ไชน่าอิโคโนมิกเน็ต – จีนเร่งสร้างเครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั้งจากทางทะเล รัสเซีย และประเทศในเอเชียกลาง เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นขณะที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว
จากการประชุมสุดยอดการพัฒนาท่อก๊าซจีน เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นักวิชาการและนักธุรกิจในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้มารวมตัวกันเผยภาพอนาคตของเครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติของจีนในอีก 20 ปีข้างหน้า

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 ของศตวรรษที่ 20 ท่อส่งก๊าซสายหลัก เช่น ส่านซี-ปักกิ่ง, ตะวันตก-ตะวันออก, ฉงชิ่ง-อู่ฮั่น, และส่านซี-ปักกิ่ง 2 ได้ทยอยเปิดใช้อย่างเป็นทางการ และเมื่อท่อส่งก๊าซทางทะเล ท่อส่งก๊าซจีน-รัสเซีย ท่อส่งก๊าซจีน-คาซัคสถาน ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างประเทศที่กำลังเตรียมก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะทำให้โครงสร้างหลักของเครือข่ายท่อส่งก๊าซของจีนเห็นเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน
ปัจจุบันท่อส่งก๊าซภายในประเทศจีนมีความยาวรวมกัน 24,000 กิโลเมตร ขณะที่เหลียงเฉิงอู๋ ประธานสมาคมการค้าก๊าซธรรมชาติกว่างตงประเมินว่า เมื่อถึงปี 2010 ท่อส่งก๊าซดังกล่าวจะมีความยาวเพิ่มเป็น 36,000 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ช่วงก่อนปี 2020 เป็นช่วงที่การก่อสร้างท่อส่งก๊าซพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อถึงช่วงปี 2010 -2030 จะเป็นช่วงเวลาที่สุกงอม
อย่างไรก็ตาม จีนยังคงต้องเผชิญหน้ากับภาวะซัพพลายก๊าซธรรมชาติได้ไม่ทันดีมานด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าเมื่อถึงปี 2020 จีนจะขาดแคลนก๊าซมากกว่า 50,000 – 90,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
“เพื่อผ่อนคลายภาวะขาดแคลนก๊าซ จีนจำต้องอาศัยการนำเข้า LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) เป็นหลัก โดยทางทะเลและผ่านท่อส่งทางบก ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้คือการสร้างท่อส่งก๊าซทั้งทางทะเลและทางบก” ทังย่าลี่ รองผู้จัดการทั่วไปบริษัทก๊าซธรรมชาติและท่อส่งก๊าซจีนแสดงความเห็น

เพื่อตอบสนองกับภารกิจเฉพาะหน้า เมือง มณฑล และเขตปกครองตนเอง ที่ตั้งอยู่ริมทะเลรวม 11 แห่งกำลังวางแผนก่อสร้างโครงการ LNG ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่กว่างตงวางแผนสร้างถึง 2 แห่งด้วยกัน ดังนั้นในขณะนี้มีโครง LNG กว่า 10 โครงการที่กำลังรอให้ทางการจีนอนุมัติ
โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี จอห์น โฮเวิร์ด ของออสเตรเลีย และนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน ได้ร่วมกันเปิดโครงการก๊าซต้าเผิง หรือสถานีส่งก๊าซริมชายฝั่งทะเล ที่เมืองเซินเจิ้น ในกว่างตง ซึ่งเป็นโครงการนำร่องแห่งแรกในประเทศจีน
ทั้งนี้ เมื่อปี 2000 ออสเตรเลียได้ลงนามในสัญญาจะส่งก๊าซธรรมชาติเหลวให้จีนเป็นเวลา 25 ปี ปีละ 3.3 ล้านตัน มีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทำให้ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่สุดของจีนในขณะนี้
หากเทียบกับการขนส่งก๊าซทางทะเลแล้ว การขนส่งทางบกจะมีเสถียรภาพมากกว่า แต่ปัญหาสำคัญกว่านั้นคือแหล่งที่มาของก๊าซธรรมชาติ
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวได้เริ่มคลี่คลาย โดยจีนและรัสเซียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมการส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียให้แก่จีน โดยเริ่มจากปี 2011 รัสเซียซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจะส่งก๊าซให้จีนปี 60,000 – 80,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับแผนการขนส่งก๊าซจากรัสเซียมายังจีนมี 2 ทางได้แก่ ท่อส่งก๊าซสายตะวันตกจะนำก๊าซจากไซบีเรีย ทางตะวันตกของแดนหมีขาวผ่านอัลไต (Altai) เมืองชายแดนของรัสเซียเข้าสู่ประเทศจีนทางเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ ซินเจียง ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อไปบรรจบกับท่อก๊าซสายตะวันตก-ตะวันออกภายในประเทศ ซึ่งจะส่งก๊าซไปยังเมืองชายฝั่งตะวันออกของจีน ส่วนอีกเส้นทางคือสายตะวันออกที่สามารถขนส่งก๊าซจากแหล่งก๊าซโควิคตา (Kovykta) ในไซบีเรียตะวันตก แหล่งก๊าซซัคคาลิน และแหล่งก๊าซในสาธารณรัฐยากูเทีย ในเขตไซบีเรียตะวันออก

โดยเมื่อไม่นานมานี้ รัสเซียได้ร่วมมือกับ ปิโตรไชน่า และซิโนเปก วิสาหกิจรัฐด้านพลังงานรายใหญ่ของจีน ตกลงที่จะสร้างท่อส่งก๊าซสายตะวันตกความยาวราว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งก๊าซได้ภายใน 5 ปี โดยปริมาณการส่งอยู่ที่ 30,000 – 40,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
นอกจากท่อก๊าซ 2 สายจากรัสเซียแล้ว ท่อก๊าซที่กำลังวางแผนสร้างจาก 3 ประเทศในเอเชียกลางก็มีความสำคัญต่อจีนไม่ยิ่งหย่อนกัน
พานเจียหัว ประธานกิตติมศักดิ์คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งปิโตรเลียมประจำสถาบันปิโตรเลียมแห่งชาติจีน กล่าวว่า “หลังจากปี 2009 เติร์กเมนิสถานจะเป็นแหล่งก๊าซที่สำคัญของจีนด้วยการขนส่งก๊าซให้จีนปีละราว 30000 ล้านลูกบาศก์เมตร” เป็นผลจากการลงนามในสัญญาระยะเวลา 30 ปี ขณะที่ประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถานเดินทางเยือนจีนเมื่อต้นปี ทั้งนี้ ตามแผนการท่อส่งก๊าซระหว่าง 2 ประเทศจะแล้วเสร็จในปี 2009 ซึ่งเร็วกว่าท่อก๊าซจากรัสเซีย 2 ปี
เนื่องจากจีนและเติร์กเมนิสถานไม่มีชายแดนที่เชื่อมต่อกัน ท่อส่งก๊าซดังกล่าวจำต้องพาดผ่านดินแดนของอุซเบกิสถานและคาซัคสถานก่อนเข้าเชื่อมต่อกับท่อก๊าซสายตะวันตก-ตะวันออกในเขตประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะทั้งอุซเบกิสถานและคาซัคสถานต่างเป็นแหล่งก๊าซที่อุดมสมบูรณ์ และต้องการส่งออกก๊าซให้แก่จีนอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อท่อส่งก๊าซจีน-เติร์กเมนิสถานแล้วเสร็จ จีนจะสามารถนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากทั้ง 3 ประเทศในเอเชียกลางได้ในคราเดียว.
จากการประชุมสุดยอดการพัฒนาท่อก๊าซจีน เมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นักวิชาการและนักธุรกิจในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้มารวมตัวกันเผยภาพอนาคตของเครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติของจีนในอีก 20 ปีข้างหน้า
ในช่วงปลายทศวรรษที่ 90 ของศตวรรษที่ 20 ท่อส่งก๊าซสายหลัก เช่น ส่านซี-ปักกิ่ง, ตะวันตก-ตะวันออก, ฉงชิ่ง-อู่ฮั่น, และส่านซี-ปักกิ่ง 2 ได้ทยอยเปิดใช้อย่างเป็นทางการ และเมื่อท่อส่งก๊าซทางทะเล ท่อส่งก๊าซจีน-รัสเซีย ท่อส่งก๊าซจีน-คาซัคสถาน ซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างประเทศที่กำลังเตรียมก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ จะทำให้โครงสร้างหลักของเครือข่ายท่อส่งก๊าซของจีนเห็นเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน
ปัจจุบันท่อส่งก๊าซภายในประเทศจีนมีความยาวรวมกัน 24,000 กิโลเมตร ขณะที่เหลียงเฉิงอู๋ ประธานสมาคมการค้าก๊าซธรรมชาติกว่างตงประเมินว่า เมื่อถึงปี 2010 ท่อส่งก๊าซดังกล่าวจะมีความยาวเพิ่มเป็น 36,000 กิโลเมตร
ทั้งนี้ ช่วงก่อนปี 2020 เป็นช่วงที่การก่อสร้างท่อส่งก๊าซพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อถึงช่วงปี 2010 -2030 จะเป็นช่วงเวลาที่สุกงอม
อย่างไรก็ตาม จีนยังคงต้องเผชิญหน้ากับภาวะซัพพลายก๊าซธรรมชาติได้ไม่ทันดีมานด์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าเมื่อถึงปี 2020 จีนจะขาดแคลนก๊าซมากกว่า 50,000 – 90,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
“เพื่อผ่อนคลายภาวะขาดแคลนก๊าซ จีนจำต้องอาศัยการนำเข้า LNG (ก๊าซธรรมชาติเหลว) เป็นหลัก โดยทางทะเลและผ่านท่อส่งทางบก ดังนั้นภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้คือการสร้างท่อส่งก๊าซทั้งทางทะเลและทางบก” ทังย่าลี่ รองผู้จัดการทั่วไปบริษัทก๊าซธรรมชาติและท่อส่งก๊าซจีนแสดงความเห็น
เพื่อตอบสนองกับภารกิจเฉพาะหน้า เมือง มณฑล และเขตปกครองตนเอง ที่ตั้งอยู่ริมทะเลรวม 11 แห่งกำลังวางแผนก่อสร้างโครงการ LNG ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะที่กว่างตงวางแผนสร้างถึง 2 แห่งด้วยกัน ดังนั้นในขณะนี้มีโครง LNG กว่า 10 โครงการที่กำลังรอให้ทางการจีนอนุมัติ
โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี จอห์น โฮเวิร์ด ของออสเตรเลีย และนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ของจีน ได้ร่วมกันเปิดโครงการก๊าซต้าเผิง หรือสถานีส่งก๊าซริมชายฝั่งทะเล ที่เมืองเซินเจิ้น ในกว่างตง ซึ่งเป็นโครงการนำร่องแห่งแรกในประเทศจีน
ทั้งนี้ เมื่อปี 2000 ออสเตรเลียได้ลงนามในสัญญาจะส่งก๊าซธรรมชาติเหลวให้จีนเป็นเวลา 25 ปี ปีละ 3.3 ล้านตัน มีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ทำให้ออสเตรเลียเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวรายใหญ่สุดของจีนในขณะนี้
หากเทียบกับการขนส่งก๊าซทางทะเลแล้ว การขนส่งทางบกจะมีเสถียรภาพมากกว่า แต่ปัญหาสำคัญกว่านั้นคือแหล่งที่มาของก๊าซธรรมชาติ
เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปัญหาดังกล่าวได้เริ่มคลี่คลาย โดยจีนและรัสเซียได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมการส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียให้แก่จีน โดยเริ่มจากปี 2011 รัสเซียซึ่งเป็นแหล่งก๊าซที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกจะส่งก๊าซให้จีนปี 60,000 – 80,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับแผนการขนส่งก๊าซจากรัสเซียมายังจีนมี 2 ทางได้แก่ ท่อส่งก๊าซสายตะวันตกจะนำก๊าซจากไซบีเรีย ทางตะวันตกของแดนหมีขาวผ่านอัลไต (Altai) เมืองชายแดนของรัสเซียเข้าสู่ประเทศจีนทางเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ ซินเจียง ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อไปบรรจบกับท่อก๊าซสายตะวันตก-ตะวันออกภายในประเทศ ซึ่งจะส่งก๊าซไปยังเมืองชายฝั่งตะวันออกของจีน ส่วนอีกเส้นทางคือสายตะวันออกที่สามารถขนส่งก๊าซจากแหล่งก๊าซโควิคตา (Kovykta) ในไซบีเรียตะวันตก แหล่งก๊าซซัคคาลิน และแหล่งก๊าซในสาธารณรัฐยากูเทีย ในเขตไซบีเรียตะวันออก
โดยเมื่อไม่นานมานี้ รัสเซียได้ร่วมมือกับ ปิโตรไชน่า และซิโนเปก วิสาหกิจรัฐด้านพลังงานรายใหญ่ของจีน ตกลงที่จะสร้างท่อส่งก๊าซสายตะวันตกความยาวราว 3,000 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะเริ่มส่งก๊าซได้ภายใน 5 ปี โดยปริมาณการส่งอยู่ที่ 30,000 – 40,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
นอกจากท่อก๊าซ 2 สายจากรัสเซียแล้ว ท่อก๊าซที่กำลังวางแผนสร้างจาก 3 ประเทศในเอเชียกลางก็มีความสำคัญต่อจีนไม่ยิ่งหย่อนกัน
พานเจียหัว ประธานกิตติมศักดิ์คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งปิโตรเลียมประจำสถาบันปิโตรเลียมแห่งชาติจีน กล่าวว่า “หลังจากปี 2009 เติร์กเมนิสถานจะเป็นแหล่งก๊าซที่สำคัญของจีนด้วยการขนส่งก๊าซให้จีนปีละราว 30000 ล้านลูกบาศก์เมตร” เป็นผลจากการลงนามในสัญญาระยะเวลา 30 ปี ขณะที่ประธานาธิบดีเติร์กเมนิสถานเดินทางเยือนจีนเมื่อต้นปี ทั้งนี้ ตามแผนการท่อส่งก๊าซระหว่าง 2 ประเทศจะแล้วเสร็จในปี 2009 ซึ่งเร็วกว่าท่อก๊าซจากรัสเซีย 2 ปี
เนื่องจากจีนและเติร์กเมนิสถานไม่มีชายแดนที่เชื่อมต่อกัน ท่อส่งก๊าซดังกล่าวจำต้องพาดผ่านดินแดนของอุซเบกิสถานและคาซัคสถานก่อนเข้าเชื่อมต่อกับท่อก๊าซสายตะวันตก-ตะวันออกในเขตประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะทั้งอุซเบกิสถานและคาซัคสถานต่างเป็นแหล่งก๊าซที่อุดมสมบูรณ์ และต้องการส่งออกก๊าซให้แก่จีนอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อท่อส่งก๊าซจีน-เติร์กเมนิสถานแล้วเสร็จ จีนจะสามารถนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากทั้ง 3 ประเทศในเอเชียกลางได้ในคราเดียว.


