้จัดการเป็นอย่างมาก
รักซึมลึก
ไม่ว่ากัวฟู่เฉิงจะปรากฏตัวที่ใด เสี่ยวเหม่ยต้องตามเป็นเงาตามตัว ความสนิทของคนทั้งคู่ ทำให้หลายคนเชื่อว่า พวกเขาต่างแอบมีใจให้กันนานแล้ว เสี่ยวเหม่ยรับหน้าที่เป็นผู้จัดการให้กับกัวฟู่เฉิงมานานถึง 12 ปีแล้ว จนถึงตอนนี้อายุอานามเสี่ยวเหม่ยก็ปาเข้าไป 40 กว่าแล้ว แต่เธอก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้หญิงที่คอยสนับสนุนกัวฟู่เฉิงอยู่เบื้องหลัง
จากคนคุ้นเคย...
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนปี 2002 เจอร์รี่ (เหยียนเฉิงซี่ว์) สมาชิกวง F4 คายความอัดอั้น เผย ไฉจื่อผิง ผู้ให้กำเนิด F4 และบริษัทเอเจนซี่ ควบคุมเขาทุกเรื่อง และกล่าวว่า ผู้จัดการ “ไม่มีความเป็นคน เป็นผีดูดเลือด” … เมื่อไม่นานมานี้ อาเฮียก็ประกาศบินเดี่ยวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...จากคนคุ้นเคย กลับกลายเป็นคนเคยคุ้นไปซะงั้น


