xs
xsm
sm
md
lg

ระบุ ‘เจียงไคเช็ค’ ตัวการสังหารหมู่ชาวไต้หวัน ‘กรณี 28 กุมภา 1947’

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เจ่าเป้าเน็ต / เอเอฟพี 21/02/06 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสื่อไต้หวันตีพิมพ์ผลของรายงานการศึกษาวิจัยการรับผิดชอบทางการเมืองต่อเหตุการณ์ ‘กรณี 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1947’ ซึ่งจัดทำโดย ‘มูลนิธิ 228’ ที่ระบุโดยตรงว่า อดีตประธานาธิบดีนายพลเจียงไคเช็ค คือตัวการที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมนองเลือดในอดีต กรณีทหารของรัฐบาลจีนคณะชาติบุกเกาะไต้หวันแล้วเกิดการปะทะกันระหว่างประชาชนและทหารครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ไต้หวันในปีค.ศ.1947 รายงานดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับทายาทนายพลเจียงไคเช็ครุ่นที่ 3 เจียงเซี่ยวเหยียน กรรมการก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง (กั๋วหมินตั่ง) ซึ่งออกมาเรียกร้องให้ผู้เขียนแสดงคำขอโทษหลังจากนั้น 1 วัน

รายงานที่ ‘มูลนิธิ 228’ เสนอนี้ได้มาจากการรวบรวมเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เป็นข้อมูลทางทหารจำนวน 99 ฉบับ ที่เรียกว่า ‘เอกสารต้าซี’ (大溪档案) ซึ่งเป็นบันทึกกิจกรรมการบริหารบ้านเมืองและการทหารของนายพลเจียงไคเช็คในช่วงปีทศวรรษที่ 1920-1930 สมัยจงหัวหมินกั๋ว ที่มีการอ้างถึง ‘กรณี 22 กุมภาพันธ์ 1947’ ประกอบคำสั่งที่เป็นลายมือของนายพลเจียงไคเช็คที่สั่งการให้กองทัพเคลื่อนพลขึ้นเกาะไต้หวัน โดยหลักฐานดังกล่าวชี้ว่า เจียงไคเช็คมีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ครั้งนั้น จนเป็นเหตุให้การสังหารหมู่เปิดฉากขึ้นในเวลาต่อมา

รายงานสรุปว่า เจียงไคเช็คซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนั้นจึงสมควรแสดงความรับผิดชอบที่สุด ขณะเดียวกัน หน่วยงานเอกชนของไต้หวันกลุ่มต่างๆยังออกมาเรียกร้องให้พรรคก๊กมินตั๋งจ่ายค่าชดเชยต่อสังคมด้วยเงิน 5,000 ล้านเหรียญไต้หวัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่สร้างความขุ่นเคืองใจให้กับประชาชนที่มีต่อพรรคก๊กมินตั๋งมาตลอดด้วย

ด้าน นายเจียงเซี่ยวเหยียน ทายาทอดีตประธานาธิบดีเจียงไคเช็ค ออกมาแย้งว่า รายงานชิ้นดังกล่าวขาดหลักฐานโดยตรง และมีการเมืองแอบแฝงมากกว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านการศึกษา ทางมูลนิธิ 228 มีข้อสรุปอยู่ก่อนแล้วจึงหาหลักฐานมาสนับสนุน พร้อมกับชี้ว่า หลักฐานที่เป็นคำสั่งลงลายมือของนายพลเจียงไคเช็คเป็นข้อความที่เขาเตือนให้ระวังการต่อต้าน หากมีการใช้มาตรการรุนแรงทางทหารบนเกาะ

ทายาทรุ่นที่ 3 ของเจียงไคเช็ค ยังยืนยันว่า มูลนิธิฯต้องออกมาแสดงคำขอโทษต่อหน้าสาธารณชนภายใน 3 วัน มิเช่นนั้นเขาจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 5,000 ล้านเหรียญไต้หวัน

ขณะที่ทางพรรคก๊กมินตั๋งแสดงจุดยืนว่า จะไม่มีการตอบโต้กรณีดังกล่าวแต่อย่างใด แต่จะเตรียมจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1947 ที่จะเวียนมาครบรอบ 59 ปีในสัปดาห์หน้า และจัดทำหนังสือรำลึกตีพิมพ์ภาพและบทสัมภาษณ์เหยื่อ ตลอดจนญาติของประชาชนที่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น

‘กรณี 28 กุมภาพันธ์ 1947’ มีชนวนมาจากความไม่พอใจของประชาชนชาวไต้หวันที่มีต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการค้าของเถื่อนของสำนักงานผู้ค้าผูกขาดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1947 ขณะที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานดังกล่าวพร้อมด้วยตำรวจเข้าจับกุมแม่ค้าแผงลอยบุหรี่รายหนึ่งในคดีค้าบุหรี่เถื่อน ได้ทำร้ายร่างกายแม่ค้าและประชาชนที่มามุงดูในเหตุการณ์ถึงแก่ชีวิต จนทำให้ชาวไต้หวันไม่พอใจรวมตัวกันบุกสถานีตำรวจเรียกร้องให้ทางการนำคนผิดมาลงโทษ แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับแต่อย่างใด

ฝูงชนที่โกรธแค้นบุกเผาสำนักงานผู้ค้าผูกขาดในวันรุ่งขึ้น (28 กุมภาพันธ์) และในบ่ายวันนั้นประชาชนได้เคลื่อนตัวไปที่สำนักงานเขตเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากทางการ แต่ทว่าทหารรักษาความปลอดภัยได้ยิงปืนใส่ผู้ชุมนุมทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย

การเสียชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์สร้างความแค้นเคืองเป็นทวีคูณต่อรัฐบาลก๊กมินตั๋ง จนทำให้ประชาชนทั่วเกาะพากันประท้วงรัฐบาล นัดหยุดงาน หยุดเรียน เป็นผลให้เฉินอี้ผู้ว่าการเขตบริหารเกาะไต้หวันในขณะนั้นจำต้องประกาศกฎอัยการศึก

ต่อมาในวันที่ 2 มีนาคม ประชาชนชาวไต้หวันได้ลุกขึ้นก่อตั้ง ‘คณะกรรมการจัดการกรณีวันที่ 28 กุมภาพันธ์’ เพื่อเข้าเจรจากับตัวแทนของทางการไต้หวัน โดยยื่นข้อเรียกร้อง 42 ข้อ เมื่อรัฐบาลคณะชาติที่หนันจิง (นานกิง) ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวกลับเข้าใจว่าเป็นการก่อกบฏ จึงส่งกองกำลังทหารบุกเกาะไต้หวันและทำให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดในเวลาต่อมา .