xs
xsm
sm
md
lg

มุมเศร้าเคล้าน้ำตา : เบื้องหลังรอยยิ้มดารามังกร

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เชียนหลงเน็ต12/10/05 - ถึงใครจะมองว่า อาชีพดารา เป็นอาชีพที่น่าอิจฉา ไม่ว่าพวกเขาไปที่ไหน จะต้องมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม ช่อดอกไม้ และเสียงปรบมือ คอยท่าต้อนรับอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริง ดารา ก็คือคนธรรมดา ที่มีทั้งสุข และมีทั้งเศร้า...

โรคภัยรุมเร้า

การจากไปของ เกาซิ่วหมิ่น ฟู่เปียว กู่เย่ว์ เฉินอี้เฟย และเหมยเยี่ยนฟัง ด้วยปัญหาสุขภาพในขณะที่อายุยังไม่มากนัก ได้ไปสะกิดให้เหล่าดาราหลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ดาราส่วนใหญ่มักต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ บางทีอาจกินไม่ครบ 3 มื้อ เมื่อพวกเขาเหล่านั้นได้เซ็นสัญญากับบริษัทเอเจนซี่แล้ว เวลาทุกวินาทีก็จะกลายเป็นของบริษัทไป หากเจ็บป่วยเล็กน้อย อย่าง ปวดหัวตัวร้อน อย่าได้คิดพักผ่อนเลยทีเดียว แต่ถ้าหากถึงขั้นเจ็บหนัก ก็ต้องรีบออกจากโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพื่อให้เกิดปัญหาขาดทุนน้อยที่สุด

กู่เย่ว์-เหมยเยี่ยนฟัง-เฉินหลิน-หวังเจี๋ย-ไฉ่ฉิน-เจย์ โชว

เพื่อรักษารูปร่าง ดาราหลายคนตัดสินใจกินน้อย เพื่อควบคุมน้ำหนัก การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ผู้กำกับภาพยนตร์ เฝิงเสี่ยวกัง ต้องเผชิญกับโรคหัวใจ หลายครั้งที่อาการกำเริบขึ้นระหว่างการทำงาน หรือจะเป็นเฉินหลิน ที่ไอเป็นเลือดเพราะทำงานหนักเกินไป ดาราสาว ซุนเย่ว์ เป็นลมถึง 4 ครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เซี่ยถิงฟงเป็นโรคหอบหืด โจวเจี๋ยหลุน (เจย์ โชว์) กระดูกสันหลังอักเสบ หวังเจี๋ยเคยเป็นโรคเบื่ออาหาร และไฉ่ฉินเป็นโรคมะเร็งเต้านม.....รายงานยังระบุว่า อาชีพดารา กลายเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพร่างกายเสื่อมโทรมสูงอีกด้วย

ลูกหลานรับเคราะห์

มีพ่อแม่ทั้งรวย ทั้งมีชื่อเสียง ใครบ้างไม่อิจฉา แต่ข่าวคราวที่ติดตามดาราเหมือนเงาตามตัว ยากที่จะไม่ส่งผลกระทบถึงลูกๆ ของพวกเขาได้ อย่างเมื่อปีก่อน นักร้องหนุ่ม จางเสียว์โหย่ว ที่ไม่เคยมีข่าวฉาวมาก่อน ต้องมาเจอกับข่าวลือ “มือที่สาม” ทำเอา จางเหยาหัว ลูกสาวที่อายุเพียง 3 ขวบ ถึงขนาดไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เพราะมีปาปารัซซี่คอยตามถ่ายภาพ เจอลูกสาวตั้งคำถาม "ทำไมหนูไปโรงเรียนไม่ได้” ทำเอาผู้เป็นพ่อได้แต่ละอายใจ ส่วนพระเอกรุ่นเดอะ จางกั๋วลี่ ยิ่งชีช้ำกะหล่ำปลีกว่า เมื่อ จางม้อ ลูกชายตัวดี ไปตบตีแฟนสาว ต่งเหยา จนถูกวิทยาลัยการแสดงเฉดหัวออกจากสถาบัน แต่ลูกชายกลับโทษผู้เป็นพ่อว่า “อยู่กับพ่อ ผมไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย หากไม่มีพ่ออย่างคุณ ทำผิด คงไม่มีใครมาสนใจแบบนี้” .... ว่าเข้าไปนั่น

เป็นที่สนใจของสื่อมวลชนยังไม่เท่าไร แต่ถึงขั้นถูกจับเรียกค่าไถ่นี่สิ ยิ่งทำให้พ่อแม่ตกอกตกใจกันยกใหญ่ อย่างกรณี ไป๋ปิงปิง ศิลปินไต้หวัน ที่นับว่าโชคร้ายสุดๆ เพราะหลังจากลูกสาวของเธอถูกจับไปเรียกค่าไถ่แล้ว ก็ถูกโจรใจทรามฆ่าทิ้ง สร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกวงการ หรือจะเป็น ลูกชายของจางอ้ายเจีย ซึ่งถูกจับเรียกค่าไถ่ขณะเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ด้วยเงิน 20 ล้านหยวน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือพ้นมือมัจจุราชมาได้ ลูกชายของเธอก็กลายเป็นเด็กเก็บตัว ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีจึงจะฟื้นตัว จางอ้ายเจียเล่าว่า “ที่แล้วมา ฉันคิดเสมอว่าชื่อเสียงเงินทองสำคัญที่สุด จนเมื่อชีวิตลูกชายอยู่ในอันตราย จึงได้เข้าใจว่า สิ่งที่มีค่าและควรค่าแก่การทนุถนอมมากที่สุดไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองเหล่านั้นเลย”

ความปลอดภัยของลูกเป็นสิ่งที่พ่อแม่เป็นห่วงที่สุด หากลูกสุขภาพไม่ดี ไม่สมประกอบ ที่เสียใจยิ่งกว่าก็คือคนเป็นพ่อเป็นแม่ อย่างกรณีของ ดาราหญิง ฉินอี๋ ลูกชายวัย 16 ของเธอ ป่วยเป็นโรคประสาท เวลาอาการกำเริบมักจะตีแม่เสมอ หรือจะเป็นเซี่ยจิ้น ผู้กำกับชื่อดัง เขามีลูกชาย 3 คน แต่ 2 คนเป็นปัญญาอ่อน มีคนหนึ่งเสียชีวิตไปเมื่อตอนอายุ 38 ปี ส่วนคนเล็กดูแลตัวเองไม่ได้ เพราะกลัวลูกชายจะหายไป เซี่ยจิ้นต้องแขวนป้ายเล็กๆ ไว้กับตัวลูก ซึ่งบนป้ายเขียนไว้ว่า “ผมชื่ออาซื่อ เป็นลูกของเซี่ยจิ้น บ้านอยู่....เบอร์โทรศัพท์.....”

ทำงานตัวเป็นเกลียวล้างหนี้

คนทั่วโลกต่างรู้ดีว่า ดารานั้นเป็นอาชีพหนึ่งที่หาเงินคล่อง แต่ดาราบางคนก็ยังคงแบกรับหนี้สินของที่บ้าน อย่างเช่น ไช่เส้าเฟิน ที่เมื่อปี 2000 ได้ออกมาประกาศตัดความสัมพันธ์กับแม่ เพราะเหตุที่แม่ของเธอติดการพนัน เป็นหนี้เป็นสินท่วมตัว ก่อนหน้านี้ เพื่อใช้หนี้ให้แม่ หลังจากไช่เส้าเฟินเข้าวงการ มักถูกแม่เรียกให้ไปทานข้าว จิบน้ำชา กับบรรดาอาเสี่ยอยู่เสมอ

เซี่ยถิงฟง ก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกบีบให้เข้าสู่วงการบันเทิง เพราะต้องใช้หนี้แทนพ่อ เมื่อตอนที่เขาอายุได้ 16 ปี เนื่องจาก เซี่ยเสียน พ่อของเขาลงทุนล้มเหลว จึงถูกบีบให้เซ็นสัญญากับค่ายเพลง EEGmusic และเข้าสู่วงการบันเทิงนับแต่นั้น เซี่ยถิงฟงเคยเผยว่า  เมื่อตอนหนุ่มๆ พ่อของเขาหาเงินได้จำนวนมาก แต่ค่าใช้จ่ายก็มาก จึงไม่ได้เก็บออม ถึงแม้ว่าเซี่ยถิงฟงในตอนนี้ จะเป็นศิลปินที่หาเงินได้มากที่สุดคนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่อาจล้างหนี้ของพ่อในวันเก่าได้หมด

นอกจากเซี่ยถิงฟง และ ไช่เส้าเฟินแล้ว ครอบครัวของ จางป๋อจือก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนกัน เพื่อให้ครอบครัวกินดีอยู่ดี จึงต้องหาเงินแบบถวายชีวิต บางคนคำนวณ แต่ละเดือนเธอต้องใช้จ่ายประมาณ 500,000 หยวน เมื่อปี 2003 ระหว่างถ่ายหนัง จางป๋อจือ เกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บอย่างหนักที่บริเวณกระดูกสันหลัง แพทย์เจ้าของไข้แจ้งอย่างน้อยต้องใช้เวลาพักฟื้นถึง 2 เดือน แต่จางป๋อจือที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เข้ารักษาตัวเพียงแค่ 2 สัปดาห์ก็แอบออกจากโรงพยาบาล หอบสังขารมาทำงานต่อ